Koenigsegg Gemera ครั้งแรกของไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่ง ระดับ 1,700 แรงม้า
16481 จำนวนผู้เข้าชม |
Koenigsegg Gemera ครั้งแรกของไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่ง ที่พร้อมพาคุณและครอบครัว สนุกไปพร้อมๆ กัน
Gemera ใช้แซสซีส์คาร์บอนไฟเบอร์ Monocoque มีอลูมิเนียมเสริมแกร่ง ตามจุดยึดต่างๆ น้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 1,715 กิโลกรัม มีพื้นที่เก็บสัมภาระทั้งด้านหน้า และหลังรวม 200 ลิตร โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ตามหลักแอร์โรไดนามิกรอบคัน กล้องมองภาพ แทนที่กระจกมองข้างแบบเดิม ประตูยังคงเอกลักษณ์แบบ Dihedral synchro-helix เปิดด้วยระบบไฟฟ้า ชุดล้อเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ Aircore เจนที่ 2 ด้านหน้าขนาด 21 นิ้ว และหลัง 22 นิ้ว ท้ายรถให้ฝาครอบเครื่องแบบกระจก ถูกขนาบข้างด้วยท่อไอเสียไทเทเนียม จาก Akarapovic ตัวถังออกแบบให้ยกเป็นสปอยเลอร์ท้ายในตัว และเสริม Diffuser ท้ายขนาดใหญ่ไว้ด้านล่าง
ภายในห้องโดยสาร มาในรูปแบบ 4 ที่นั่ง เป็นเบาะ Bucket Seats วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ให้ที่วางแก้วมากถึง 8 ช่อง ส่วนคนขับมีพวงมาลัยปุ่มควบคุมแบบสัมผัส ยึดติดกับจอมาตรวัดความเร็วสุดล้ำ มีกล้อง 360 องศา ให้จอสัมผัส Infotainment ขนาด 13 นิ้ว ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ควบคุมระบบภายในรถ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ความบันเทิงมากมาย พร้อมลำโพง 11 ตำแหน่ง บวก Sub woofer เพิดเพลินได้ทั้งครอบครัว
ขุมพลังของ Gemera แยกออกเป็น 2 ส่วน มาจากเครื่องยนต์ขนาดเล็ก Tiny Friendly Giant (TFG) แบบ 3 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ แบบ Flex Fuel รองรับน้ำมันถึง E100 กำลังสูงสุด 600 แรงม้า (BHP) ที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-7,000 รอบ/นาที ผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า อีก 3 ตัว กำลังกว่า 1,100 แรงม้า โดยติดตั้งไว้ที่เพลาท้าย 2 ตัว และอีกตัวที่ล้อหน้าเพลาข้อเหวี่ยง ส่งผลให้ได้กำลังรวมถึง 1,700 แรงม้า (BHP) แรงบิดมหาศาล 3,500 นิวตัน-เมตร เร่ง 0-100 ในเวลาเพียง 1.9 วินาที ท๊อปสปีดระดับ 400 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถ่ายทอดกำลังด้วยระบบ Koenigsegg Direct Drive (KDD) ที่รู้จักกันง่ายๆ ว่ารถเกียร์เดียว แบบในรุ่น Regera
นอกจากนี้มันยังวิ่งแบบไฟฟ้า 100% ด้วยโหมด EV ระยะทางสูงสุด 50 กิโลเมตร ส่วนถ้าเดินทางไกลสามารถใช้โหมด Hybrid ได้แบบยาวๆ ถึง 950 กิโลเมตร ก่อนที่จะแวะเติมน้ำมัน
ด้านความปลอดภัย ให้ถังดับเพลิง 2 ถัง มีระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบตรวจแรงดันลมยาง ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เบรกใช้จานคาร์บอน-เซรามิค ด้านหน้าขนาด 415 มม. ก้ามเบรก 6 สูบ และหลังขนาด 390 มม. ก้ามเบรก 4 สูบ พร้อม ABS และ Electric Brake Booster
Gemera ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน เท่านั้น ตั้งราคาไว้ราวๆ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 32 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า)
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Koenigsegg
ภาพจาก : Koenigsegg, Wsupercars











McLaren 750S JC96 รุ่นพิเศษจำกัด 61 คัน เฉพาะญี่ปุ่นเท่านั้น!! แรงบันดาลใจจาก F1 GTR ปี 1996
177 จำนวนผู้เข้าชม |

McLaren เผยโฉม 750S JC96 ทำมาจำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น ถือเป็นครั้งแรกของ McLaren ที่สร้างรถมาให้ตลาดญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ความพิเศษจะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกัน
Mclaren 750S JC96 ผลิตมาแค่ 61 คัน สร้างโดยได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง McLaren F1 GTR หมายเลข 61 ที่คว้าแชมป์ในรายการ All Japan Grand Touring Car Championship (JGTC) ปี 1996 ลูกค้าสามารถเลือกได้ทั้งตัว Coupe และ Spider ทุกคันถูกติดตั้งชุดแต่ง High Downforce Kit (HDK) ช่วยเพิ่มแรงกดขึ้น 10% เมื่อเทียบกับ 750S ปกติ ล้ออัลลอย 15 ก้านน้ำหนักเบาพิเศษ คาลิปเปอร์เบรกสีทองพร้อมโลโก้ McLaren สีแดง ตัวถังพิเศษด้วยลวดลาย Tiger Stripe เต็มรูปแบบครอบคลุมทั้งตัวรถแบบที่พบใน F1 GTR หมายเลข 61 ลวดลายนี้เป็นงานพ่นสีด้วยมือทั้งหมดโดยแผนก MSO และจะมีแค่ 4 คัน เท่านั้นที่ได้ลายแบบนี้
ส่วนคันอื่นจะให้ลวดลาย Tiger Stripe มาเช่นกัน แต่จะปรากฏเฉพาะบนส่วนชุดแต่ง สปลิตเตอร์ด้านหน้า, กรอบกระจกมองข้าง และปีกท้าย โดยลวดลายนี้จะมีให้เลือกสีได้ 4 สี ได้แก่ Memphis Red, Titanium Silver, Ice White และ Graphite Grey จากนั้นลูกค้าก็ไปเลือกสีตัวถังซึ่งสามารถเลือกได้อิสระผ่านโปรแกรม MSO Bespoke
ห้องโดยสารจะเน้นวัสดุ Alcantara ทั่วคันตัดกับงานคาร์บอนไฟเบอร์ มีรายละเอียดที่โดดเด่นด้วยการใช้สีทองบนแป้นเหยียบ, ปุ่มเปลี่ยนเกียร์ที่คอนโซลกลาง และแผ่นป้ายสีทองพิเศษระบุ 750S JC96 1 of 61 พนักศรีษะเบาะนั่งปักโลโก้ JC96
750S JC96 มาพร้อมขุมพลัง V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ รหัส M840T ให้กำลังสูงสุด 750 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที, 0-200 ใน 7.2 วินาที, 0-300 ใน 19.8 วินาที ท๊อปสปีด 332 กม./ชม. ส่งกำลังผ่านเกียร์คลัทซ์คู่ 7 สปีด (SSG) ขับเคลื่อนล้อหลัง
McLaren 750S JC96 คือตัวแทนแห่งความเคารพในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตญี่ปุ่น และเป็นการแสดงความภักดีต่อแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นที่หลงใหลในแบรนด์มาอย่างยาวนาน ด้วยจำนวนการผลิตเพียง 61 คัน มันจะเป็นหนึ่งในตัวหายากในอนาคตแน่นอน
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : McLaren














![[ครบชุด] T2709058 คนด อย ไหน ใครก เห นค Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1009.png)
![[ครบชุด] T2709061 สะใภ ไม ใช เบ ยล าง Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1010.png)