การซื้อรถในราคาหลักล้าน ก็อาจเป็นจำนวนเงินที่สูงสำหรับใครหลายๆ คนแล้ว แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ในปัจจุบันมีรถหรูราคาแตะเกือบ 900 ล้านบาทด้วยนะ เพราะอะไรทำไมรถเหล่านี้ถึงมีราคาสูงจนคนธรรมดาทั่วไปได้แต่ฝันถึง วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 อันดับรถที่แพงที่สุดในโลกประจำปี 2025 ซึ่งเราบอกเลยว่าแต่ละคันล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และความหรูหรา มาดูกันว่ารถราคาแพงเหล่านี้จะมีอะไรพิเศษถึงขนาดที่ทำให้ราคาของมันสูงลิบลิ่วได้ขนาดนั้น
เลือกเพื่ออ่านได้เลย ซ่อน
เปิด 5 อันดับรถหรู รถที่แพงที่สุดในโลก 2025
อะไรที่ทำให้รถยนต์ที่แพงที่สุดในโลก มีราคาหลักร้อยล้านได้
สรุป อยากมีขับรถที่แพงที่สุดในโลก ต้องทำยังไง
เปิด 5 อันดับรถหรู รถที่แพงที่สุดในโลก 2025
รถหรูที่แพงที่สุดในแต่ละปี มักจะถูกทำลายสถิติกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งถ้าใครอยากรู้ว่าในปี 2025 นี้ 5 อันดับรถที่แพงที่สุดในโลกจะมีรุ่นอะไรบ้าง เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่
1.Rolls-Royce Boat Tail

Rolls-Royce Boat Tail คือสุดยอดรถหรูที่ครองตำแหน่งรถที่แพงที่สุดในโลกประจำปี 2024 ด้วยราคาที่สูงถึง 28 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 890 ล้านบาท รถคันนี้ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นเหมือนกับงานศิลปะเคลื่อนที่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรือยอชท์สุดหรู การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์และการผลิตแบบ made-to-order ทำให้ Boat Tail มีความพิเศษเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร
จุดเด่นของ Rolls-Royce Boat Tail
- มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12
- ความยาวตัวรถเกือบ 6 เมตร
- มีหลังคาแบบ canopy ที่ถอดออกได้
- มีพื้นที่เก็บของพิเศษใต้ท้ายรถ
2.Bugatti La Voiture Noire

Bugatti La Voiture Noire เป็นรถที่ครองตำแหน่งรถที่แพงที่สุดในโลกมาก่อนในปี 2020 แม้ว่าปัจจุบันจะตกมาอยู่อันดับ 2 แต่ด้วยราคา 18.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 598 ล้านบาท ก็ยังทำให้รถคันนี้เป็นหนึ่งในรถที่แพงเกือบที่สุดในตอนนี้ ซึ่งเป็นรถที่มีโดดเด่นด้วยการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Bugatti Type 57SC Atlantic รถคลาสสิกในตำนาน
จุดเด่นของ Bugatti La Voiture Noire
- เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร
- มีเทอร์โบชาร์จเจอร์ 4 ตัว ให้กำลังสูง 1,500 แรงม้า
- ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ทำด้วยมือทั้งคัน
- ผลิตเพียง 1 คันในโลก
3.Mercedes-Maybach Exelero
Mercedes-Maybach Exelero เป็นรถราคาแพงที่มีความพิเศษตรงที่มีเพียงคันเดียวในโลก ด้วยราคา 8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 254 ล้านบาท โดยมี Exelero ที่เป็นโครงการร่วมระหว่าง Mercedes-Maybach และบริษัทยาง Fulda ซึ่งแสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งมีการออกแบบที่ล้ำสมัยผสมผสานความคลาสสิกได้อย่างลงตัว ทำให้รถแพงที่สุดในโลกคันนี้ดูเหมือนยานอวกาศบนท้องถนน
จุดเด่นของ Mercedes-Maybach Exelero
- เครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ
- ให้กำลังสูงสุด 690 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด 1,020 นิวตันเมตร
- ความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ผลิตเพียง 1 คันในโลก
4.Pagani Huayra Imola
Pagani Huayra Imola เป็นรถหรูไฮเปอร์คาร์จากแดนมักกะโรนีที่มีราคาสูงถึง 5.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 178 ล้านบาท ซึ่ง Huayra Imola คันนี้ มีความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดัน และมีสมรรถนะที่น่าทึ่งไม่แพ้รถแข่ง F1 นอกจากนี้ยังเป็นรถแพงที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Pagani เคยสร้างมาอีกด้วย
จุดเด่นของ Pagani Huayra Imola
- เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.2 ลิตร ทวินเทอร์โบ
- ให้กำลังสูงสุด 827 แรงม้า
- แรงบิดสูง 1,100 นิวตันเมตร
- ผลิตจำกัดเพียง 5 คันทั่วโลก
5.Koenigsegg CCXR Trevita
Koenigsegg CCXR Trevita เป็นอีกหนึ่งรถที่แพงที่สุดในโลกอันดับที่ 5 ด้วยราคา 4.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 153 ล้านบาท ซึ่ง CCXR Trevita เป็นรถยนต์รุ่นสูงสุดในตระกูล CCX ที่มีความพิเศษตรงที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีขาวประกายเพชรในการทำตัวถัง ทำให้รถคันนี้มีความหรูหราและโดดเด่นไม่เหมือนใครแน่นอน
จุดเด่นของ Koenigsegg CCXR Trevita
- เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.8 ลิตร
- ให้กำลังสูงสุด 1,004 แรงม้า
- ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์สีขาวประกายเพชร
- ผลิตจำกัดเพียง 3 คันทั่วโลก
อะไรที่ทำให้รถยนต์ที่แพงที่สุดในโลก มีราคาหลักร้อยล้านได้
รถยนต์ที่มีราคาสูงลิบลิ่วถึงหลักร้อยล้านบาทอย่าง Rolls-Royce Boat Tail ที่เป็นรถที่แพงที่สุดในโลกนั้นไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะธรรมดา แต่เป็นผลงานชั้นเยี่ยมที่รวมเอาปัจจัยหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน เริ่มต้นจากการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมักจะเป็นงานที่ทำด้วยมือโดยนักออกแบบระดับโลก แต่ละลวดลาย แต่ละมุมของตัวเครื่องล้วนผ่านการคิดอย่างพิถีพิถันเพื่อให้รถแพงที่สุดในโลกมีรูปลักษณ์ที่สวยงามและโดดเด่นไม่เหมือนใคร
สรุป อยากมีขับรถที่แพงที่สุดในโลก ต้องทำยังไง
การเป็นเจ้าของรถที่แพงที่สุดในโลกไม่ใช่เพียงแค่รวยก็สามารถซื้อได้ แต่ต้องมีความหลงใหลและรักใคร่ในรถเหล่านี้ เพราะนอกจากความมั่งคั่งทางการเงินที่ต้องมีมากพอที่จะซื้อรถในราคาหลักร้อยล้านได้แล้ว คุณยังต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบริษัทผู้ผลิต เพราะรถยนต์ระดับนี้จะไม่ได้วางขายตามโชว์รูมทั่วไป แต่จะจำกัดการขายให้กับลูกค้าที่ได้รับเลือกเท่านั้น
โดยการที่ได้รถราคาแพงมาครอบครองนั้น คุณยังคงต้องมีความรู้และความเข้าใจในรถยนต์เหล่านี้อย่างละเอียด เพราะจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่ค่อนข้างสูงหากรถของคุณได้รับอุบัติเหตุ แต่ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะหมดไป ถ้าคุณทำประกันรถยนต์ เพราะประกันติดโล่เราคัดมาให้คุณแล้วมากกว่า 15 บริษัทประกัน ไม่ว่าคุณจะต้องการประกันภัยชั้น 1, ชั้น 2+, ชั้น 3 ก็มีให้เลือกครบ ชอบประกันเจ้าไหนก็เลือกได้เลย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- ติดต่อโดยตรงได้ที่ : เงินติดล้อ ทุกสาขา ใกล้บ้าน
- Facebook Inbox ประกันติดโล่ : www.facebook.com/prakantidloh
- โทรเข้า Call Center ประกันติดโล่ : 1501
ชมรถ Koenigsegg Gemera ไฮเปอร์คาร์ 3 สูบ 1700 ม้า นั่งได้ 4 คน ราคา 110 ล้านบาท
กระทู้ข่าว
เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ทาง บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย ตัวแทนจำหน่าย Koenigsegg อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในเครือของ Sharich Holding (ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย Lamborghini ในประเทศไทย รวมถึง Ducati Thailand)
ได้มีการเปิดตัวโชว์รูม Koenigsegg Bangkok เพื่อใช้เป็นที่ดิสเพลย์ สุดยอดยนตรกรรม Hypercar สุดหรูจากสวีเดน ด้วยการปรับแบ่งพื้นที่เดิมของ Ducati Thailand วิภาวดีรังสิต ให้กลายมาเป็น พื้นที่ในฝันของผู้ที่คลั่งไคล้รถ Hyperperformance ระดับโลกแบรนด์นี้

โดยเบื้องต้นรถที่นำเข้ามาเปิดตัวให้อภิมหาเศรษฐี ไทยได้จับจองเป็นเจ้าของนั้นก็จะประกอบไปด้วยกัน 2รุ่น ก็คือ
Koenigsegg Gemera และ Jesko Absolut

ซึ่งทางผมในนามของทีม Pantip Garage ก็ได้มีโอกาสเข้าไป สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด จึงขอมาเก็บภาพให้เพื่อนๆ ได้รับชมคันจริงกันครับ
โดยในวันนี้ผมขอเริ่มกันที่คันแรกก่อน Koenigsegg Gemera

Koenigsegg Gemera ถือเป็นรถ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ไร้เสา B ซึ่งผู้โดยสารสามารถนั่งได้สบายในทุกที่นั่งแบบไม่ใช่ Baby Seat
ตัว Chassis รถใช้โครงสร้าง Carbonfiber Monocoque
ตัวซับเฟรมทั้งหน้า-หลังเป็นอลูมิเนียม
สามารถปรับความสูงต่ำด้วยระบบไฮโดรลิคได้ทั้งหน้า-หลัง

Logo ที่ฝากระโปรงหน้า
ชุดท่อไอเสียที่อยู่บริเวณกระจกบานหลังทั้ง 2 ฝั่ง เป็นของ Akrapovic

ไฟหน้า LED 5 ดวง

ไฟท้าย 5 ดวงเช่นกัน

ช่องเก็บสัมภาระ หลัง

มิติรถ
ยาวxกว้างxสูง = 4,875×1,988×1,295 มม.
ระยะฐานล้อ 3,000 มม.
ความจุถังน้ำมัน 75 ลิตร
นน. Dry 1,715 กก.
นน. Wet 1,850 กก.
ชุดท่อไอเสียอยู่บนกระจกหลัง ทั้ง 2 ข้าง
พื้นที่เก็บสัมภาระรวมทั้งหน้า-หลัง 200 ลิตร

ล้อเป็นแบบ Aircore Carbon สวมไซส์ยางขนาด 295/30 ZR21 ด้านหน้า และ 317/30 ZR22 ด้านหลัง
ซึ่งระบบเบรกจะเจอกับระบบดิสก์เบรก จานขนาดใหญ่ 415 มม. มีปั๊ม 6 pot อยู่ภายในล้อหน้า
และ จานหลังขนาด 390 มม. มีปั๊ม 4 pot อยู่ภายในล้อหลัง
โดยใช้ตัวคาลิปเปอร์ตี OEM Koenigsegg ลูกสูบเป็นแบบ เซรามิก

และเมื่อเปิดประตูด้วยรูปแบบ Koenigsegg dihedral synchro helix doors แบบตั้งขึ้นมา 90 องศา ก็จะพบกับ Cockpit รถสุดหรู และดูล้ำสมัย

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหุ้มหนัง Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์

เบาะนั่งแบบ Semi-Bucket หลังคาร์บอนไฟเบอร์ ทั้ง 4 ที่นั่ง ตัวเบาะสีเหลืองมาพร้อมโลโก้แบรนด์ และ ธงสวีเดน

หน้าจอแสดงผลขนาด 13″ ให้มาทั้งหน้า-หลัง ลำโพงให้มามากถึง 11 ตัว


นอกจากนี้จอแดชบอร์ดก็เป็น Full Digital

กระจกมองข้างเป็นแบบดิจิตอล ใช้กล้องแทนกระจก มีจอแยกซ้าย-ขวา

ซึ่งการที่เป็นรถแบบเดินทางได้ 4 คน มันจึงมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้ด้วย ทั้งเบาะนั่งแบบอุ่นก้น, ที่วางแก้วที่เก็บรักษาความเย็นได้อีก
ด้านหน้า 4 แก้ว หลังอีก 4 แก้ว, และยังมีจอหลังขนาด 13″ เท่ากันกับด้านหน้า ซึ่งสามารถสั่งการควบคุมทั้งระบบ Infotainment และระบบปรับอากาศได้

ขุมพลังไฮบริด ประกอบไปด้วย เครื่องยนต์ 3 สูบ 2.0 ลิตร Twin Turbo แบบ Free Valve ไม่มีแคมชาฟท์
ด้วยเครื่องเป็นบล็อกเล็กจึงมีน้ำหนักเบาเพียง 70 กก. แต่เห็นเครื่องเล็กๆ แบบนี้
มันทำกำลังได้ไม่แพ้ พวก V12 ระดับ 6 ลิตร เลยนะครับ กำลังจากตัวเครื่อง ออกมาที่ระดับ 598 แรงม้า@8,500rpm กับ แรงบิดสูงสุด 600 Nm@2,000-7,000rpm ซึ่งเป็น Flex Fuel เติมน้ำมันได้ถึง E100
และอย่างที่บอก มันเป็นไฮบริด ก็มีมอเตอร์ไฟฟ้า มาช่วยปั่นกำลังด้วย โดยมีมอเตอร์ถึง 3 ตัว
ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ได้พละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 3,500 Nm
มอเตอร์ตัวแรก มีกำลัง 400 แรงม้า และ แรงบิด 500 นิวตันเมตร มันติดกับเพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์ และทำหน้าที่ส่งแรงบิดไปที่ล้อคู่หน้า ผ่านชุดเกียร์ Single-Speed Direct-drive
มอเตอร์อีก 2 ตัว จะติดตั้งที่ล้อหลัง ฝั่งซ้าย และ ขวา มีกำลังสูงสุด 500 แรงม้า แรงบิด 1,000 Nm

ด้านตัวเลขสมรรถนะ
มันสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 1.9 วินาที Top Speed มากกว่า 400 กม./ชม.
เมื่อเติมน้ำมันเต็มถัง 75 ลิตร ตัวเครื่องยนต์ จะวิ่งได้ไกล 950 กม.
ส่วนการวิ่งด้วย EV เพียงอย่างเดียวจะได้อีก 50 กม.
นั่นจึงทำให้รถคันนี้วิ่งได้ระยะทางไกลรวม ทั้ง 2 ระบบ ถึง 1,000 กม.

สำหรับเจ้า Koenigsegg Gemera สนนราคาจำหน่ายในไทย ประมาณ 110 ล้านบาท)
ไว้ในครั้งหน้าผมจะพามาชมกับ Jesko Absolut กันต่อครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2563 เวลา 03:37 น.
GenPon_Redline
6 พฤศจิกายน 2563 เวลา 02:02 น.
ANNEDESONGE ถูกใจ, MrArseTong ถูกใจ, เพชรปู ถูกใจ, Matter of Time ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 1973551 ถูกใจ, หนูท้องขาว ถูกใจ
15 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
สุดท้ายนี้ก็ขอถ่ายรูปคู่รถสักหน่อยฮะ



![[ครบชุด] T2709065 นดานแก ยาก Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1020.png)
![[ครบชุด] T3009020 เขาอยากได แกไปเป นเม ยน อย Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1021.png)