ดินทางไปกลับ กรุงเทพฯ-เขาใหญ่ กับรถยนต์ 3 รุ่น 3 สไตล์ ได้แก่ MG Maxus 9, MG 3 Hybrid+ และ MG IM6
MG Primus Test Drive Activity กรุงเทพฯ-เขาใหญ่ กับ 3 รุ่น 3 สไตล์ MG Maxus 9, MG 3 Hybrid+ และ MG IM6
กลับมาเจอกันอีกครั้งใน เลดี้โก (Lady go) ค่ะ สำหรับ Episode นี้เลดี้จะพาทุกคนไปสัมผัสกับ 3 ยนตรกรรม 3 สไตล์ ในกิจกรรม MG Primus Test Drive Activity เส้นทาง กรุงเทพฯ – เขาใหญ่ โดยในทริปนี้จะมีรถยนต์ให้เราทดสอบถึง 3 รุ่น ได้แก่ MG Maxus 9 รุ่น X, MG 3 Hybrid+ รุ่น X และ MG IM6 รุ่น Perfomance ซึ่งเลดี้จะพาไปเที่ยวไหนบ้าง จะสนุนสนานแค่ไหน รวมถึงเลดี้มีเซอร์ไพรส์ให้กับทุกคนในตอนท้ายด้วยนะ ถ้าพร้อมแล้ว….ไปรับชมกันเลยค่ะ


รีวิว MG Maxus 9 แบบใช้จริง! ขับยาว กรุงเทพฯ-ปากช่อง
ออกเดินทางจากโชว์รูมเอ็มจี ไพรม์มัส เพชรเกษม 65 ด้วย MG Maxus 9 รุ่น X มุ่งหน้าสู่ ร้านอาหารระรินธาร ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระยะทางจากจุดสตาร์ทไปจนถึงร้านอาหารอยู่ที่ 182 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง ประมาณ 2 ชั่วโมง 29 นาที คันของเราไปกันแบบสาวสาวสาว นั่งสบายแบบเหลือเฟือเลยแหละ เพราะ MG Maxus 9 รุ่น X มีมิติตัวถังยาว 5,270 มิลลิเมตร กว้าง 2,000 มิลลิเมตร สูง 1,840 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 3,200 มิลลิเมตร สามารถนั่งได้มากสุดถึง 7 ที่นั่ง ภายในห้องโดยสารปลอดโปร่งด้วยหลังคาแบบ Dual Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่ ทำให้การเดินทางในครั้งนี้ฟิลเหมือนไปแบบผู้บริหารจริงๆ

MG Maxus 9 รุ่น X มาพร้อมกับขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออนขนาดความจุ 90 kWh ให้ระยะวิ่งสูงสุดที่ 540 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC แต่ตอนที่เลดี้รับรถมา ปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือที่สามารถวิ่งได้คือ 388 กิโลเมตร เลยถือโอกาส Challenge กันสิ้ว่าไปถึงจะคงเหลือแบตเตอรี่เท่าไหร่

ตลอดการเดินทางเลดี้ไม่รู้สึกว่ากำลังขับ รถยนต์ e-MPV ที่มีขนาดยาว 5 เมตรกว่า กว้าง 2 เมตร อยู่เลย เหมือนกับว่ากำลังขับรถยนต์ไซส์ SUV ยังไงยังงั้น นอกจากนี้ยังมั่นใจตลอดการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมากมาย ทั้งระบบ ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM และ ระบบ ADAS ที่มีมาให้ มันทำให้ชีวิตการเดินทางข้ามจังหวัดง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว
หนีร้อนมานั่งชิลล์ ระรินธาร ร้านอาหารบรรยากาศดีติดลำธาร
เดินทางมาถึง ร้านระรินธาร ในเวลาประมาณ 11.30 น. ร้านจะอยู่ติดถนนมิตรภาพ ในตัวเมืองปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ใกล้ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ เป็นร้านสไตล์ Cafe’ & Restaurant บรรยากาศดีติดลำธารเล็กๆ ตกแต่งสไตล์สีขาว สะอาดตา ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง มีที่นั่งทั้งในโซนห้องแอร์และริมระเบียงน้ำสุดร่มรื่น ซึ่งเมนูอาหารมีความหลากหลาย ทั้งอาหารจานเดียวและเป็นกับข้าว อาทิ ข้าวผัดปลาสลิด, แกงส้มชะอมกุ้ง, กุ้งซอสมะขาม, ทอดมันกุ้ง และปลายำสมุนไพร ส่วนเครื่องดื่มไฮไลท์ที่น่าลอง อาทิ คาปูชิโนเย็น, มิกซ์เบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้ และลาเต้โฟลท์ ทางด้านขนมเค้กถ้าให้เลดี้แนะนำ ต้องลองคาราเมลวาฟเฟิลค่ะ


ร้านระรินธาร เหมาะกับการมาทานอาหารกับครอบครัว พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง และยังสามารถมานั่งทำงานหรือกินเลี้ยงก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-21.30 น. แต่ที่จอดรถหน้าร้านค่อนข้างน้อยจอดได้ไม่เกิน 3-4 คัน แนะนำให้ไปจอดรถไว้ที่ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ แล้วเดินมานิดหน่อยจะสะดวกกว่าค่ะ เพราะถ้าเลยมาแล้วไม่มีที่จอดรถ ต้องไปกลับรถไกลมากๆ


ชมวิวกังหันลมยักษ์ที่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง
หลังจากทานอาหารเสร็จ เราก็ออกเดินทางมาต่อกันที่ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องของพลังงานที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เพราะบอกเลยว่าขนาดเลดี้เองยังรู้สึกเปิดโลก แถมเป็นการเรียนรู้ที่สนุก Enjoy สุดๆ โดยจะมีนิทรรศการแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพลังงานสะอาด เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน พลังงานฟอสซิล และไฮโดรเจน รวมถึงมีจุดชมวิวทุ่งกังหันลมยักษ์ และอ่างเก็บน้ำบนยอดเขายายเที่ยง ที่สามารถมองเห็นเขื่อนลำตะคองและถนนมิตรภาพ เป็นภาพที่สวยงามจริงๆ ค่ะ
ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง ตั้งอยู่ใกล้เขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00 – 16:00 น. (ยกเว้นวันจันทร์) ไม่เสียค่าเข้าชม สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเลดี้แนะนำว่าควรติดตามกิจกรรมพิเศษที่จัดในช่วงวันหยุดหรือช่วงปิดเทอม โดยสามารถโทรไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 044-984-007 ค่ะ
1 วันเต็มกับ MG Maxus 9 บทสรุประยะทางวิ่ง และการชาร์จ
เดินทางมาถึงที่พัก ด้วยระยะทางรวมในการขับขี่ของวันนี้ 268 กิโลเมตร ซึ่งถ้าหากเอาไปลบกับปริมาณแบตเตอรี่ ณ จุดสตาร์ท จะเท่ากับว่าสามารถวิ่งได้อีก 122 กิโลเมตร จนกว่าแบตจะเหลือ 0% แต่จากไมล์หน้าแดชบอร์ดที่บอกปริมาณระยะทางคงเหลือที่สามารถวิ่งได้จริงคือ 109 กิโลเมตร นั่นหมายความว่า ระยะทางรวมที่ใช้งานจริงทำได้ 377 กิโลเมตร น้อยกว่าที่เคลมไว้ในตอนแรก 11 กิโลเมตร ซึ่งเลดี้ค่อนข้างโอเคกับตัวเลขนี้ เพราะด้วยความที่เรานั่งมากัน 3 คน รวมสัมภาระของตัวเองและคันอื่นที่มาแจมด้วยเล็กน้อย ประกอบกับที่เลดี้ขับมาด้วยความเร็วประมาณ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตลอดทาง และยังไม่นับรวมกับเปอร์เซ็นต์แบตที่ใช้ไปก่อนหน้านี้อีก ดังนั้นถือว่ารับได้ค่ะ

มาดูในส่วนของการชาร์จไฟกันบ้าง MG Maxus 9 รุ่น X คันนี้รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดที่ 120 kWh โดยเคลมระยะเวลาในการชาร์จจาก 30% – 80% ไว้ที่ ประมาณ 30 นาที ซึ่งเราแพลนกันว่าจะใช้บริการตู้ DC Fast Charge ที่ปั้ม ปตท. ใกล้ๆ และจะเติมไฟไปจนถึง 90% โดยเราใช้เวลาในการชาร์จทั้งหมดไป 45 นาที ระยะทางคงเหลือที่สามารถขับได้ขึ้นโชว์อยู่ที่ 465 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการชาร์จจากแบตเตอรี่คงเหลือที่ต่ำกว่า 30% และชาร์จเกิน 80% ดังนั้นในส่วนของเวลาในการชาร์จ อันนี้ก็ถือว่ารับได้ค่ะ

ขากลับเลดี้ได้นั่งตัว MG 3 Hybrid+ รุ่น X ที่ต้องบอกว่านั่งก็เพราะว่าไม่ได้เป็นคนขับเลย เนื่องจากเลดี้เคยขับรุ่นนี้แล้วเลยสละให้ผู้โดยสารอีก 2 ท่าน ที่ยังไม่เคยทดลองขับมาก่อน แต่ทุกคนสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลการทดสอบทั้ง MG 3 Hybrid+ รุ่น X และ MG IM6 รุ่น Perfomance แบบเต็มรูปแบบได้ตามลิงค์ที่เลดี้แนบไว้ได้เลยค่ะ ซึ่งก่อนที่เราจะเดินทางกลับกัน ได้แวะไปที่ GranMonte Vineyard and Winery ไร่องุ่นกันก่อนค่ะ
GranMonte Vineyard and Winery จิบไวน์ไทยระดับโลก ครบจบในที่เดียว
GranMonte ตั้งอยู่ในหุบเขาอโศก อำเภอปากช่อง ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามโอบล้อมด้วยภูเขา บรรยากาศโดยรวมมีความเป็นยุโรปสูงมาก ไร่องุ่นได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนจากความวุ่นวายในเมือง ไฮไลท์หลักที่ทุกคนไม่ควรพลาดคือการชมไร่ชิมไวน์ดัง ทั้ง 4 ชนิด ของทางร้าน ซึ่งมีทั้งไวน์ขาวและไวน์แดง ส่วนท่านไหนที่ไม่ดื่มสามารถแจ้งขอชิม น้ำองุ่นชีราซ 100% ที่มีรสชาติเข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ได้ค่ะ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ที่ 450 – 590 บาท/คน แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ทางที่ดีควรสอบถามโดยตรงกับทางร้านอีกทีค่ะ

นอกจากนี้ GranMonte ยังมีบริการด้านอื่นๆ อีก ได้แก่ ร้านอาหาร VinCotto Restaurant อาหารสไตล์ยุโรปและฝรั่งเศสแบบโฮมเมด ที่ได้สูตรมาจากคุณแม่ สกุณา โลหิตนาวี และที่พักแบบเกสต์เฮาส์ขนาดเล็ก GranMonte Wine Cottage ซึ่งต้องจองล่วงหน้าค่อนข้างนาน บางห้องยังเป็น Pet-Friendly อีกด้วย

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ เลดี้ขอขอบคุณทาง Primus Group ที่เชิญให้ทาง AutoSpinn ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรม MG Primus Test Drive Activity เส้นทาง กรุงเทพฯ-เขาใหญ่ ในครั้งนี้ ก็ต้องบอกเลยว่า “รถขับดี กิจกรรมสนุกสนาน อาหารกลมกล่อม ครบรสจริงๆ ค่ะ”
ส่วนเซอร์ไพรส์ที่เลดี้พูดถึงก็คือ ตอนนี้ MG Maxus 9 มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษ ดังต่อไปนี้
- MG Maxus 9 รุ่น X มาพร้อมราคาพิเศษ 1,639,000 บาท
- MG Maxus 9 รุ่น PLUS มาพร้อมราคาพิเศษ 1,799,000 บาท
- MG Maxus 9 รุ่น V มาพร้อมราคาพิเศษ 1,849,000 บาท
ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี, MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง, ชุดพรมปูพื้น, ฟิล์มรอบคัน และกรอบป้ายทะเบียน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม MG Primus และ โชว์รูม MG ทุกสาขา
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
20 รถยนต์ ราคาแพงที่สุดในโลก ที่มีจำหน่ายในปี 2023
- February 7, 2023

การจัดลำดับ 20 รถยนต์ ราคาแพงที่สุดในโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่มีการผลิตและจำหน่ายในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น รถยนต์ระดับ ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ ที่มีการจัดจำหน่ายในระดับปกติ ไม่รวมการตกแต่งพิเศษหรือการสั่งพิเศษ รวมถึง ไม่นับรถประมูล หรือการขายมือสองที่เกินราคา แต่อาจมีการผลิตรุ่นพิเศษขึ้นมา ซึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญ ก็จะไม่นับรวมในครั้งนี้ด้วย





🚩 Rolls-Royce Boat Tail
$28.0 Million ราคา: 28.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 943.6 ล้านบาท )
ยนตรกรรมหนึ่งเดียวที่สั่งผลิตตัวถังพิเศษ ‘Boat Tail’ เป็นยนตรกรรมเพียงหนึ่งเดียว ที่รังสรรค์ด้วยงานหัตถศิลป์ที่แท้จริงทั้งในส่วนของตัวถัง และภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบ และสร้างสรรค์ตรงตามข้อกำหนดของลูกค้า
Rolls-Royce Boat Tail เป็นรุ่นที่ผลิตต่อจาก รุ่น Sweptail ที่มาอวดโฉมในปี 2017 ซึ่งมีราคา 12.8 ล้านเหรียญสหรัฐ Boat Tail มีรูปลักษณ์ภายนอกแบบทูโทนที่ไม่เหมือนใคร การตกแต่งภายในระดับไฮเอนด์แบบกำหนดเอง และแม้แต่ “ชุดโฮสต์” ที่สมบูรณ์พร้อมตู้เย็นแชมเปญและตัว แม้ว่า Rolls-Royce จะไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการสำหรับการผลิตแบบครั้งเดียว ตามออร์เดอร์ของลูกค้า แต่รายงานระบุว่า Boat Tail มีราคาสูงถึง 28.0 ล้านเหรียญสหรัฐ






🚩 Bugatti La Voiture Noire
$13.4 Million ราคา 13.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 451.58 ล้านบาท )
ด้วยป้ายราคา 13.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ Bugatti La Voiture Noire ที่ผลิตเพียงครั้งเดียว ถือเป็นรถ Bugatti รุ่นใหม่ที่แพงที่สุดเท่าที่เคยผลิตมาอย่างเป็นทางการ และเข้าใจเช่นนั้น การตีความที่ทันสมัยของ Type 57 SC Atlantic ส่วนตัวของ Jean Bugatti La Voiture Noire ใช้เครื่องยนต์ W16 4 เทอร์โบ 8.0 ลิตรแบบเดียวกับ Chiron ให้กำลัง 1,479 แรงม้า ป้าย Fascia ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ และป้ายไฟขนาดมหึมาด้านหลังที่สะกดชื่อแบรนด์ แน่นอนว่า Bugatti คันนี้มีคนซื้อไปแล้ว


🚩 Rolls-Royce Sweptail
$12.8 Million ราคา 12.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 431.36 ล้านบาท )
คาดว่า Rolls-Royce จะครองตำแหน่งสูงสุด สองในสามอันดับแรกของรายการนี้ โดย Sweptail ที่น่าทึ่งซึ่งเปิดตัวครั้งเดียวจากปี 2017 อยู่ที่อันดับสาม ด้วยราคาที่สูงลิ่วถึง 13.0 ล้านดอลลาร์ ทำให้ ณ เวลาที่เปิดตัวเป็นรถใหม่ที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รถหรู 453 แรงม้า


🚩 Bugatti Chiron Profilée
$10.8 Million ราคา: 10.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 363.96 ล้านบาท )
แม้ว่าจะดูไม่แตกต่างจาก Chiron ทั่วไป แต่ Profilée นั้น ค่อนข้างไม่เหมือนใคร Bugatti สร้างขึ้นในตอนแรกเพื่อเป็นการทดสอบสำหรับรุ่น Profilée ที่มีจำนวนจำกัด แต่ Chiron คันนี้ กลายเป็นเพียงตัวอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยเครื่องยนต์ W16 ควอดเทอร์โบ 1,476 แรงม้า แบบเดียวกันที่แพร่หลายทั่ว ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ Chiron Profilée มีตัวถังที่เป็นเอกลักษณ์และสปอยเลอร์แบบกำหนดเอง ที่ช่วยแยกออกจากกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ
🚩 Bugatti Centodieci
$9.0 Million ราคา: 9.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 303.30 ล้านบาท )
Bugatti เปิดตัว Centodieci ในงาน Pebble Beach car week ปีที่แล้ว อวดโฉมรถรุ่นหายาก สุดแพงอีกรุ่นสู่สายตาชาวโลก ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 คันเท่านั้น รถคันนี้เป็นรถย้อนยุคของ Bugatti EB110 ในขณะเดียวกันก็เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีอันน่าจดจำของ Bugatti เอกลักษณ์ของสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ จะไม่ทำให้ทุกคนตกหลุมรัก แต่อย่างน้อยคุณก็ไม่ต้องกังวลว่า จะเจอคันอื่นบนท้องถนน ด้วยราคาเพียง 9 ล้านเหรียญสหรัฐ Centodiece เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่พิเศษที่สุดเท่าที่เคยมีมา


🚩 Mercedes-Maybach Exelero
$8.0 Million ราคา: 8.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 269.60 ล้านบาท )
Mercedes-Benz Maybach Exelero เช่นเดียวกับรถรุ่นอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ ได้รับคำสั่งจาก Fulda ซึ่งเป็นบริษัทสาขาของ Goodyear ในเยอรมันให้ทดสอบยางล้อใหม่ Exlero เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004 Mercedes สร้าง Exelero จากกระดูกของ Maybach และให้เครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่แบบเดียวกันที่ให้กำลัง 690 แรงม้า (510 กิโลวัตต์) และแรงบิด 752 ปอนด์-ฟุต (1,020 นิวตัน-เมตร) ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 218 ไมล์ต่อชั่วโมง (350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และเมื่อปรับอัตราเงินเฟ้อแล้ว Exelero จะมีราคามากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน
🚩 Pagani Codalunga
$7.4 Million ราคา: 7.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 249.38 ล้านบาท )
Paganis ราคาแพง (ใหม่) จบลงด้วย Codualunga ได้รับแรงบันดาลใจจากการสร้างรถโค้ชในอิตาลีช่วงปี 1960 ภายนอกที่สวยงามและการตกแต่งภายในแบบสตีมพังค์ ในขณะที่สวยงามไม่แพ้กัน – เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ทำให้ Pagani คันนี้มีราคาแพงมาก ภายใต้ฝากระโปรงเป็น V12 6.0 ลิตรเทอร์โบคู่ ที่ให้กำลัง 829 แรงม้าและแรงบิด 809 ปอนด์ฟุต จับคู่กับเกียร์ซีเควนเชียล 7 สปีด เพื่อความรู้สึกเหมือนรถแข่งจริง ราคาสำหรับหนึ่งในห้าของ Pagani นี้คือ 7.4 ล้านเหรียญ


🚩 SP Automotive Chaos
$6.4 Million ราคา: 6.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 215.68 ล้านบาท )
SP Automotive (ย่อมาจาก Spyros Panopoulos) เป็นชื่อใหม่ในโลกของไฮเปอร์คาร์ แต่แบรนด์ที่มีกำลัง 2,000 แรงม้า มูลค่า 6.4 ล้านดอลลาร์ ชื่อ Chaos ได้สร้างผลกระทบแล้ว ด้วยเครื่องยนต์ V10 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำให้ SP Automotive Chaos เป็นหนึ่งในรถที่แพงที่สุดในรายการนี้ เอาชนะ Lambos และ Bugattis หลายรุ่นได้ แต่มีรถรุ่นที่แพงกว่านี้ ซึ่งมีราคาสูงถึง 14.4 ล้านเหรียญสหรัฐ . รุ่นดังกล่าวมีรายงานว่า บรรจุ 3,000 แรงม้า
🚩 Bugatti Divo
$5.8 Million ราคา: 5.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 195.46 ล้านบาท )
ในบรรดารถยนต์ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดของ Bugatti Divo เป็นที่ชื่นชอบของพนักงาน แม้ว่ามันจะมีส่วนเหมือนกันกับ Chiron พี่น้องที่ถูกกว่า แต่ Divo ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะทำให้มันคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายเพิ่ม ด้วยการเพิ่มล้อที่เบาขึ้น อินเตอร์คูลเลอร์คาร์บอนไฟเบอร์ และการกำจัดเสียงรบกวนออก Bugatti ทำให้ Divo เบากว่า Chiron ถึง 77 ปอนด์ แม้ว่ากำลังจะไม่เปลี่ยนแปลงจาก Chiron ที่มีกำลัง 1,500 โพนี (1,119 กิโลวัตต์) แต่ Divo มีการตั้งค่าแอโรไดนามิกที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้วิ่งเร็วขึ้น 8 วินาทีรอบสนามทดสอบ Nardo ในที่สุดก็ถึงเวลาที่คุณรอคอย: Bugatti กำลังสร้างรถตัวอย่างจำนวน 40 คัน มูลค่าคันละ 5.8 ล้านเหรียญสหรัฐ


🚩 Pagani Huayra Imola
$5.4 Million ราคา: 5.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 181.98 ล้านบาท )
แม้ว่า Utopia ใหม่จะเป็นก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่สำหรับ Pagani แต่ Huayra Imola ก็บรรจุพละกำลังเกือบเท่าตัวด้วยเครื่องยนต์ V12 6.0 ลิตรเทอร์โบคู่ที่ให้กำลัง 827 แรงม้าและแรงบิด 811 ปอนด์ฟุต Huayra Imola คาดว่าจะมีราคาประมาณ 5.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้เป็น Pagani ที่แพงที่สุดอันดับสองตลอดกาล
🚩 Bugatti Mistral
$5.0 Million ราคา: 5.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 168.50 ล้านบาท )
Bugatti Mistral ส่งเครื่องยนต์ W16 ที่เป็นสัญลักษณ์ออกมาอย่างมีสไตล์ ด้วยพละกำลัง 1,577 แรงม้า และไม่มีหลังคา Mistral นำส่วนที่ดีที่สุดของ Chiron และยืมองค์ประกอบมาจาก Bolide และ Divo เพื่อสร้างรถเปิดประทุนที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง แน่นอนว่า Bugatti วางแผนที่จะสร้าง Mistral เพียง 99 ตัวอย่างในราคาประมาณ 5.0 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกา


🚩 Bugatti Bolide
$4.7 Million ราคา: 4.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 158.39 ล้านบาท )
ผลิตในจำนวนที่จำกัดอย่างมาก บนตัวถังของ Chiron จึงไม่น่าแปลกใจที่รถแทร็ก Bolide หนึ่งใน 40 รุ่นของ Bugatti จะมีราคาสูงขนาดนี้ ด้วยราคา 4.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ไฮเปอร์คาร์ 1,824 แรงม้า มีพละกำลังมากกว่า Chiron Super Sport 300+ และตัวถังที่ผาดโผนมากขึ้น ซึ่งทำให้สามารถวิ่งรอบสนามเช่น Nurburgring ได้ในเวลาที่บันทึก (ในทางทฤษฎี) Bugatti กล่าวว่า Bolide จะสามารถพิชิต ‘Ring ในเวลาที่บันทึกได้
🚩 Lamborghini Veneno
$4.5 Million ราคา: 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 151.65 ล้านบาท )
Lamborghini สร้างVeneno ที่ใช้ Aventador เพียง 14 ตัวอย่าง ระหว่างปี 2014 ถึง 2015 แต่ละคันมีราคาประมาณ 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะ และมีให้เลือกทั้งแบบเปิดประทุนและแบบคูเป้ ลัมโบร์กีนีติดตั้งเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรของอเวนทาดอร์ที่ทรงพลังกว่าเดิม โดยขณะนี้ผลิตกำลังได้ 740 แรงม้า (552 กิโลวัตต์) และแรงบิด 509 ปอนด์ฟุต (609 นิวตัน-เมตร) ซึ่งทำให้สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในเวลา 2.9 วินาที จนถึงปัจจุบัน มันเป็น Lamborghini ใหม่ที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา


🚩 Bugatti Chiron Super Sport 300+
$3.9 Million ราคา: 3.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 131.43 ล้านบาท )
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Bugatti ได้ดึงดูดความสนใจโดยรวมของโลกยานยนต์ด้วยการประกาศว่า ได้ทำลายกำแพง 300 ไมล์ต่อชั่วโมงด้วย Chiron รุ่นดัดแปลง Super Sport 300 + เป็นรุ่นที่ใช้งานจริงของรถคันนั้น เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสนี้ Super Sport 300+ มี จำนวนจำกัดเพียง 30 คัน เป็นรุ่นที่สวยงามของ Chiron ด้วยตัวถังที่ไหลลื่น ลื่น และลายทางที่ดูอ่อนหวาน แม้จะมีชื่อ 300 แต่ Bugatti ก็จำกัดความเร็วสูงสุดของรถแต่ละคันไว้ที่ “แค่” 277 ไมล์ต่อชั่วโมง เริ่มการผลิตในปีนี้
🚩 Koenigsegg CC850
$3.7 Million ราคา: 3.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 124.69 ล้านบาท )
Koenigsegg CC850เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ แต่ก็เป็นสิ่งที่น่ายินดี ยืมเครื่อง V8 5.0 ลิตรเทอร์โบคู่จาก Jesko มาให้กำลังสูงสุด 1,385 แรงม้าและแรงบิด 1,022 ปอนด์ฟุต พร้อมระบบส่งกำลังที่เรียกว่า “TWMPAFMPC” ที่เปลี่ยน ระหว่างโหมดแมนนวลและอัตโนมัติ แน่นอนว่า เทคโนโลยีประสิทธิภาพทั้งหมดนั้น จะทำให้คุณเสียค่าใช้จ่าย CC850 เริ่มต้นที่ 3.7 ล้านเหรียญสหรัฐ


🚩 Lamborghini Sian
$3.6 million ราคา: 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 121.32 ล้านบาท )
แม้ว่าจะมีพื้นฐานมาจาก Aventador SVJ แต่ Lambo ที่ดูดุร้ายคันนี้เป็นรถยนต์ที่ผลิตด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ นอกจากเครื่อง V12 ขนาด 6.5 ลิตรที่มาจาก SVJ แล้ว Sian ยังใช้ระบบไฮบริดแบบอ่อน 48 โวลต์อีกด้วย กำลังขับทั้งระบบอยู่ที่ 819 แรงม้า (611 กิโลวัตต์) ซึ่งทำให้เป็น Lamborghini ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา แลมโบร์กินีจะผลิตเพียง 63 คันตามคำยืนยัน และแต่ละรุ่นจะมีราคาสูงกว่า Aventador SVJ ซึ่งมีราคา 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐ
🚩 Bugatti Chiron Pur Sport
$3.6 Million ราคา: 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 121.32 ล้านบาท )
Bugatti Chiron Pur Sport อีกหนึ่งรุ่นพิเศษจากงาน Geneva Motor Show ที่ไม่เคยมีมาก่อนคือ Chiron รุ่นพิเศษที่ให้ความสำคัญกับหลักอากาศพลศาสตร์ การลดน้ำหนัก และการกระจายกำลัง มันเป็นเครื่องยนต์ W16 ควอดเทอร์โบ 8.0 ลิตรแบบเดียวกันที่อยู่ใต้ผิวหนัง แต่ตอนนี้ได้จับคู่กับกระปุกเกียร์อัตโนมัติ ที่ปรับเทียบใหม่แล้ว ในขณะที่กำลังสูงสุดยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 1,500 แรงม้า (1,103 กิโลวัตต์) ขีดแดงของรอบต่อนาทีได้รับการตั้งค่าให้สูงขึ้น 200 รอบต่อนาที สูงสุด 6,900 รอบต่อนาที Pur Sport ยังมีตัวถังที่ได้รับการปรับปรุงเล็กน้อย โดยมีปีกหลังที่ใหญ่ขึ้น และแผงด้านหน้าที่รับกับอากาศพลศาสตร์มากขึ้น เริ่มต้นการผลิตในปลายปี 2020 Bugatti เริ่มต้นที่ 3.6 ล้านเหรียญสหรัฐ



![[ครบชุด] T3009041 ยามอดน กถ งแม ยามม กถ งเพ อน Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1023.png)
![[ครบชุด] T3009048 ปากหวาน นดานเส Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1024.png)