• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T3009023 ชายไร ขา! บผ หญ งของเขา Ep.2

admin79 by admin79
September 30, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T3009023 ชายไร ขา! บผ หญ งของเขา Ep.2

สัมผัสรถจริง Koenigsegg Gemera ไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่งคันแรกของโลก ราคา 120 ล้าน รถครอบครัวที่ขับขี่ได้ทุกวัน

นพรัตน์ มนต์ชัยธนพัฒน์

30/03/2023

Share

FacebookTweet

  1. หน้าแรก
  2. CARS
  3. Car News

ไม่บ่อยนักที่เราได้สัมผัสรถไฮเปอร์คาร์คันจริงแบบใกล้ชิดแบบนี้ ในงาน The Koenigsegg Gemera Private Viewing ที่จัดโดยบริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการและ ศักดิ์ นานา กรรมการ ถือเป็นการเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่งคันแรกของโลกที่มีเพียง 300 คันทั่วโลก และนำเข้ามาขายไทยถึง 6 คัน

หลังจาก Koenigsegg Automotive AB ประกาศแต่งตั้งให้บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ Koenigsegg อย่างเป็นทางการในประเทศไทยในปี 2021 และปีนี้คนไทยจึงได้สัมผัสกับไฮเปอร์คาร์จริง ๆ เสียทีกับ Koenigsegg (อ่านว่า เคอ-นิก-เส็กก์) Gemera Mega-GT ไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่งคันแรกของโลก ที่ออกแบบมาให้เป็นรถครอบครัว ใช้งานได้ทุกวัน ส่งตรงจากสวีเดนมาให้แฟน ๆ ที่รักรถได้สัมผัสคันจริงที่โชว์รูม Koenigsegg Bangkok

มร.คริสเตอร์ ฮัลต์เบิร์ก Transport Manager ของแบรนด์ Koenigsegg

Koenigsegg เป็นแบรนด์รถยนต์หรูที่ก่อตั้งโดยเด็กหนุ่มวัย 22 ปีอย่าง มร.คริสเตียน ฟอน เคอนิกเส็กก์ (Christian von Koenigsegg) ในปี 1994 และเขายังดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Koenigsegg Automotive AB มาจนถึงวันนี้อีกด้วย ปัจจุบัน Koenigsegg มีพนักงานอยู่มากกว่า 650 คน

คุณเคอนิกเส็กก์เป็นผู้พาแบรนด์ Koenigsegg ไปสู่ระดับโลก โดยวิธีการสร้างรถที่ไม่เหมือนใครคือ วัสดุทุกชิ้น อะไหล่ทุกตัว Koenigsegg ต้องทำขึ้นเองรวมถึงออกแบบเองทั้งหมดที่โรงงานแห่งเดียวในสวีเดน ตั้งแต่ขั้นตอนร่างแบบ การเลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ดีไซน์ไฟหน้าไฟท้าย ดีเทลภายในตัวรถที่เปรียบได้กับงานคราฟต์ชั้นดี ไปจนถึงสมรรถนะของตัวรถ เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าก็ผลิตขึ้นมาเองให้ตอบสนองผู้ขับขี่ได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด เรียกได้ว่าของทุกชิ้นไม่มีแบรนด์อื่นมาผสมเลย

รถทุกคันจึงเปรียบดั่งงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ สร้างขึ้นตามมาตรฐานสูงสุดของแบรนด์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียด รวมถึงทางด้านนวัตกรรม ทำให้หลายปีที่ผ่านมาแบรนด์ Koenigsegg ได้มีการจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการทำลายสถิติโลกอย่างต่อเนื่องในรถหลากหลายรุ่น

และแล้วก็มาถึง Koenigsegg Gemera Mega-GT รถไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่งคันแรกของโลก มาพร้อมกับมร.คริสเตอร์ ฮัลต์เบิร์ก (Christer Hultberg) ผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับตัวรถ รวมถึงดำรงตำแหน่ง Transport Manager ของแบรนด์ Koenigsegg เขาเดินทางรอบโลกไปกับรถคันนี้ด้วย

ทำไมรถไฮเปอร์คาร์ถึงนั่ง 4 คน ไปเที่ยวพร้อมกันทั้งครอบครัวไม่ได้

คุณฮัลต์เบิร์กเล่าสาเหตุที่ทำรถไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่งแบบที่ Koenigsegg ไม่เคยทำมาก่อน เพราะว่า “เราอยากให้ Koenigsegg Gemera Mega-GT เป็นรถไฮเปอร์คาร์สำหรับครอบครัว ที่สามารถเดินทางพร้อมกันได้ทั้งพ่อแม่ลูกถึง 2 คน และยังเป็นรถที่ใช้งานได้จริงในทุกวัน ไม่ว่าคุณจะขับไปเที่ยว ขับส่งลูกไปโรงเรียน หรือไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต”

“ส่วนที่ยากที่สุดในการทำรถคันนี้คือ การหาคนที่เก่งในเรื่องงานฝีมือ เพราะทุกชิ้นส่วนเราผลิตขึ้นมาเองทั้งหมด เราจึงต้องการคนที่มีความสามารถตรงนี้เพื่อให้รถตรงกับความต้องการที่สุด ปัจจุบันเรามีพนักงานมากกว่า 650 คนที่มาจาก 47 ประเทศ ถ้าเทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อนเรามีคนทำงานแค่ 50 คนเท่านั้น ถือว่าเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเลยจริง ๆ ครับ”

ประตู 2 ประตู โดยไม่มีเสา B คั่นกลาง

หลังจากฟังคุณฮัลต์เบิร์กเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวรถ เรามาดูดีไซน์ภายนอกตัวรถกันบ้างค่อนข้างโฉบเฉี่ยวตามสไตล์รถไฮเปอร์คาร์ ตัวรถแม้จะมี 4 ที่นั่ง แต่มีแค่ 2 ประตูแบบปีกนก ที่ผู้โดยสารแถวหน้าและแถวหลังสามารถเข้าไปได้พร้อมกัน เพราะไม่มีเสา B มาคั่น และยังมีพื้นที่ leg room กว้างขวาง ขึ้นลงสะดวก แต่ที่น่าสนใจคือการติดตั้งกล้องแสดงภาพแทนกระจกมองข้าง บริเวณด้านข้างประตู ซึ่งเป็นครั้งแรกของ Koenigsegg ที่นำกล้องมาใช้แทนกระจกมองข้างทั่วไป

ที่วางแก้ว 8 จุด สามารถทำความร้อนและเย็นได้ Koenigsegg ใช้เวลาพัฒนากว่า 2 ปี

ภายในห้องโดยสารของ Koenigsegg Gemera Mega-GT เบาะไฟฟ้า 4 ที่นั่งเพื่อให้การขึ้นลงสะดวกมากขึ้น มาพร้อมหน้าจอ 2 ตำแหน่ง ทั้งที่นั่งแถวหน้าและแถวหลัง สำหรับให้เด็ก ๆ สามารถดูหนังฟังเพลงหรือเล่นเกมได้ด้วย มาพร้อมตำแหน่งวางแก้ว 8 จุด ที่รองรับฟังก์ชันอุ่นหรือรักษาความเย็นได้ด้วย รองรับระบบ Apple CarPlay และลำโพงกว่า 11 จุด ทั้งยังสามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางได้สูงสุด 4 ใบ ในตำแหน่งใต้ฝากระโปรงหน้า 1 ใบ และใต้ฝากระโปรงท้าย 3 ใบ

ไฮเปอร์คาร์ ที่มีช่องเก็บสัมภาระได้ถึง 4 ใบ (หน้า 1 หลัง 3)

ในส่วนสมรรถนะ Koenigsegg Gemera Mega-GT ถือเป็นรถไฮเปอร์คาร์ไฮบริดคันที่ 2 ของแบรนด์ Koenigsegg ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ขนาด 2.0 ลิตร และมีชื่อเรียกด้วยนะว่า ‘Tiny Friendly Giant (TFG)’ ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 3,500 นิวตันเมตร มีอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น

เบาะที่นั่งไฟฟ้า ทำจากวัสดุคาร์บอนแข็งแรงที่สุดในโลก

Koenigsegg Gemera Mega-GT มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 15 kWh สามารถขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียว ๆ ด้วยความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม. และขับขี่ในโหมดไฟฟ้าสูงสุด 50 กม. แต่ที่ล้ำไปกว่านั้นตัวรถยังออกแบบมาให้ใช้กับน้ำมันพิเศษชื่อว่า Volcano ที่สกัดจากภูเขาไฟ (แต่มีขายบางประเทศเท่านั้น) ทำให้ตัวรถปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเป็น 0 ครับ นั่นคือไม่ปล่อยมลพิษเหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้านั่นเอง แต่ประเทศไทยที่คงหาน้ำมัน Volcano ได้ยาก ก็สามารถเติมน้ำมัน E85 ได้และปล่อยไอเสียออกมาน้อยมาก ๆ เช่นกัน ที่น่าตกใจคือการเติมน้ำมันเต็มถังสามารถขับขี่ได้สูงสุด 950 กิโลเมตรเลยทีเดียว มีไฮเปอร์คาร์ที่ไหนทำได้แบบนี้

ด้านหลังของ Koenigsegg Gemera Mega-GT

เราถามคุณฮัลต์เบิร์กว่า Koenigsegg มีแพลนจะทำรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นไฮเปอร์คาร์บ้างไหม เขาตอบว่า “เวลาคุณพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า นั่นหมายถึงแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ความคล่องตัวหรือการเบรกไม่ได้อยู่ในจุดที่ดีที่สุด รวมถึงปัญหาใหญ่คือจุดชาร์จ มันง่ายมากที่จะหาจุดชาร์จในยุโรป แต่ในไทยยังคงเป็นปัญหาอยู่ ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตก็ได้ แล้วแต่เจ้านายของผม (คุณคริสเตียน)”

คุณฮัลต์เบิร์กเล่าอีกว่า “หากคุณต้องการเป็นเจ้าของ Koenigsegg Gemera Mega-GT คันนี้ต้องรออีกอย่างน้อย 2 ปีในการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ กว่าจะได้ขับจริงก็ปี 2025 โน้นเลยครับ และที่ต้องเพียง 300 คัน จริง ๆ เราจะทำมากกว่านั้นก็ได้ แต่นั่นหมายความว่าเราต้องลดต้นทุนลงเพื่อจะผลิตได้มากขึ้น แต่เราไม่ได้การผลิตมากไปกว่านี้”

ความพิเศษของ Koenigsegg Gemera Mega-GT ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะตัวรถมีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น และประเทศไทยได้รับเกียรตินำเข้ามาขายแค่ 6 คัน โดยบริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) แถมล่าสุดแจ้งว่าขายออกไปแล้วถึง 5 คันด้วยกัน ใครอยากสัมผัสเทคโนโลยีไฮเปอร์คาร์ ก็มีราคาอยู่ที่ 3.298 ล้านยูโร หรือประมาณ 120 ล้านบาทเท่านั้นเอง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

BYD YANGWANG U9 Track Edition ทุบสถิติ 472.41 กม./ชม. เร็วสุดในตระกูลรถ EV 

อมลวรรณ ศรัทธานนท์

12/09/2025

Share

FacebookTweet

BYD YANGWANG U9 Track Edition ทุบสถิติ 472.41 กม./ชม. เร็วสุดในตระกูลรถ EV 
  1. หน้าแรก
  2. CARS
  3. Car News

BYD ได้ประกาศว่า Yangwang U9 Track Edition ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 472.41 กม./ชั่วโมง ซึ่งเป็นการสร้างสถิติความเร็วใหม่สำหรับรถ EV ในจีน

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดที่สำคัญสำหรับ Yangwang U9 หลังจากที่เคยสร้างสถิติความเร็วรถ EV ในจีนได้ที่ 391.94 กม./ชั่วโมง เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยสถิติล่าสุดนี้ถือเป็นการเพิ่มความเร็วขึ้นถึง 20.53%

ที่ความเร็ว 472.41 กม./ชม. ทำให้ Yangwang U9 กลายเป็นรถ EV ที่เร็วที่สุดในโลก (ที่นับเฉพาะรถ EV เท่านั้น)​ และยังทำความเร็วเกาะกลุ่มรถไฮเปอร์คาร์ชั้นนำของโลก ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป อย่าง 

  • Koenigsegg Jesko Absolut จะทำความเร็วได้ถึง 531 กม./ชม.
  • Bugatti Chiron Super Sport 300+ ทำได้ 490 กม./ชม.
  • SSC Tuatara ที่ทำสถิติไว้ที่ 474.8 กม./ชม. 

จากสถิติจะเห็นว่าความเร็วของ Yangwang U9 Track Edition ก็ถือว่าใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาปสมรรถนะสูง

สิ่งที่ทำให้ความสำเร็จนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือความแตกต่างด้านราคา รถยนต์ไฮเปอร์คาร์ระดับท็อปที่กล่าวมามักมีราคาสูงกว่า 10 ล้านหยวน (ประมาณ 50 ล้านบาท) และบางรุ่นอาจสูงถึง 30 ล้านหยวน (ประมาณ 150 ล้านบาท) ในขณะที่ Yangwang U9 Track Edition ซึ่งเป็นรถ EV ระดับพรีเมียมเช่นกัน แต่มีราคาอยู่ที่ 1.68 ล้านหยวน (ประมาณ 8.5 ล้านบาท) เท่านั้น

ตามรายงานจากสื่อจีน Sanyan Tech รถ EV อย่าง Yangwang U9 Track Edition คันแรกถูกส่งมอบเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมปีที่แล้ว และตลอดทั้งปีที่ผ่านมามีการส่งมอบไปแล้วทั้งหมด 149 คัน ทำให้เป็นซูเปอร์คาร์จีนรุ่นแรกที่มียอดส่งมอบเกินร้อยคันเลยทีเดียว

และแน่นอนว่า Yangwang U9 Track Edition คือรถ EV ไฟฟ้าที่ถูกวางขายและวิ่งบนถนนได้ที่เร็วที่สุดของจีน แต่ถ้านับรถ EV ที่เร็วที่สุดในโลก ก็ยังเป็นสถิติของ Venturi Buckeye Bullet 3 ซึ่งสร้างโดยทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Ohio State University แต่เป็นรถ EV เฉพาะทาง ที่สร้างมาเพื่อวิ่งทดสอบอย่างเดียว ไม่ใช่รถที่วางขาย 

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยระบุว่า “ทีมนักศึกษา Venturi Buckeye Bullet 3 จากมหาวิทยาลัย Ohio State University และนักขับ Roger Schroer ได้ร่วมกันผลักดันรถ EVไฟฟ้าคันนี้ให้ทำความเร็วเฉลี่ยสองทิศทางได้สูงสุดถึง 341.4 ไมล์ต่อชั่วโมง (549.4 กม./ต่อชั่วโมง) เมื่อวันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2016”

สถิติใหม่ของ Yangwang U9 Track Edition ไม่เพียงสะท้อนถึงสมรรถนะที่ทัดเทียมกับซูเปอร์คาร์ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจีน อีกทั้งยังมาพร้อมกับความคุ้มค่า จนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดโลก และเป็นเครื่องยืนยันว่าจีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญที่พร้อมแข่งขันในระดับแนวหน้าแล้ว

Previous Post

[ครบชุด] T3009044 สะใภ เศษสตางค Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T3009035 คนเนรค ณ! Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T3009035 คนเนรค ณ! Ep.2

[ครบชุด] T3009035 คนเนรค ณ! Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.