กรุงเทพ: Bugatti เปิดตัว Chiron รุ่นพิเศษเพื่ออำลาซุปเปอร์คาร์ในตำนาน Chiron Super Sport L’Ultime เป็นการสิ้นสุดการผลิตของรถรุ่นนี้ ซึ่งเกิดขึ้นประมาณหนึ่งเดือนก่อนที่รุ่นใหม่จะเปิดตัว
KEY TAKEAWAYS
Bugatti Chiron รุ่นพิเศษที่สิ้นสุดการผลิตรถยนต์ชื่ออะไร?
รุ่นพิเศษนี้มีชื่อว่า Bugatti Chiron Super Sport L’Ultime
Bugatti จะใช้เครื่องยนต์อะไรในการสืบทอดต่อจาก Chiron?
Bugatti จะใช้เครื่องยนต์ V16 แบบไฮบริดในรุ่นต่อจาก Chiron

Chiron Super Sport L’Ultime ที่ผลิตเพียงครั้งเดียวถือเป็นการสิ้นสุดการผลิตซุปเปอร์คาร์ที่กินเวลานานถึง 8 ปี ซึ่งได้รับการจำกัดการผลิตเพียง 500 คันเท่านั้น โดยจับคู่สีภายนอกที่สั่งทำพิเศษเข้ากับสัญลักษณ์ที่ระลึก รุ่นสุดท้ายนี้ยังเป็นจุดสิ้นสุดของเครื่องยนต์ W16 ของผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งได้รับการกำหนดให้แทนที่ในรุ่นต่อจาก Chiron ด้วยเครื่องยนต์ V16 เทอร์โบชาร์จแบบไฮบริด

Bugatti Chiron Super Sport L’Ultime ใช้สีแบบ ‘Atlantic Blue’ และ ‘French Racing Blue’ ที่ซุปเปอร์คาร์เปิดตัวในปี 2016 นอกจากนี้ยังประดับด้วยสถานที่และกิจกรรมที่เขียนด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ซึ่ง “ ช่วยสร้าง Chiron” นอกจากนี้ยังมีหมายเลขที่วาดด้วยมือ ‘500’ บนตัวถัง ฝาครอบล้อ และปีกหลัง และยังสลักไว้บนฝาครอบเครื่องยนต์ซึ่งมีกำลัง 1,600 แรงม้า W16 ขนาด 8.0 ลิตร

ปีกกระจกมีรูปธงชาติฝรั่งเศส ในขณะที่กระจังหน้าตกแต่งด้วยสีฟ้าแอตแลนติกบลูและมีตาข่ายรูปเกือกม้าอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีแถบตรงกลาง สะท้อนถึงภายนอก ภายในมีเฉดสีฟ้าที่แตกต่างกัน L’Ultime รุ่นลิมิเต็ดใช้ระบบส่งกำลังแบบเดียวกับ Chiron Super Sport
รายละเอียดการเปิดตัวผู้สืบทอด Bugatti Chiron
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน Bugatti ได้ประกาศว่าไฮเปอร์คาร์ตัวใหม่จะเปิดตัวในเดือนมิถุนายนปีนี้ ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ Bugatti จะแยกทางกับเครื่องยนต์ W16 ที่ Chiron และ Veyron รุ่นก่อนใช้ และย้ายไปใช้เครื่องยนต์ไฮบริด V16 ใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังไฮบริดตัวแรกของบริษัท
อ่านด้วย: เผยสมรรถนะ 2WD Audi Q6 e-tron มาพร้อมมอเตอร์เดียว วิ่งได้ถึง 641 กม
Bugatti Chiron Golden Era ผลงานระดับมาสเตอร์พีซแบบ Museum-Quality!!
![]()
โดย Sunuttinee Phumbanyen
โพสต์เมื่อ 14 August 2566
Bugatti Chiron Golden Era ผลงานชิ้นเอกที่มีเพียงคันเดียว ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเรื่องราวในอดีตผ่านการวาดเพ้นท์ลายด้วยมือ เป็นเรื่องราวในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของแบรนด์
Bugatti Chiron Golden Era ผลงานระดับมาสเตอร์พีซแบบ Museum-Quality!!
Bugatti ได้เปิดตัว Chiron Super Sport สุดหรูคันนี้ก่อนงาน Monterey Car Week โดยให้ชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า “Golden Era” แสดงถึงยุคทองของ Bugatti เป็นการเฉลิมฉลองผลงานยอดนิยมที่ผ่านมา และประกาศยุติผลิตเครื่องยนต์ W-16 เพื่อก้าวสู่ยานยนต์แห่งอนาคตด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% ซึ่งภาพที่วาดด้วยมือของ Bugattis ในตำนานครอบคลุมด้านข้างของรถ รวมถึงภายใน โดยใช้เวลามากกว่า 400 ชั่วโมงในการเพ้นท์




“ผลงานศิลปะ”
จริงๆ การที่จะเรียกผลงานรถซูเปอร์คาร์สุดโฉบเฉี่ยวว่าเป็น “งานศิลปะ” อาจจะดูเชยไปนิดนึง แต่ในกรณีของ Bugatti Chiron Super Sport “Golden Era” ชื่อนี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ด้วยภาพจิตรกรรมบนเรือนร่างนั้นถูกวาดขึ้นอย่างประณีต แสดงถึงมรดกที่ล้ำค่าของ Bugatti ซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้เกิดขึ้นจากแผนก Sur Mesure ของ Bugatti เป็นแผนกที่โดดเด่นในเรื่องของการปรับแต่งยานยนต์ตามคำสั่งของลูกค้าผู้มีอันจะกิน โดยคันนี้ริเริ่มจากที่นักสะสมผู้หลงใหลใน Bugatti ท่านหนึ่ง ติดต่อมายังแบรนด์ต้องการที่จะออกแบบตามแนวคิดเพื่อยกย่อง และอำลา เครื่องยนต์ W-16 ที่กำลังจะยุติการผลิตหลังจากที่วางแผนจะผลิต Mistral Roadster เป็นรุ่นสุดท้ายในปี 2024 ซึ่งโครงการสั่งทำพิเศษนี้ถือเป็นความท้าทายที่สุดเท่าที่ Bugatti เคยทำมา


เครื่องยนต์ W-16 จุดเด่นของ Bugatti
Bugatti Chiron Super Sport “Golden Era” มาพร้อมกับเครื่องยนต์ W-16 ขนาด 8.0 ลิตร แบบควอดเทอร์โบ ผลิตพละกำลังถึง 578 แรงม้า ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์หางยาวพิเศษจาก Super Sport 300+ ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 482 กิโลเมตร / ชั่วโมง โดยที่สามารถทำเวลาจาก 0-100 กิโลเมตร / ชั่วโมง เพียง 2.2 วินาที และใช้เวลาจาก 0-320 กิโลเมตร / ชั่วโมง เพียง 14.8 วินาทีเท่านั้น ทุบสถิติใหม่เป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งต้องบอกเลยว่าเครื่องยนต์ W-16 นี้เป็นจุดเด่นของทาง Bugatti มาโดยตลอด และลูกค้าต้องการให้ ผลงานชิ้นเอกของเขานำเสนอบนยานพาหนะคันนี้ โดยรวมเอาประวัติศาสตร์กว่า 100 ปีของแบรนด์ มาเพ้นท์บริเวณบังโคลนหน้าและประตูที่ใช้สีดำ Nocturne Black บนเรือนร่างสีทองอ่อนที่เรียกว่า “Doré” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถคันนี้ มีภาพร่างรถยนต์ทั้งหมดรวม 26 คัน อาทิ Type 41 Royale และ Type 57 SC Atlantic นอกจากนี้ยังมีภาพวาดเครื่องบิน รถไฟ สำนักงานใหญ่ของบริษัทใน Molsheim และลายเซ็นของ Jean และ Ettore Bugatti อีกด้วย

มีภาพสเก็ตช์อีก 19 ภาพ โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของ Bugatti นับตั้งแต่การฟื้นฟูโดย Romano Artioli ในปี 1987 และการรวมกลุ่มของ Volkswagen Group ในปี 1998 ซึ่งจะเห็นไฮเปอร์คาร์ที่น่าทึ่งตั้งแต่ EB110 ไปจนถึง Veyron และ Chiron นอกจากนี้ยังมี La Voiture Noire ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ W-16 Divo, Centodieci และ Mistral ที่ผลิตในจำนวนจำกัด รวมถึง Bolide ที่มีเฉพาะรถในสนามแข่งเท่านั้น
Bugatti กล่าวว่าภาพวาดนั้นทำขึ้นโดยใช้ปากกาแบบเดียวกับที่ใช้ในการร่างการออกแบบบนกระดาษ และใช้มือวาดโดยตรงลงบนตัวถัง กระบวนการอันอุตสาหะใช้เวลากว่า 400 ชั่วโมง
ผลงานระดับมาสเตอร์พีซแบบ Museum-Quality!!
การตกแต่งภายในสะท้อนรูปลักษณ์ของ Bugattis ในตำนาน 3 ตัวประดับอยู่บนแผงประตูหนังแต่ละบาน ด้านคนขับมุ่งเน้นไปที่รถไฮเปอร์คาร์ Bugatti ยุคใหม่ ได้แก่ EB110, Veyron และ Chiron ขณะที่อีกฝั่งมีรถยนต์รุ่นก่อนสงครามอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ Type 35, Type 57SC Atlantic และ Type 41 Royale



มาพร้อมกับการเย็บคำว่า “Golden Era” บนพนักพิงศีรษะ (โดยมีวลีเดียวกันปรากฏที่ด้านล่างของปีกหลัง) และตรา “One-of-One” บนคอนโซลกลาง ขอบประตูด้านคนขับแสดงถึงยุคใหม่ของ Bugattis โดยมีวันที่ “1987–2023” ในขณะที่ธรณีประตูด้านผู้โดยสารจะเป็น “1909–1956”




Bugatti Chiron Super Sport “Golden Era” มีราคาเกือบ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 140,000,000 บาท ซึงจะจัดแสดงโชว์พร้อมส่งมอบให้เจ้าของภายในงาน Monterey Car Week ที่จะถึงนี้

ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
![[ครบชุด] T3009032 สะใภ ไม ใช เบ ยล าง Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1042.png)
![[ครบชุด] T3009026 นสอดยอดบ Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/09/image-1043.png)