5 กล้องติดรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ใช้งานง่าย ฟังก์ชันครบ
Last updated: 29 ก.ย. 2568 | 60 จำนวนผู้เข้าชม |
การขับขี่ ทุกเส้นทางมักมีความเสี่ยง กล้องติดรถยนต์ กลายเป็นหนึ่งในไอเทมจำเป็นในการบันทึกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เปรียบเสมือนระบบ CCTV คอยช่วยปกป้องรถตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคนที่กำลังมองหาว่า กล้องติดรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี 2025 APRTECH รวมทุกข้อควรรู้ และวิธีเลือกกล้องติดรถยนต์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ พร้อมแนะนำ 5 แบรนด์ที่คนรักรถไว้ใจมาให้แล้ว
ทำไมกล้องติดรถยนต์จึงสำคัญ
ลองจินตนาการว่าคุณจอดรถไว้ แล้วกลับมาพร้อมรอยขูดบนรถ ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรับผิดชอบ ไม่มีใครช่วยพูดแทนคุณ นอกจากกล้องติดรถยนต์
- บันทึกเหตุได้ทันท่วงที: กล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณมีหลักฐานกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจากขณะขับรถหรือจอด
- Parking Mode จอดรถก็อุ่นใจ: กล้องติดรถยนต์บางรุ่นมี Parking Mode ตรวจจับการเคลื่อนไหวหรือแรงสั่นสะเทือนรอบตัวรถได้ ขณะที่คุณไม่อยู่
- CCTV สำหรับรถที่ จอดมากกว่าใช้: เช่น Supercar หรือรถสะสมที่จอดในโรงรถ เปลี่ยนกล้องติดรถยนต์ให้กลายเป็นระบบเฝ้ายามที่พร้อมทำงานเสมอ
กล้องติดรถยนต์ที่คุ้มค่า ควรมี 6 คุณสมบัตินี้
- ความละเอียดของภาพ: กล้องติดรถยนต์ความชัดระดับ Full HD ขึ้นไป ต้องสามารถอ่านป้ายทะเบียนได้ชัด แม้ในตอนกลางคืน
- มุมมองกว้าง: 140170 องศา คือมาตรฐานที่ครอบคลุมมุมถนน หลีกเลี่ยงจุดบอดของเลนถนน
- เชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Cloud ได้: เพื่อความสะดวกในการดูย้อนหลังหรือแชร์ข้อมูลทันที
- มี Parking Mode: ถ้าคุณจอดรถนานหรือในที่เปลี่ยว หากกล้องหน้ารถคุณมีโหมดนี้ ฟีเจอร์นี้คือเพื่อนแท้
- มีระบบ G-Sensor: ที่ล็อกไฟล์เหตุการณ์ทันทีเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน
- เช็กว่าแบรนด์ไว้ใจได้ไหม: กล้องติดรถยนต์ของคุณมีรับประกัน มีศูนย์บริการหลังการขายหรือไม่?
สำหรับเจ้าของรถที่ไม่ได้ใช้งานบ่อย โดยเฉพาะ Supercar หรือรถสะสม ควรติดตั้งกล้องติดรถยนต์ที่มี Parking Mode เพื่อคอยบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะรถจอด ไม่ว่าจะเป็นการเฉี่ยวชนในลานจอด การบุกรุก หรือแม้แต่การขีดข่วนโดยไม่ตั้งใจ
กล้องติดรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี? 5 แบรนด์กล้องติดรถยนต์คุณภาพดี น่าใช้
1. Thinkware U3000
กล้องติดรถยนต์แบรนด์เกาหลีชั้นนำระดับ High-end โดดเด่นด้าน Night Vision และ Cloud Monitoring ปลอดภัย ครบฟังก์ชัน มี Parking mode และ G-sensor ตรวจจับแรงกระแทกได้แม่นยำ พร้อมล็อกไฟล์ทันที
จุดเด่น: ระบบ Advanced Driver Assistance (ADAS), ระบบเตือนชนล่วงหน้า เตือนออกนอกเลน, บันทึกกลางคืนยอดเยี่ยมและบันทึกทันทีเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน
เหมาะกับ: คนเดินทางไกลหรือคนที่เน้นเรื่องฟังก์ชันความปลอดภัยแบบครบวงจรขณะขับขี่และขณะจอด
2. BlackVue DR970X-2CH Plus
กล้องติดรถยนต์ระดับพรีเมียมฟีเจอร์แน่น แนะนำเป็นพิเศษสำหรับเจ้าของ Supercar ที่จอดนานและใช้รถเฉพาะโอกาส เพราะมีทั้ง G-sensor และ Parking Mode แบบเต็มระบบ ที่แม่นยำและบันทึกเหตุการณ์แม้ในขณะรถจอด
จุดเด่น: บันทึกภาพคมชัดแม้แสงน้อย, เชื่อมต่อผ่านแอปได้ทันทีผ่าน Cloud ดูภาพสดผ่านมือถือ ให้คุณติดตามเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ผ่านแอป รองรับ 4K Ultra HD, GPS, และ Wi-Fi
เหมาะกับ: คนรักเทคโนโลยีที่ต้องการกล้องติดรถยนต์ที่รองรับ 4K Ultra HD, GPS, และ Wi-Fi เหมาะกับผู้ใช้ระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะเจ้าของรถ Supercar ที่เน้นจอดนานและใช้รถเฉพาะโอกาส
3. Viofo A229 Pro 3CH
สายประหยัดที่กำลังมองหากล้องติดรถยนต์ที่คุ้มค่าระดับโปร ในราคาจับต้องได้ รุ่นนี้เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่อยากได้ของครบฟีเจอร์ เช่น GPS Tracking และรองรับวิดีโอ 4K มาพร้อมระบบ Parking mode และ G-sensor
จุดเด่น: เซนเซอร์ Sony STARVIS คมชัดแม้แสงน้อย บันทึกภาพช่วงกลางคืนได้อย่างดีเยี่ยม, GPS, บันทึกทั้งหน้า- หลัง และมี CPL Filter ลดแสงสะท้อน
เหมาะกับ: ผู้ใช้ที่ต้องการคุณภาพภาพระดับสูงในงบไม่เกินหมื่น เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้ใช้สายเทคนิค เน้นคุณภาพวิดีโอและระบบเสียง และฟีเจอร์ครบ โดยไม่ต้องจ่ายระดับไฮเอนด์
4. 70mai Dash Cam A810
กล้องติดรถยนต์แบรนด์ในเครือ Xiaomi สมาร์ตและคุ้มค่าราคาย่อมเยา มี Parking mode รองรับทั้ง Time-lapse และ G-Sensor Triggered Recording
จุดเด่น: แอปใช้ง่าย เชื่อมต่อมือถือไว มีฟีเจอร์ AI เตือนอุบัติเหตุ ช่วยบันทึกเหตุการณ์อัตโนมัติ รองรับภาพ Full HD 4K
เหมาะกับ: ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการกล้องติดรถยนต์คุณภาพดี ใช้งานง่าย ราคาไม่แรง เหมาะสำหรับใช้ในเมืองหรือผู้ต้องการใช้เฝ้าระวังระหว่างที่จอดรถในที่เปลี่ยวหรือจอดนาน
5. Garmin Dash Cam 67
หากพูดถึง กล้องติดหน้ารถยนต์ ยี่ห้อไหนดี? ที่ แม่น ชัด และไว้ใจได้ ก็คงไม่พ้นกล้องติดรถยนต์ตัวนี้ ด้วยมุมมองที่กว้าง 180 องศา ภาพคมชัดระดับ 1440p มีระบบ G-sensor และ Parking Mode รองรับ Motion Detection และ Time Lapse พร้อมฟีเจอร์ Vault เก็บวิดีโอใน Cloud และระบบรองรับคำสั่งเสียง (Voice Control)
จุดเด่น: ขนาดเล็ก มี GPS ในตัวแม่นยำระดับแบรนด์นำทาง, ระบบเตือนชน / ออกนอกเลนแบบ Real-time, Auto Sync กล้องหลายตัว (หน้าหลังข้าง) ได้ และใช้งานง่าย สามารถควบคุมผ่าน Garmin Drive App
เหมาะกับ: คนที่คุ้นเคยกับ Garmin หรือชอบการบันทึกพร้อมตำแหน่งเส้นทางเดินรถแบบแม่นยำ, เจ้าของรถหรูหรือรถยุโรปที่ต้องการกล้องติดรถยนต์ไซซ์เล็ก ฟีเจอร์ครบ และแบรนด์ระดับโปร
กล้องติดรถยนต์ช่วยปกป้องคุณในการเดินทาง เช่นเดียวกับ CTEK ที่ช่วยให้ปกป้องแบตเตอรี่ของคุณ ช่วยป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมเมื่อจอดนาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีรถหลายคัน ไม่ค่อยได้ขับ มั่นใจทุกครั้งที่สตาร์ทรถ ไม่ต้องเสียเวลากับปัญหารถสตาร์ทไม่ติด ไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อย ๆ
CTEK เครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะที่เจ้าของ Supercar เลือกใช้

CTEK คือเครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัจฉริยะจากสวีเดน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเจ้าของรถที่ใส่ใจทุกรายละเอียด โดยเฉพาะ ระบบไฟ ซึ่งเป็นหัวใจของการสตาร์ทรถ และการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในรถ
หากคุณติดกล้องหน้ารถไว้เพื่อปกป้องรถ แบตเตอรี่ก็ต้องพร้อมให้กล้องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ CTEK จึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่สุดในการดูแลรถของคุณ
ดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้มีอายุการใช้งานยาวนานเต็มประสิทธิภาพ ด้วยที่ชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK จากสวีเดน ที่ได้รับความไว้วางใจผลิตเครื่องชาร์จแบตฯ ให้กับรถยนต์ชั้นนำมากที่สุดในโลก เช่น Porsche Macan, Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Mini, Audi, Jaguar, Lexus, Koenigsegg, Chrysler, Jeep และอื่น ๆ อีกมากมาย
โดยรุ่นที่แนะนำคือ CTEK MXS 5.0 เครื่องชาร์จที่เหมาะกับทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
คุณสมบัติเด่น:
- กระแสชาร์จสูงสุด 5A
- เหมาะสำหรับแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด 12V ขนาด 1.2 – 110Ah
- ชาร์จเต็มแล้วตัดไฟอัตโนมัติ
- ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านช่างก็สามารถใช้งานได้
- เป็นรุ่นขายดีที่สุดในปัจจุบัน
- ไม่ต้องถอดขั้วแบตเตอรี่ ไม่ต้องยกแบตฯออกจากรถ
- รับประกัน 5 ปี
ให้รถคันโปรดของคุณพร้อมใช้งานเสมอ แม้ไม่ได้ขับออกไปไหนบ่อย ๆ สั่งซื้อเลยวันนี้!

entley Continental GT V8 เปิดตัวราคาต่ำกว่าเดิม 5 ล้านบาท !
17 Mar 2021








บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley (เบนท์ลีย์) อย่างเป็นทางการ ได้แนะนำ Continental GT V8 (คอนทิเนนทัล จีที วี 8) เวอร์ชันปี 2021 ที่มีราคาถูกลงจากรุ่นเดิมอย่าง Continental GT W12 (คอนทิเนนทัล จีที ดับเบิลยู 12) กว่า 5 ล้านบาท
Bentley Continental GT V8 เป็นรถยนต์สไตล์กแรนด์ทัวริง ที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรา และสปอร์ทไว้ด้วยกัน ให้สมรรถนะที่เหนือระดับ ถูกตกแต่งด้วยงานฝีมืออันประณีต และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัย หัวใจหลักของรุ่นนี้ เป็นเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ 8 สูบ แบบตัว วี ให้กำลังสูงสุด 542 แรงม้า แรงบิด 770 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 318 กม./ชม. เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิสฯ ได้จัดออพชันเติมความสปอร์ทด้วย Blackline Specification อย่างล้ออัลลอยสีดำตัดกับสีเงินแบบใหม่ ขนาด 21 นิ้ว และตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุไม้ และหนังแท้คุณภาพสูง ที่ตัดเฉดสีดำเข้ม ด้วยผิวมันเงา ร่วมกับไม้วีเนียร์ วอลนัท โดยมีชื่อเรียกเฉพาะตัวว่า Piano Black ผนวกกับงานฝีมือที่ประณีต และความใส่ใจในรายละเอีอด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Bentley นอกจากนี้ ยังมีออพชันพิเศษ ที่สามารถเลือกเพิ่มเติมได้อย่าง Bentley Rotating Display ที่ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง สามารถปรับเปลี่ยนหน้าจอได้ถึง 3 รูปแบบ ตั้งแต่หน้าจอระบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงผลข้อมูลต่างๆ ของรถ พร้อมระบบความบันเทิงภายในด้วยเครื่องเสียง Bang & Olufsen ระดับ Hi-End หรือเลือกชุดมาตรวัดแบบแอนาลอก 3 ช่อง สไตล์คลาสสิค และหากต้องการความหรูหรา ยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นแผงลายไม้วีเนียร์ได้อย่างกลมกลืน นอกจากนี้ ยังมีออพชันอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ Mood Lighting ที่สามารถเนรมิตบรรยากาศ ได้อีกหลายเฉดสี สำหรับใครที่สนใจ สามารถสัมผัสตัวจริงได้ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 จัดขึ้น ณ อิมแพคท์ เมืองทองธานี วันที่ 24 มีค.-4 เมย. 64 โดยทาง เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิสฯ ได้ตั้งราคา Bentley Continental GT V8 ไว้ที่ 16,990,000 บาท ในรุ่นคูเป (รุ่นเดิม Continental GT W12 ราคาอยู่ที่ 22,000,000 บาท) และรุ่นเปิดประทุน (คอนเวอร์ทิเบิล) ไว้ที่ 18,500,000 บาท พร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.5 % และการรับประกันโรงงานฯ และผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง 3 ปีเต็ม ผู้สนใจสามารถสั่งจอง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 – 2261 – 1050


