Rimac Nevera ขึ้นแท่นรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก!! ด้วยความเร็ว 412 กม./ชม.
2842 จำนวนผู้เข้าชม |
ย้อนไปเมื่อปี 2018 ตั้งแต่เปิดตัวรถต้นแบบ C_Two ตัวเลข 412 กม./ชม. เป็นสิ่งที่พวกเขาตั้งเป้าไว้นานแล้ว จนต้องใช้เวลากว่า 1.6 ล้านชั่วโมง ล่าสุดมันเป็นจริงแล้วกับ Rimac Nevera
ทีมงาน Rimac ได้เริ่มมองหาสนามที่จะใช้ทำท๊อปสปีดแบบยาวๆ ได้ จนมาลงเอยที่สนาม Papenburg track ในเยอรมัน ซึ่งมีทางตรงยาว 4 กม. เพียงพอที่จะทำความเร็วทะลุ 400 กม./ชม.ได้
การวิ่งครั้งนี้ Nevera จะเลือกใช้โหมด Top Speed เพื่อดึงประสิทธิภาพรถสูงสุดออกมา ปรับค่าแอรโรไดนามิกให้สมดุลระหว่างแรงต้านและแรงกดเพื่อความนิ่งในความเร็วสูง ยางเป็น Michelin Cup 2R ที่ใช้บนถนนปกติได้ โดยจะมีทีมช่างเทคนิคตรวจเช็คสภาพยางก่อนลุยจริง ผู้อยู่หลังพวงมาลัยรับหน้าที่โดย Miro Zrnčević หัวหน้าฝ่ายทดสอบและพัฒนาของ Rimac ส่วนเครื่องมือวัดความเร็วจะใช้ V-Box จาก Racelogic ซึ่งวัดค่าโดยใช้ GPS แม่นยำสูง
ถึงแม้ Nevera จะทำท๊อปสปีดได้ 412 กม./ชม. แต่รถที่ส่งมอบให้ลูกค้าทุกคันจะถูกล๊อกท๊อปสปีดไว้เหลือ 352 กม./ชม. ซึ่งก็มากเกินพอ ถ้าเจ้าของรถอยากจะสัมผัสความเร็ว 412 กม./ชม. จะต้องอยู่ในอีเว้นท์พิเศษซึ่งทาง Rimac จัด มีทีมงานคอยดูแลอย่างดี เนื่องจากการวิ่งท๊อปสปีดอย่างต่อเนื่องยางอาจจะรับภาระหนักเกินส่งผลต่อความปลอดภัยได้
Rimac Nevera รีดกำลังได้ 1,914 แรงม้า จากมอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัวที่ทาง Rimac ออกแบบเอง เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 1.85 วินาที และถึง 160 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที
Rimac Nevera มีราคากว่า 2 ล้านยูโร ตีเป็นเงินไทยราว 74 ล้านบาท สร้างเพียง 150 คันเท่านั้น
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Rimac Automobili























MERCEDES-MAYBACH S-CLASS ซีดานบิกเบิ้มของค่ายดาว เปิดตัวปีหนูเริ่มจำหน่ายปีวัว
25 Dec 2020

เยอรมนี-ยอดผู้ผลิตรถหรูเมืองเบียร์ ใช้งานมหกรรมยานยนต์กวางโจว ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นที่เปิดตัวรถติดป้ายชื่อ MERCEDES-MAYBACH S-CLASS (เมร์เซเดส-มายบัค เอส-คลาสส์) ซึ่งจะเริ่มการจำหน่ายในปี 2021 โดยจะมีให้เลือกทั้งรถติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างเดียว และรถไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ
เป็น CHAUFFEURED CAR (โชฟเฟอร์ คาร์) หรือรถที่เจ้าของรถไม่ขับเอง แต่ต้องเสียเงินจ้างผู้ขับ และนับเป็นรถรุ่นที่ 2 ซึ่งกำลังจะเข้าสู่สายการผลิตแทนที่รถรุ่นแรกซึ่งอยู่ในตลาดระหว่างปี 2015-2020 ไม่ใช่รถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด หากเป็นการพัฒนาต่อกิ่งต่อยอดจากรถหรูติดป้ายชื่อ MERCEDES-BENZ S-CLASS (เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์) รุ่นล่าสุดซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2020 ตัวถังยาว 5.469 ม. กว้าง 1.921 ม. และสูง 1.510 ม. เป็นผลลัพธ์ของการนำตัวถังฐานล้อยาวของรถรุ่นดังกล่าวมาขยายขนาดความยาว และช่วงฐานล้อ 18 ซม. แล้วต่อเติมเสริมแต่งอุปกรณ์นานาชนิด เพื่อให้สมกับที่เป็นรถระดับอัครฐาน ตัวอย่างเช่น เก้าอี้ที่นั่งแถวหลังอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า TWIN EXECUTIVE SEATS ซึ่งติดตั้งเครื่องนวดลำคอ และหัวไหล่ไว้ด้วย ประตูข้างบานหลังที่กว้างกว่ารถซึ่งเป็นที่มา และบังคับเปิด/ปิดโดยผู้ขับ ระบบไฟส่องสว่างสำหรับผู้โดยสารบนเบาะหลังที่ปรับได้สารพัดแบบ และ REAR WHEEL STEERING หรือระบบบังคับเลี้ยวด้วยล้อหลัง เมื่อมองจากภายนอก รถรุ่นใหม่นี้มีสิ่งแตกต่างจากรถซึ่งเป็นที่มามากมาย ตัวอย่าง คือ แผงกระจังหน้ามีก้านในแนวตั้งที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ โคมไฟซึ่งติดตั้งอยู่บน C-PILLAR หรือเสาค้ำยันหลังคาคู่ที่ 3 และการเคลือบสีแบบ TWO-TONE PAINT FINISH อย่างคันที่เห็นในภาพ ผู้ผลิตยืนยันว่าในเยอรมนีรถรุ่นใหม่นี้จะเริ่มการจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิปี 2021 (ประมาณไตรมาส 3) แต่ไม่บอกว่าจะมีรถกี่โมเดล ? นิตยสารรถยนต์ชั้นนำฉบับหนึ่งของอังกฤษ คือ AUTOCAR (ออโทคาร์) ระบุว่า ในเมืองผู้ดีซึ่งขับรถพวงมาลัยขวาเหมือนเมืองไทย เมื่อเริ่มออกโชว์รูมจะมีรถ 2 โมเดล คือ MERCEDES-MAYBACH S 580 ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง วี 8 สูบ 496 แรงม้าอังกฤษ กับ MERCEDES-MAYBACH S 650 ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซิน วี 12 สูบ 603 แรงม้าอังกฤษ ส่วนในตลาดอื่นๆ จะมีรถไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กซึ่งให้กำลังสุทธิสูงสุด 503 แรงม้าอังกฤษด้วย




![[ครบชุด] T0110039 ตล กม นแย เพราะไม เช อคำเต อนแม](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-26.png)
![[ครบชุด] T0110040 มละลาย เพราะหมอเดา!](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-27.png)