RIMAC NEVERA รถสปอร์ทพลังไฟฟ้าที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก
ส่งท้ายการชุมนุมรถพลังไฟฟ้าในเดือนแรกของปีงบประมาณประเทศไทยด้วย RIMAC NEVERA (รีแมค เนเวรา) รถสปอร์ทสุดไฮเทค ผลงานชิ้นโบว์แดงของ RIMAC AUTOMOBILI (รีแมค ออโตโมบิลี) ผู้ผลิตไฮเพอร์คาร์ และผู้ชำนัญการด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าของคโรเอเชีย ซึ่งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไปนี่เอง มีการประกาศข่าวว่า ได้บรรลุข้อตกลงในการรวมกิจการกับผู้ผลิตรถสปอร์ท BUGATTI (บูกัตตี) เป็นบริษัทเกิดใหม่ซึ่งมีชื่อว่า BUGATTI RIMAC LLC (บูกัตตี รีแมค แอลแอลซี) และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในคโรเอเชีย
เป็นสปอร์ท ”ไฮเพอร์คาร์” ที่พัฒนาต่อกิ่งต่อยอดจากรถแนวคิด RIMAC C_TWO (รีแมค ซี_ทู) ซึ่งปรากฏตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์เจนีวาเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2018 รวมทั้งเป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่แรงสุดๆ เร็วสุดๆ และสร้างสรรค์นวัตกรรมทางอากาศพลศาสตร์ไว้มากมายหลายรายการ เพื่อผลทางด้านการระบายความร้อน สมรรถนะการบังคับขับขี่ เสถียรภาพการทรงตัว ประสิทธิภาพโดยรวม ชื่อรุ่นของรถ คือ NEVERA มาจากชื่อคลื่นที่รุนแรงรวดเร็ว และเกิดขึ้นอย่างกระทันหันในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตัวถัง 2 ที่นั่ง ซึ่งยาว 4.750 ม. กว้าง 1.986 ม. สูง 1.208 ม. มีช่วงฐานล้อยาว 2.745 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.30 เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบ/พัฒนาด้วยเทคโนโลยีอันก้าวล้ำนำสมัย ส่วนของตัวรถที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า MONOCOQUE (โมโนคอค) ซึ่งรวมหลังคา กล่องบรรจุแบทเตอรี และโครงสร้างย่อยส่วนท้ายไว้ด้วยเป็นชิ้นเดียวกัน มีน้ำหนักไม่ถึง 200 กก. แต่ผู้ผลิตยืนยันว่า นี่คือ ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่อุตสาหกรรมรถยนต์เคยทำ กับบอกด้วยว่าเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ถึง 2,200 ชั้น และสอดแทรกด้วยอลูมิเนียม 222 ชิ้น ผลลัพธ์ในบั้นปลายก็คือ RIMAC NEVERA กลายเป็นรถยนต์นั่งที่มีโครงสร้างตัวถังแข็งแรงกว่ารถคันใดๆ ที่เคยสร้างในโลก ! เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า PERMANENT MAGNET ELECTRIC MOTOR จำนวน 4 ชุด ได้กำลังรวมสูงสุด 1,408 กิโลวัตต์/1,914 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 2,360 นิวตัน-เมตร/240.7 กก.-ม. โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 220 กิโลวัตต์/299 แรงม้า จำนวน 2 ชุด และระบบเกียร์จังหวะเดียว 2 ชุด ขับล้อคู่หน้า กับใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 480 กิโลวัตต์/653 แรงม้า จำนวน 2 ชุด และระบบเกียร์จังหวะเดียว 2 ชุด ขับล้อคู่หลัง ส่วนอุปกรณ์ป้อนพลังไฟฟ้า เป็นแบทเตอรี LITHIUM MANGANESE NICKEL (ลิเธียม แมงกานีส นิคเคิล) ที่ค่ายนี้พัฒนาขึ้นเอง เป็นแบทเตอรีระบายความร้อนด้วยของเหลว แรงดัน 730 โวลท์ ขนาดความจุ 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่โครงสร้างตัวถังถึงร้อยละ 37 (เพราะรวมเป็นชิ้นเดียวกันกับตัวถังดังที่กล่าวข้างต้น) และชาร์จไฟเต็มแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลถึง 550 กม. เมื่อวัดตามมาตรฐาน WLTP การชาร์จไฟที่ว่านี้ทำได้ด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ 3-เฟส 22 กิโลวัตต์ หรือโดยวิธีเร่งด่วนด้วยไฟฟ้ากระแสตรงที่สถานีบริการ ซึ่งการชาร์จไฟ 0-80 % จะใช้เวลาเพียง 22 นาที ตามตัวเลขของผู้ผลิตไฮเพอร์คาร์สุดไฮเทคแบบนี้ ใช้เวลาเพียง 1.97 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และเพิ่มเป็น 9.3 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-300 กม. ส่วนความเร็วสูงสุด คือ 412 กม./ชม. เป็นตัวเร็วที่ทำให้กล่าวได้ในทันทีว่า นี่คือ รถพลังไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลกขณะนี้ เป็นรถที่จะจำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 150 คัน กำหนดค่าตัวไว้ที่ 2,000,000 ยูโร หรือประมาณ 80 ล้านบาทไทย และผู้ผลิตยืนยันว่า จะไม่มีรถสองคันใดเลยที่มีรูปลักษณ์ และข้อมูลทางเทคนิคเหมือนกันทุกประการ เพราะจะเชิญผู้ซื้อทุกคนไปเยือนคโรเอเชีย แล้วให้ออกแบบรายละเอียดของรถด้วยตนเอง RIMAC NEVERA
- รถปอร์ทไฮเพอร์คาร์ ขับทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ น้ำหนักรถ 2,150 กก.
- มิติตัวถัง 4.750×1.986×1.208 ม. สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.30
- มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ชุด กำลังรวม 1,914 แรงม้า แบทเตอรี 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 1.97 วินาที ความเร็วสูงสุด 412 กม./ชม.
- ราคายังไม่รวมภาษีในยุโรป 2,000,000 ยูโร (ประมาณ 80 ล้านบาทไทย)




Rimac Nevera 15th Anniversary Edition ฉลอง 15 ปีผู้ผลิตไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าโครเอเชีย
By บรรณาธิการ
July 18, 2024
134
0
Share:

Rimac ผู้ผลิตรถไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าจากโครเอเชียฉลอง 15 ปีบริษัทด้วยการทำรถรุ่นพิเสษ Nevera 15th Anniversary Edition โดยมีการผลิตจำกัดแค่ 9 คัน ซึ่งรถคันแรกที่ทำออกมาให้ดูมากับแนวทางการแต่งด้วยสีทองแดงทั้งภายนอกและภายใน

Rimac Nevera 15th Anniversary Edition คันแรกมีภายนอกเป็นสีทองแดงใหม่ซึ่งมีลักษณะพื้นผิวด้านที่ถูกใช้กับรถรุ่นนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งทางผู้ผลิตได้พัฒนาสีนี้เป็นพิเศษสำหรับการฉลอง 15 ปี รวมทั้งยังแสดงถึงความเชื่อมโยงระหว่างพลังงานที่ใช้ในรถกับสีของวัสดุที่ใช้ในสายไฟฟ้า และตัดด้วยคาร์บอนไฟเบอร์โชว์ลายพื้นผิวมันเงาที่ส่วนล่างของรถ นอกจากนี้รถรุ่นพิเศษยังมาพร้อมล้อทูโทนสีดำ-ทองแดง ป้ายระบุรุ่นพิเศษ และกราฟฟิกที่มาจากแผงเซอร์กิต


ส่วนห้องโดยสารของรถเน้นโทนสีทองแดงตามภายนอก ทั้งที่สวิตช์เกียร์และแป้นควบคุมทองแดงอโนไดซ์ ที่คอนโซลกลาง ใช้หนังสีทองแดงพร้อมมีเลข 15 ที่พนักพิงศีรษะของเบาะและประตูรถ นอกจากนี้ยังเย็บด้ายสีทองแดงทั้งที่เบาะ ที่ท้าวแขนตรงกลาง และประตู โดยปิดท้ายการแต่งห้องโดยสารด้วยแทบสีทองแดงพร้อมเลข 15 กลางแผงหลังเบาะนั่ง

ระบบขับเคลื่อนไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้ารุ่นพิเศษใช้แบตเตอรี 120 kWh ให้พลังงานแก่ 4 มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังรวม 1,914 แรงม้าสำหรับขับเคลื่อนทุกล้อของรถ ซึ่งทำให้ใช้เวลา 1.74 วินาทีเพื่อทำความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ทำความเร็วได้สูงสุด 412 กม./ชม. และเดินทางได้ 490 กิโลเมตรเมื่อชาร์จไฟเต็ม

ทาง Mate Rimac ซีอีโอของบริษัทบอกถึงการที่บริษัทมีอายุ 15 ปีว่า “เมื่อเริ่มคิดถึงรถคันแรกของผมในโรงรถ ผมไม่แม้แต่จะฝันถึงจุดที่เราจะเป็น 15 ปีให้หลัง มีหลายครั้งในปีแรกๆ ที่เราคิดว่าบริษัทไปต่อไม่ได้ การมาถึง 15 ปีจึงควรค่าแก่การฉลอง”
อ่านต่อได้ที่นี่: Mercedes-AMG GT 63 Pro 4Matic+ ดุดันด้วยกำลังและแอโรไดนามิก
Mercedes-AMG เผยโฉม GT 63 Pro 4Matic+ ใหม่ โดยระบุว่าเป็นรถเพื่อผู้หลงใหลในรถสปอร์ตที่มองหาพลังการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ให้การตอบสนองที่รวดเร็วต่อความต้องการในขณะขับ รวมทั้งมีสมรรถนะโดยรวมที่ให้ประสบการณ์การขับที่มีความสปอร์ตขึ้น และสามารถนำไปขับในสนามแข่งได้ในบางครั้ง
เรื่อง : กองบรรณาธิการ
เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th
Bugatti Veyron


Bugatti Veyron รถยนต์ไฮเปอร์คาร์สัญชาติฝรั่งเศสราคาหลักร้อยล้านที่ใครๆ ต่างก็ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของรถในฝันคันนี้ เป็นรถที่ออกแบบโดย โจเซฟ คาบัน นักออกแบบรถยนต์ชาวสโลวาเกีย เปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการเมื่อ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2005 งานโตเกียวมอเตอร์โชว์
Bugatti Veyron กับสถิติแรงที่สุดในโลก
Bugatti Veyron รุ่น Grand Sport Vitesse ได้รับการบันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยสถิติความเร็วสูงสุดถึง 408.84 กม./ชม. เมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2013 นอกจากสมรรถนะด้านความเร็วแล้ว ก็ยังมีความโดดเด่นในเรื่องของงานออกแบบสุดล้ำสมัยในรูปแบบรถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่ง กับการใช้สีทูโทนแบบไม่ซ้ำใคร
Bugatti Veyron 2008 รุ่นที่ขายดีที่สุด
ถึงแม้ว่า Bugatti Veyron จะมีราคาสูงมากจนทุบสถิติรถยนต์ราคาแพงที่สุดในโลกในหลายๆ รุ่น ทว่า ก็ยังเป็นที่ต้องการของเศรษฐีนักสะสมรถ โดยในแต่ละปีที่ผลิตออกมาในจำนวนจำกัดก็ขายดีทุกรุ่น โดยเฉพาะในปี 2008 บูกัตติเวย์รอนที่จำหน่ายในปีนี้ทำสถิติขายดีที่สุดรวม 71 คัน เห็นจำนวนแล้วต้องบอกว่านี่คือรถยนต์ที่ผลิตออกมาแบบจำกัดจริงๆ ทำให้เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก และไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะได้เป็นเจ้าของ
Bugatti Veyron ไม่ได้เป็นแค่เพียงรถไฮเปอร์คาร์แสนแพงเท่านั้น ด้านสมรรถนถที่นอกเหนือจากความแรงก็ยังมีความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร เช่น ระบบควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์บนแผงคอนโซล รวมถึงการพัฒนาด้านความปลอดภัยในการขับขี่ควบคู่กับการพัฒนาความแรงอย่างไม่หยุดยั้ง

![[ครบชุด] T0310032 รองเท าค เก าของพ อ! Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-94.png)
![[ครบชุด] T0310032 รองเท าค เก าของพ อ! Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-95.png)