• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T0310087 ำเส (ละครส น)

admin79 by admin79
October 5, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T0310087 ำเส (ละครส น)

เปิดโลก รถทุกคลาสของ Mercedes-Benz มีรุ่นอะไรบ้าง

เมื่อพูดถึงค่ายรถยนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรีอย่าง Mercedes-Benz นอกจากความหรูหราและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแล้ว รู้หรือไม่ว่า… รถยนต์แต่ละรุ่นที่มีอักษรย่ออยู่ที่ท้ายรถนั้นสามารถบ่งบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็น S-Class ซีดานสุดหรูที่โดดเด่นด้วยความสะดวกสบายและนวัตกรรมที่ทันสมัย หรือ SUV อย่าง GLE ที่พร้อมพาคุณลุยไปในทุกสภาพถนน รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล EQ ที่เน้นการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วันนี้ Thomas Thailand จะมาเปิดมหากาพย์รถยนต์แห่งโลก Mercedes-Benz ไปพร้อมกัน

รู้จัก Mercedes-Benz

Mercedes-Benz คืออะไร

Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) แบรนด์ยานยนต์สัญชาติเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นในปี 1926 โดยได้รวมตัวกันระหว่าง 2 บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ คือ Carl Benz จากบริษัท Benz & Cie ที่เปลี่ยนแปลงการเดินทางของมนุษย์ตั้งแต่นั้นมา จากการประดิษฐ์ Benz Patent-Motorwagen หรือเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเผาไหม้คันแรกของโลก และ Gottlieb Daimler จากบริษัท Daimler-Motoren-Gesellschaft (DMG) ผู้ประดิษฐ์รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน 4 ล้อ คันแรกของโลก! แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 บริษัทรถยนต์หลายแห่งยอดขายลดฮวบจนต้องปิดกิจการลง ซึ่งความสามารถของ 2 บริษัทนี้ทำให้ได้จุดประกายเป็นการร่วมมือกันเป็น ‘Mercedes-Benz’ ในปี 1926 ถือว่าเป็นคลื่นยักษ์ลูกใหม่ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยพลังมหาศาล ยิ่งในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ จนแบรนด์ Mercedes-Benz เป็นที่รู้จักในวงกว้างและได้รับความนิยมไปทั่วโลกและยาวนานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ไขรหัสรถทุกคลาสของ Mercedes-Benz

โดยปกติแล้วท้ายรถ Mercedes-Benz จะมีตัวอักษรแสนคุ้นตาติดไว้ เช่น E250 A200 CLA250 เป็นต้น บ่งบอกถึงรุ่นของรถยนต์คันนั้น ซึ่งจะมี Core Model Series อย่าง A-Class, B-Class, C-Class, E-Class และ S-Class ปรากฎอยู่กับรถยนต์ของ Mercedes-Benz ในทุกรุ่น นอกจากนี้ยังมี GLA GLC GLE GLS และ G-Class รถรุ่นที่ขึ้นต้นด้วยตัว G จะเป็นรถประเภท SUV ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ Mercedes-Benz มีรถอีกหลายรูปแบบ โดยสามารถแบ่งตามประเภทของรถยนต์ได้ดังนี้

1. Mercedes-Benz รถยนต์ประเภท Saloon (ซาลูน) หรือ Sedan (ซีดาน)

รถยนต์ประเภทซาลูนของ Mercedes-Benz สามารถเรียงลำดับจากขนาดเล็กไปใหญ่ ดังนี้ A-Class, C-Class, E-Class และ S-Class และรุ่นพิเศษอย่าง Mercedes-Maybach S-Class

Mercedes-Benz A-Class
  • Mercedes-Benz A-Class

สำหรับ A-Class เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก หรือ Compact Car ที่มีมาตั้งแต่ปี 1977 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต หรูหรา ปราดเปรียว เรียบง่ายแต่ทันสมัย และขับขี่คล่องตัว ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.3X ล้านบาท

Mercedes-Benz B-Class
  • Mercedes-Benz B-Class

ในรุ่น B-Class ถูกนิยามเป็นรถอเนกประสงค์ หรือ Compact Sports Tourer ซึ่งหลายคนบอกว่าเป็นรถครอบครัวขนาดเล็ก เน้นการใช้งานที่หลากหลายและความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร โดยยังคงความหรูหราตามแบบฉบับของ Mercedes-Benz ดีไซน์มีความโฉบเฉี่ยวและทันสมัย พร้อมกับพื้นที่ภายในที่กว้างขวางสำหรับครอบครัวหรือการเดินทางที่ต้องการพื้นที่เก็บของมากขึ้น ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.3X ล้านบาท

Mercedes-Benz C-Class
  • Mercedes-Benz C-Class

เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ C-Class ที่เป็นรุ่นขายดีของ Mercedes-Benz นอกจากขนาดกลาง ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไปแล้ว ยังโดดเด่นด้วยความหรูหราและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และยังมีความสปอร์ตและดูภูมิฐานมากกว่า A-Class อีกด้วย ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.7X ล้านบาท

Mercedes Benz E Class
  • Mercedes-Benz E-Class

รถรุ่น E-Class เปรียบเสมือนเป็นรถประจำตำแหน่งผู้บริหาร มีขนาดกลางจนถึงใหญ่ ดีไซน์ภายนอกหรูหราสง่างาม ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบาย สมรรถนะสูง และมากด้วยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกอีกมากมาย ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.9X ล้านบาท

Mercedes-Benz S-Class
  • Mercedes-Benz S-Class

มาถึงรุ่น S-Class ของ Mercedes-Benz เป็นรถหรูขนาดใหญ่ที่สุด และแพงที่สุดเช่นเดียวกัน เหนือระดับอย่างรอบด้าน ทั้งดีไซน์ที่หรูหรา ความกว้างขวางของห้องโดยสาร นั่งสบายทั้งเบาะหน้า-หลัง ไม่มีเสียงรบกวน ส่วนขุมพลังก็เทียบเท่า ระดับ Super Car ได้เลย ราคาเริ่มต้นประมาณ 7.XX ล้านบาท

2. Mercedes-Benz รถยนต์ประเภท Coupé

รถยนต์ประเภทคูเป้ของ Mercedes-Benz แบ่งเป็นรถยนต์แบบสปอร์ต 2 ประตู มี 2 ที่นั่งหลักและแถมที่นั่งรองด้านหลังโดยไม่มีประตูเข้าออก มีหลังคาต่ำกว่ารุ่นมาตรฐาน เรียงลำดับจากเล็กไปใหญ่ ได้แก่ รุ่น C-Class, E-Class และ S-Class และรถยนต์คูเป้แบบ 4 ประตู ได้แก่ รุ่น CLA และ CLS

Mercedes-Benz C-Class Coupé
  • Mercedes-Benz C-Class Coupé

ดีไซน์มีความล่องตัว รูปร่างที่กระชับยิ่งขึ้น ใช้องค์ประกอบการตกแต่งอันทรงพลังตามมาตรฐานของรุ่น พร้อมสร้างบุคลิกลักษณะที่แข็งแกร่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สื่อถึงแก่นแท้ของการออกแบบรถยนต์ Coupé แนวสปอร์ต ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.5X ล้านบาท

Mercedes-Benz E-Class Coupé
  • Mercedes-Benz E-Class Coupé

ดีไซน์ภายใต้คอนเซปต์ Sensual Purity สะท้อนความเป็นสปอร์ตคูเป้เข้ากับความหรูหราตามสไตล์ของ E-Class เปล่งประกายด้วยความคล่องตัวจากทุกมุมมอง ความสะดวกสบายจะทำให้ขับขี่อย่างเพลิดเพลิน มอบความรู้สึกโฉบเฉี่ยวในทุกเส้นทาง ราคาเริ่มต้นประมาณ 4.8X ล้านบาท

Mercedes-Benz S-Class Coupé
  • Mercedes-Benz S-Class Coupé

S-Class Coupé ที่สุดแห่งสมรรถนะเหนือชั้นกับประสิทธิภาพในทุกด้าน ทั้งดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงระบบเทคโนโลยี ความปลอดภัย และนวัตกรรมล้ำสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา โฉบเฉี่ยว และทรงพลัง สะท้อนความหรูหราร่วมสมัยของ Mercedes-Benz ได้เป็นอย่างดี ราคาเริ่มต้นประมาณ 14.X ล้านบาท

Mercedes-Benz CLA Coupé
  • Mercedes-Benz CLA Coupé

มีพื้นฐานมาจากรถยนต์ A-Class ถึง C-Class โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตเร้าใจ มีสมรรถนะสูงสุดในประเภทรถสปอร์ตขนาดเล็ก ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.XX ล้านบาท

Mercedes-Benz CLS Coupé
  • Mercedes-Benz CLS Coupé

มีพื้นฐานมาจากรถยนต์ E-Class ถึง S-Class เป็นขนาดใหญ่ขึ้นมา การออกแบบเป็นเอกลักษณ์ของ CLS หรูหรา เร็ว แรง และมีเสน่ห์ด้วยรูปทรงที่สง่างาม ราคาเริ่มต้นประมาณ 4.6X ล้านบาท

Mercedes-Benz รถยนต์ประเภท SUV

3. Mercedes-Benz รถยนต์ประเภท SUV

รถตระกูล G-Class เป็นสัญลักษณ์ของรถประเภท SUV ลักษณะเป็นรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว ซึ่ง G-Class ขึ้นชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุด ขนของได้เยอะ และยังคงเร็วแรง สปอร์ต ขับคล่องตัว ประกอบด้วยรุ่น GLA (ขนาดกะทัดรัด), GLB (ขนาดกลาง ปรับที่นั่งแถว 3 ได้), GLC และ GLC Coupé (ขนาดกลาง), GLE (ขนาดใหญ่), GLS (ขนาดใหญ่ติดตั้งเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง), G-Class (รถตระกูลออฟโรด), Mercedes-Maybach GLS (Maybach ตระกูลรถหรูระดับสูงสุดด้วยดีไซน์ เทคโนโลยีและฟังก์ชันใช้งาน)

Mercedes-Benz ประเภท Driving Performance

4. Mercedes-Benz ประเภท Driving Performance

Mercedes-AMG เป็นรถยนต์ตระกูลที่เน้น ‘Driving Performance’ มีสมรรถนะสูง พัฒนามาจากเทคโนโลยีรถแข่งที่ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นด้านเครื่องยนต์ การขับเคลื่อน ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย

Mercedes-Benz ประเภทรถ EV และ Plug-in Hybrid

5. Mercedes-Benz ประเภทรถ EV และ Plug-in Hybrid

นอกจากนี้ Mercedes-Benz ยังมีรถไฟฟ้า (Electric Vehicles : EV) ประกอบด้วยรุ่น EQS, EQA, EQB, EQE และ EQC และมีบางรุ่นที่สามารถเลือกแบบไฮบริดได้ เช่น C-Class, E-Class, S-Class, GLC รวมไปถึง Mercedes-Maybach S-Class

Mercedes-Benz Special Models : Maybach

6. Mercedes-Benz Special Models : Maybach

Maybach (มายบัค) ตระกูลรถยนต์หรูระดับสูงสุดของ Mercedes ซึ่งเดิมทีเป็นแบรนด์รถยนต์หรูของสองพ่อลูก Wilhelm และ Karl Maybach ก่อนที่จะถูก Mercedes-Benz เข้าซื้อกิจการในปี 1960 โดยถูกนำมาออกแบบเพื่อผู้ที่ต้องการความหรูหราและความเป็นเอกลักษณ์ในทุกด้าน มักจะถูกสร้างขึ้นจากพื้นฐานของรุ่น S-Class เสริมความพิเศษด้วยการปรับแต่งให้มีความหรูหรามากยิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน เน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูง พร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัยและครบครัน

เห็นได้ว่ารถยนต์แต่ละคลาสของ Mercedes-Benz ไม่เพียงแต่เป็นยานพาหนะที่หรูหราและมีสมรรถนะสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว และคุ้มครองชีวิตผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยวัสดุรถยนต์ที่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มีความปลอดภัยที่ได้รับมาตรฐานสูงสุด ฉะนั้น การเลือกลงทุนใน Mercedes-Benz จึงไม่ใช่แค่การซื้อรถยนต์ แต่เป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิตและความมั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าวัตถุที่จับต้องได้

“ปากานี” ได้ชื่อว่าเป็นอภิมหารถไฮเปอร์คาร์ ที่แพงระยับที่สุดในโลก

เพราะนับตั้งแต่รุ่นแรกที่ออกวางตลาดราคาก็แตะหลักหลายแสนจนถึงเกือบๆ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ

เรียกว่าหากไม่ใช่อัครมหาเศรษฐีคงไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวมอง

สาเหตุที่ราคาทะลักทลายไปขนาดนั้นเพราะการออกแบบและทุกขั้นตอนของการผลิต หรือชิ้นส่วนต่างๆ คัดสรรมาแบบที่สุดของที่สุด

รวมถึงการผลิตจำนวนจำกัดแต่ละรุ่นแค่หลักสิบหรือร้อยคันเท่านั้น แถมเป็นการผลิตแบบที่เรียกว่าหมดแล้วหมดเลย

เสน่ห์ของ “ปากานี” ไม่เพียงแต่เนี้ยบและแรงเว่อร์ๆ เท่านั้น หากแต่ยังไม่ต่างจากของสะสมของอภิมหาเศรษฐีผู้รักความเร็วทั่วโลก

ที่น่าสนใจก็คือรุ่นเก่าๆ ที่ผ่านมาราคาขายต่อแพงกว่าตอนซื้อใหม่ทั้งสิ้น

เรื่องของเรื่องเพราะเจ้าของมักไม่ค่อยปล่อยออกมานั่นเอง ทำให้หาซื้อได้ยากเย็นแสนเข็ญเหลือใจ

ปากานี เป็นรถไฮเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลี หากดูอายุอานามถือว่าไม่มากเพราะเพิ่งเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ.1992 ที่ผ่านมานี่เอง ผลิตรถออกมารวม 6 รุ่น

แพงระยับที่สุดต้องยกให้รุ่น “ปากานี ซอนด้า เรโวลูเชี่ยน” (Pagani Zonda Revolucion) ผลิตออกมาแค่ 5 คัน ราคาจำหน่ายในยุโรป 2.2 ล้านยูโร

https://youtube.com/watch?v=hJjSPyw7kMI%3Ffeature%3Doembed

ในเมืองไทยบริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป เจ้าพ่อนำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถหรู ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เมื่อ 3 ปีก่อนนำรุ่น “ปากานี ฮูไอร่า” เข้ามาเปิดตัว มีมหาเศรษฐีเมืองไทยจับจองไปเรียบร้อยในราคาเฉียดๆ 100 ล้านบาท

และรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่คือ “ปากานี ฮูไอร่า บีซี” (Pagani Huayra BC)

สำหรับชื่อรุ่น “ฮูไอร่า” มีที่มาจาก “ฮูไอร่า ตาตา” เทพแห่งวายุ ผู้บงการสายลม พายุ และพายุหิมะ มีความนุ่มนวล แต่ขณะเดียวกันก็ทรงพลังจนสามารถพัดถล่มทุกสิ่งให้พังทลายได้

ส่วนคำว่า “บีซี” มีที่มาจากชื่อ “เบนนี่ ไคโอล่า” (Benny Caiola) ลูกค้าคนแรกของปากานี

pagani-huayra-bc-rear-close

ฮูไอร่า บีซี ออกแบบสไตล์รถคูเป้ เน้นความโค้งมนช่องดักลมด้านหน้าขนาดใหญ่ ขณะที่ไฟหน้าออกแบบทรงเรียวข้างละ 2 เส้น ไฟหน้าแบบ Bi-Xenon ซึ่งเป็นการต่อยอดจากรุ่น Zonda R และไฟ LED ส่องสว่างเวลากลางวัน

พร้อมเอกลักษณ์ที่กระจกมองข้างทำเป็นก้านยื่นออกจากตัวถัง ส่วนกระจกเป็นรูปทรงรี

กันชนหลังที่ผสานกับดิฟฟิวเซอร์ซึ่งสอดคล้องกับโครงโค้งมนที่โอบอุ้มท่อไอเสียทั้งสี่ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นแบบฉบับของยานยนต์ในตระกูลปากานี

bc_5-620x350-jpg

ประตูเปิดแบบปีกนก

การออกแบบรูปทรงของยานยนต์ใช้เวลานานถึง 5 ปี ในการค้นหาเส้นสายทุกเส้นอย่างประณีต โดยมีการสร้างแบบจำลองขึ้นถึง 8 รูปแบบ

โครงหลักชิ้นเดียวไร้รอยต่อแบบ Monocoque ใช้วัสดุคาร์บอน-ไทเทเนียมรูปแบบใหม่ล่าสุด ซึ่งปากานีได้เปรียบค่ายอื่นๆ เพราะเป็นผู้ผลิตวัสดุคาร์บอนรายใหญ่ของโลกด้วย ทำให้สามารถลดจำนวนชิ้นส่วนและท่อต่อที่ไม่จำเป็นได้จำนวนมาก

ทำให้ฮูไอร่า บีซี มีน้ำหนักเพียง 1,350 ก.ก. เป็นรถสปอร์ตที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในคลาส

โครงสร้างภายนอกออกแบบเน้นหลักอากาศพลศาสตร์ ทั้งความสูงของส่วนหน้ารถ ซึ่งสามารถปรับระดับได้ตามการขับเคลื่อน ผ่านตัวปรับระดับ 4 ตำแหน่งตามมุมทั้งสี่ด้านของตัวรถ

เพื่อให้การควบคุมเข้าสู่ศูนย์กลางตัวรถมากที่สุดในทุกสภาพการขับขี่ และเพื่อป้องกันการพลิกคว่ำ

การทำงานของตัวปรับระดับควบคุมโดยหน่วยควบคุม รับข้อมูลจากระบบเบรกกันล้อล็อก (ABS) และชุดควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ซึ่งจะส่งข้อมูลทั้งความเร็วรถ อัตราการหันเห อัตราเร่งหนีศูนย์กลาง มุมเลี้ยว และตำแหน่งวาล์วปีกผีเสื้อ

ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ในทุกสภาพการขับขี่ โดยไม่ต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านสัมประสิทธิ์แรงต้าน ยกตัวอย่าง ในขณะเบรก ตัวปรับระดับล้อหลังและระบบกันสะเทือนล้อหน้าจะยกตัวขึ้นเพื่อถ่ายเทน้ำหนัก และช่วยกระจายน้ำหนักให้สมดุลระหว่างเพลาหน้าและหลัง ทำให้การใช้แรงเบรกที่ล้อหลังมีประสิทธิภาพมากขึ้น

pagani-768x512

ภายในถือเป็นอีกจุดเด่นเพราะออกแบบได้หรูหราไฮโซเหลือใจ

พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นมีระบบควบคุมหลักทั้งหมด พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่ติดตั้งกับพวงมาลัย

แผงหน้าปัดอะลูมิเนียมได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานออกแบบนาฬิกาสวิสที่มีความละเอียดซับซ้อน ติดตั้งจอระบบ Multi-Function Display เพื่อแสดงข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดเมื่อใช้โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (SPORT mode)

แสดงการคำนวณเส้นทางอัตโนมัติเมื่อเลือกใช้โหมดคอมฟอร์ต (COMFORT mode)

สำหรับแผงคอนโซลอะลูมิเนียมทำขึ้นจากบล็อกอะลูมิเนียมแบบชิ้นเดียวในรูปทรงขลุ่ยแคลริเน็ตที่ติดตั้งสวิตช์ต่างๆ เพื่อการควบคุมระบบ HVAC system

จอทัชสกรีนความละเอียดสูงตรงกลาง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมทั้งระบบเสียง ดาวเทียมนำร่อง การทำงานระบบสำรอง และโทรศัพท์บลูทูธ

%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a16-2%e0%b8%81%e0%b8%a2-768x512

คันเกียร์ประกอบด้วยมือทั้งหมด

เบาะนั่งถูกออกแบบให้มีความสบายเพื่อการวิ่งระยะไกล พร้อมส่วนซัพพอร์ตด้านข้างเมื่อเกิดแรงโน้มถ่วงในขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง

ความปลอดภัยมากันครบเครื่องที่สุดแล้ว

ขุมพลังของฮูไอร่า บีซี ใช้เครื่องยนต์ของ Mercedes-AMG รหัส M158 พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ แบบ 12 สูบ Bi-Turbo ความจุ 5,980 ซีซี ให้กำลังสูงสุดถึง 730 แรงม้า บวกกับแรงบิด 1,000 นิวตัน-เมตร ระบบเกียร์แบบซีเควนเชียล 7 สปีดและคลัตช์จานคู่ พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นมาตรฐานใหม่ให้กับนวัตกรรมการขับเคลื่อน

ทำความเร็วสูงสุดได้สูงกว่า 370 ก.ม./ช.ม.

ถือว่ามีกำลังจี๊ดสุดของปากานีแล้ว

%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a15-2%e0%b8%81%e0%b8%a2-768x512

ระบบการจ่ายเชื้อเพลิงแบบ 2 ระดับใช้ปั๊มที่ควบคุมด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ 2 ตัวในการจ่ายน้ำมันเข้าเครื่องยนต์ โดยปั๊มที่สองจะทำงานเมื่อจำเป็นเท่านั้น จึงช่วยลดการใช้พลังงานและภาระความร้อนในช่องทางการจ่ายน้ำมัน

ถังเก็บน้ำมันที่ใหญ่ถึง 85 ลิตร เรียกว่าซัดกันได้ยาวๆ

เครื่องยนต์ M158 มีกำลังเครื่องเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ V12 รุ่นอื่นๆ แต่กลับมีอัตราการปล่อยไอเสียและการใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่า

ระบบท่อไอเสียไทเทเนียมระบบท่อตรงของเทคโนโลยีรถแข่ง มีน้ำหนักรวมของระบบท่อไอเสียน้อยกว่า 10 ก.ก. ใช้หัวต่อหุ้มไฮโดรโฟมเพื่อลดแรงดันกลับและช่วยให้ไอเสียสามารถระบายได้อย่างราบรื่น

วัสดุไทเทเนียมยังช่วยให้ระบบท่อไอเสียมีน้ำหนักเบา และใช้วัสดุอินโคเนล (Incone) ในส่วนของระบบที่ต้องสัมผัสกับอุณหภูมิสูง ปรับแต่งเสียงระบบท่อให้ได้เสียงกระหึ่มที่กลมกลืนเมื่อเร่งความเร็ว และมีเสียงครางของเครื่องที่บ่งบอกถึงพลังแม้ในยามขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำ

แรงบันดาลใจของการแต่งเสียงคือจำลองเสียงเครื่องบินความเร็วสูงบนท้องฟ้านั่นเอง

ในเมืองไทยได้โควต้านำเข้ามาแค่คันเดียว

สนนราคาอยู่ที่ราวๆ 200 ล้านบาท

Previous Post

[ครบชุด] T0310078 โปรดร กแม ในว นท ลมหายใจ

Next Post

[ครบชุด] T0310082 เพ อนท หว งด (ละครส น)

Next Post
[ครบชุด] T0310082 เพ อนท หว งด (ละครส น)

[ครบชุด] T0310082 เพ อนท หว งด (ละครส น)

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.