รถยนต์เป็นพาหนะชนิดหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ในการเดินทาง ซึ่งก็มีตั้งแต่ราคาหลักแสนจนถึงหลักร้อยล้าน คุณอาจจะตกใจว่ารถยนต์สามารถมีราคาถึงหลักร้อยล้านเลยหรอ?! ใช่แล้ว วันนี้ Motorist จะพาทุกคนไปพบกับ 5 รถยนต์ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก
รถยนต์ไม่เพียงแค่เป็นพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา ความเร็ว และนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม มีรถยนต์หลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อเน้นที่ความสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ซึ่งส่วนมากก็มีราคาที่สูงลิ่ว วันนี้ Motorist จะพาทุกคนไปรู้จักกับ 5 รถยนต์ที่แพงที่สุดในโลก จะมีรุ่นไหนบ้างไปดูกัน!

(เครดิตรูปภาพ: autodeft)
Bugatti La Voiture Noire
Bugatti La Voiture Noire เป็นรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบให้เฉพาะตัว โดยมีเพียงคันเดียวในโลก ชื่อของมันแปลว่า “รถสีดำ” ในภาษาฝรั่งเศส รถคันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีของ Bugatti มีดีไซน์ที่งดงามและเน้นความประณีตในทุกรายละเอียด
เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตรของมันสามารถสร้างกำลังสูงสุดถึง 1,479 แรงม้า ทำให้มันเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก Bugatti La Voiture Noire ไม่เพียงแค่เป็นยานพาหนะที่แรงและเร็ว แต่ยังเป็นงานศิลปะที่สามารถเคลื่อนที่ได้
ราคา 18.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 685 ล้านบาทไทย
(เครดิตรูปภาพ: wermac)
Rolls-Royce Sweptail
Rolls-Royce Sweptail เป็นรถยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งเฉพาะของลูกค้า โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเรือยอชท์สุดหรู มีการออกแบบที่เน้นความหรูหราและความเป็นเอกลักษณ์ของ Rolls-Royce ในทุกส่วนของรถ
เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.75 ลิตรของ Sweptail สามารถสร้างกำลังได้ 453 แรงม้า ภายในรถมีการตกแต่งด้วยวัสดุที่มีคุณภาพสูง เช่น หนังไม้เมเปิล และกระจกพาโนรามิคหลังคา รถยนต์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างรถยนต์ที่ไม่เหมือนใคร
ราคา 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 477 ล้านบาทไทย
(เครดิตรูปภาพ: topgear)
Pagani Zonda HP Barchetta
Pagani Zonda HP Barchetta เป็นหนึ่งในรุ่นที่หายากและพิเศษที่สุดของ Pagani รถยนต์นี้มีการออกแบบที่เน้นความเร็วและสมรรถนะสูง โดยมีการใช้วัสดุน้ำหนักเบาเช่น คาร์บอนไฟเบอร์ในการสร้างตัวถัง
เครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตรของมันสามารถสร้างกำลังได้ถึง 789 แรงม้า ทำให้มันสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.4 วินาที Zonda HP Barchetta มีการผลิตเพียง 3 คันในโลก ทำให้มันเป็นรถที่หายากและมีมูลค่าสูง
ราคา 17.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 642 ล้านบาทไทย(เครดิตรูปภาพ: Bangkoksupercar)
Bugatti Centodieci
Bugatti Centodieci เป็นรุ่นที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีของ Bugatti มีการออกแบบที่เน้นความเร็วและความหรูหรา โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Bugatti EB110 ที่เป็นตำนานในยุค 90
เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8 ลิตรของ Centodieci สามารถสร้างกำลังได้ถึง 1,600 แรงม้า ทำให้มันเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.4 วินาที มีการผลิตเพียง 10 คันในโลก
ราคา 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 330 ล้านบาทไทย(เครดิตรูปภาพ: car.boxzaracing)
Lamborghini Veneno
Lamborghini Veneno ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ Lamborghini มีการออกแบบที่เน้นความเป็นสุดยอดของรถซูเปอร์คาร์ ทั้งในด้านสมรรถนะและดีไซน์ที่ล้ำสมัย
เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรของ Veneno สามารถสร้างกำลังได้ถึง 750 แรงม้า ทำให้มันสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที มีการผลิตเพียง 14 คันในโลก
ราคา 8.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 304 ล้านบาทไทย
รถยนต์ที่มีราคาแพงที่สุดในโลกไม่เพียงแค่เป็นยานพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่ยังเป็นผลงานศิลปะและนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ และวัสดุที่ใช้ การที่เรามีโอกาสได้รู้จักกับรถยนต์เหล่านี้ ทำให้เราเห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสิ่งที่ดีที่สุดในโลกยานยนต์
Hyundai H1 รถตู้ MPV ยอดนิยมที่ครองใจคนไทยนานถึง 10 ปี
วันที่ประกาศ : 07 ส.ค. 2568
Hyundai H1 รถในกลุ่ม MPV สัญชาติเกาหลีใต้ที่สามารถเข้ามาอยู่อันดับต้น ๆ ในตลาดรถครอบครัวของไทยมานานถึง 10 ปี ด้วยดีไซน์รถที่สะดุดตา กับชุดแต่งระดับพรีเมียมรอบคัน บวกกับภายในห้องโดยสารกว้างขวางรองรับผู้โดยสารได้ถึง 11 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ผมจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Hyundai H1 มากขึ้น อัปเดตข้อมูลทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งแนะนำใครที่กำลังมองหาแหล่งรถมือสองราคาโดนใจ รถคุณภาพดีได้ที่ Roddonjai.com ครับ
รุ่นย่อยและราคา Hyundai H1 ราคา ปี 2025
Hyundai H-1 ปัจจุบัน ไม่มีวางจำหน่ายใหม่ในไทยแล้ว สำหรับราคาล่าสุดก่อนยุติการขาย Hyundai H-1 มีรุ่นย่อยและราคาโดยประมาณดังนี้
- Hyundai H1 Deluxe ราคา 1,529,000 บาท
- Hyundai H-1 Elite ราคา 1,429,000 บาท
- Hyundai H-1 Touring ราคา 1,329,000 บาท
Hyundai H1 สีตัวถัง
Hyundai H1 มีสีตัวถังออกสู่ตลาดทั้งหมด 4 สีด้วยกัน
- สีบรอนซ์เงิน (Hyper Metallic)
- สีดำ (Timeless Black)
- สีเทา (Steel Graphite)
- สีน้ำตาล (Tan Brown)
Hyundai H1 Deluxe
ขุมพลัง
- เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว
- ขนาดกระบอกสูบ 2,497 ซีซี
- กำลังสูงสุด 175 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 441 นิวตันเมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด
ดีไซน์
- ภายใน: ห้องโดยสารออกแบบมาเน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก รองรับผู้โดยสาร 11 ที่นั่ง เบาะที่นั่งคนขับปรับเย็นหรืออุ่นได้ 3 ระดับ
- ภายนอก: โฉมใหม่ที่เพิ่งออกสู่ตลาด เน้นความหรูหราเป็นพิเศษ พร้อมเพิ่มขนาดของตัวรถให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น พร้อมกระจังหน้าแบบสปอร์ต และชุดแต่งรอบคัน
เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก
- หน้าจอควบคุมกลางแบบทัชสกรีน 8 นิ้ว
- ลำโพง 6 จุด
- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
- กล้องมองภาพรอบคัน Smart View System 360 องศา
ความปลอดภัย
- ถุงลมนิรภัย 6 จุด และเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง
- ระบบป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง
- มีกล้องช่วยจอดรถ
- เซนเซอร์ป้องกันการชน
- ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)
- ระบบกุญแจนิรภัย
- ระบบสัญญาณกันขโมย
- กล่องอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการทำงาน
Hyundai H1 Elite
ขุมพลัง
- เหมือนกับรุ่น Deluxe ทุกอย่าง
ดีไซน์
- ภายใน: พวงมาลัยปรับสูงต่ำตามสรีระของผู้ขับขี่ ให้หน้าปัดแบบ Supervision Meters มีระบบปรับอากาศแยกส่วนด้านหน้าและหลัง ส่วนภายในห้องโดยสารกว้างขวางสุด ๆ
- ภายนอก: กระจังหน้าขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม ไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ขนาดใหญ่ พร้อมไฟเดย์ไทม์ แบบ LED ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ประตูบานใหญ่เลือนสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ด้าน อีกทั้งชมวิวได้ง่ายขึ้นด้วยกระจก Flush Glass พร้อมชุดแต่งสปอยเลอร์หลังติดไฟเบรกที่ 3
เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก
- มีวิทยุและเครื่องเล่น CD แบบ 2 Din
- ช่องเสียบ USB และ AUX
ความปลอดภัย
- มีระบบสัญญาณกะระยะถอยหลังส่งเสียงเตือน 3 ระดับ
- ระบบช่วงล่างรองรับการขับขี่ทุกเส้นทาง
- ระบบสัญญาณเตือนเมื่อถอยหลัง
- ตัวโครงสร้างรถเป็น Four Rings
Hyundai H1 Touring
ขุมพลัง
- ขุมกำลังเหมือนกับรุ่น Deluxe และ Elite
ดีไซน์
- ภายใน: ที่นั่งเป็นเบาะผ้าทั้งหมด โดยมีที่นั่ง 3 แถว แถวละ 2 ที่นั่ง ประตูเปิดได้ทั้ง 2 ฝั่งแบบสไตล์ Manual
- ภายนอก: ล้อกระทะเหล็ก, กระจกบานใหญ่แง้มระบายลมได้ มีความยาวของตัวรถมากกว่ารุ่นอื่น ๆ
เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก
- เหมือนกับรุ่น Elite ทุกอย่าง
ความปลอดภัย
- ระบบความปลอดภัยเหมือนกับรุ่น Deluxe และ Elite ยกเว้นกล่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการทำงานของรถ
อัตราความประหยัดน้ำมัน
สิ่งที่ทำให้ ฮุนได เอช1 เป็นตัวเลือกสำหรับคนชอบรถ MPV คือ ความโดดเด่นของการประหยัดพลังงาน เพราะทางฮุนไดทำออกมาได้ดีตั้งแต่รุ่นแรกที่เปิดตัวในไทย ด้วยอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ยที่ 11-12 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้ผู้ขับขี่วางใจได้ว่า หมดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือนอกเมืองก็ตาม
เทียบกับคู่แข่งใน Segment เดียวกัน
- Kia Carnival: ขนาดเครื่องเบนซิน 2.2 ลิตร กำลัง 200 แรงม้า แรงบิด 441 นิวตันเมตร ขนาดรถ (ยาวxกว้างxสูงxฐานล้อ) 5,115×1,985×1,740×3,060 มิลลิเมตร ราคา 1.40 ล้านบาท
- Toyota Alphard: ขนาดเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร กำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 206 นิวตันเมตร ขนาดรถ (ยาวxกว้างxสูงxฐานล้อ) 4,945×1,850×1,895×3,000 มิลลิเมตร ราคา 4.02 ล้านบาท
- Toyota Commuter: ขนาดเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร กำลัง 222 แรงม้า แรงบิด 402 นิวตันเมตรขนาดรถ (ยาวxกว้างxสูงxฐานล้อ) 5,915×1,950×2,280×3,860 มิลลิเมตร ราคา 1.27 ล้านบาท
เช็กราคารถมือหนึ่ง-มือสองได้ที่ Roddonjai
Hyundai H1 ถือเป็นซิกเนเจอร์ของค่ายฮุนไดเลยก็ว่าได้ เพราะมีจุดเด่นในเรื่องประหยัดพลังงาน ด้วยอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ยที่ 11-12 กิโลเมตรต่อลิตรเมื่อวิ่งทางไกล และดีไซน์ภายนอกที่ออกแบบประตูบานใหญ่เลื่อนสไลด์ไฟฟ้าได้ทั้ง 2 ด้านในบางรุ่นย่อย อีกทั้งยังชมวิวได้ง่ายขึ้นด้วยกระจก Flush Glass บวกกับสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นยกให้ ฮุนได เอช-1 ยังคงเป็นรถ MPV ที่ยังคงครองใจใครหลาย ๆ คนอยู่ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 1.33 ล้านบาท เท่านั้นครับ
![[ครบชุด] T0310085 หน าด าน (ละครส น)](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-155.png)

![[ครบชุด] T0310089 เก ดเป นผ หญ อย าม กง าย (ละครส น)](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-156.png)