• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T0510020 เป นถ งเด กจบป

admin79 by admin79
October 6, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T0510020 เป นถ งเด กจบป

สุดยอด Hyper Car “Koenigsegg” เผยโฉมครั้งแรกในไทยรวม 2 คัน 3,000 กว่าแรงม้า

โดย วรัญญู ยอดพรหม

โพสต์เมื่อ 20 October 2563


   สุดยอด Hyper Car รถยนต์สมรรถนะสูงกว่าทั่วไปหนึ่งในนั้นต้องมี “Koenigsegg” (เคอนิกเส็กก์) สุดยอดแบรนด์รถไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน และครั้งแรกบนแผ่นดินไทย ได้เผยโฉมถึง 2 รุ่น

Koenigsegg

     บริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ และ ศักดิ์ นานา กรรมการ จัดงาน “Koenigsegg Bangkok: The Ultimate Performance” ประกาศแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

 พร้อมเผยโฉมที่สุดแห่งนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท 

Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) ราคา 110,000,000 บาท โควต้าประเทศไทย 4 คัน จองแล้ว 1 คัน เริ่มผลิตปี 2022 รับรถปี 2024

Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) ราคา 350,000,000 บาท จัดจำหน่ายหมดแล้ว (นำมาโชว์)

Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท)

    ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) และจะไม่ผลิตรถคันไหนที่เร็วและแรงกว่า Jesko Absolut อีกแล้วในอนาคต ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านลมของตัวถังและยังเพิ่มความนิ่งของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย Koenigsegg Jesko Absolut มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศเพียง 0.278 ด้วยเส้นสายและการออกแบบของตัวรถที่มีความปราดเปรียวและดุดันมาก

    ยิ่งขึ้นด้วยครีบฉลามคู่ด้านท้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ซึ่งตัวครีบฉลามคู่นั้นทำหน้าที่คอยรีดอากาศด้านหลังให้ไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดแรงเฉี่อยจากลมเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง ดีไซน์ด้านหน้าของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บเมื่อต้องการเปิดประทุน ช่วงล่างของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเมื่อขับขี่ในสนามแข่งและยังคงสะดวกสบายเมื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ

    เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่ลากรอบได้สูงสุดถึง 8,500 รอบต่อนาที สามารถเค้นกำลังสูงสุดที่ 1,600 แรงม้า (ด้วยเชื้อเพลิง E85) เครื่องยนต์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง ระบบส่งกำลังของ Jesko Absolut เป็นแบบ 9 จังหวะที่เรียกว่า “Light Speed Transmission (LST)” ซึ่งมาพร้อมกับระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สามารถตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วของแสงพร้อมทั้งยังมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัมเท่านั้น 

นั่นแปลว่ารถคันนี้ยังเป็นรถคันแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถแตะความเร็วสูงสุด 500 กม./ชม. และมากกว่านั้น แต่ ข้อจำกัดสำคัญ คือ ยาง, สถานที่

Koenigsegg Gemera (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) Mega-GT

    รถ ไฮเปอร์คาร์สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First Four Four) ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยที่นั่งที่สามารถรองรับสรีระของผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่งและยังสามารถเก็บกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 4 ใบ ทั้งยังมาพร้อมที่วางแก้วถึง 8 จุด จอแสดงผลข้อมูลต่างๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพง 11 จุด และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย

    หัวใจหลักของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า “Tiny Friendly Giant (TFG)” มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ช่วยให้ Gemera ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น

ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือในการขับขี่ของ Gemera นั้นได้ติดตั้งทั้งระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบกระจายแรงบิดเพื่อมอบการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมเผชิญทุกสภาพถนน นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เร้าใจแล้ว Koenigsegg Gemera ยังสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยเดินทางสูงสุด 50 กม. เมื่อต้องการเดินทางโดยปราศจากมลพิษหรือสามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริด โดย Gemera ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ได้หากต้องใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีพิสัยเดินทางไกลสุดถึง 950 กม.

  Gemera นั้นถูกออกแบบด้วยแนวคิดการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการใช้ในเมืองด้วยความเร็วต่ำและขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง ด้วยระบบความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Fiber Monocoque ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบช่วยเหลือการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 2.5 ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดยึด ISOFIX สำหรับเบาะหลังทั้ง 2 ที่นั่งอีกด้วย ดีไซน์ภายนอกของ Gemera ได้รับการออกแบบประตูใหม่ที่เรียกว่า “Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors (KATSAD)” ซึ่งสามารถเปิดได้กว้างพอที่ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้ารถไปได้พร้อมกันเลยในเวลาเดียวกันทั้งยังคงรูปลักษณ์แบบรถสปอร์ต 2 ประตู

บริเวณด้านบนประตูนั้นติดตั้งกล้องที่แสดงภาพของรถด้านหลังซึ่งเป็นครั้งแรกของ Koenigsegg ที่นำมาใช้บนรถแทนกระจกมองข้างทั่วไป ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วของ Gemera ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ซึ่งมีน้ำหนักไม่ถึง 9 กิโลกรัมต่อล้อ ด้านท้ายของ Gemera ติดตั้งท่อไอเสียจาก Akrapovic ที่เพิ่มความดุดันทั้งด้านรูปลักษณ์และซุ้มเสียงของเครื่องยนต์ที่คำรามพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ภายในของ Gemera อำนวยความสะดวกสบายด้วยเบาะปรับไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทางในด้านหน้าแลถูกเสริมด้วยเมมโมรี่โฟมเพื่อรองรับสรีระผู้โดยสารให้สบายยิ่งขึ้นทั้ง 4 ที่นั่ง ผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่งสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงความบันเทิงและระบบปรับอากาศได้ด้วยตัวเองพร้อมทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระของแต่ล่ะที่นั่งเพื่อเป็นสัดส่วนอีกด้วย สำหรับ Gemera นี้ มีเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2.998 ล้านยูโร

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com  
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่ 
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car

BMW i7 2025: สเปคฉบับสมบูรณ์, การใช้น้ำมัน และคู่แข่งหลัก

3 de ตุลาคม de 2025 by Fabio Isidoro

ด้วยกำลังสูงสุด 650 แรงม้าและระยะทางวิ่งได้ถึง 600 กิโลเมตร BMW i7 2025 สร้างความประทับใจ ดูการใช้งานจริงและรายละเอียดทางเทคนิคของรถซีดานพรีเมียมคันนี้ได้ที่นี่

FacebookXThreadsVKWhatsAppLINEWeChat

BMW i7 2025 มาในฐานะสุดยอดของซีดานไฟฟ้าหรูที่รวบรวมเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะชั้นนำ และประสบการณ์พรีเมียมในกลุ่มนี้ ในบทความนี้เราจะเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคอย่างละเอียด ประสิทธิภาพพลังงาน และการวิเคราะห์คู่แข่งหลักสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างนวัตกรรมและความสะดวกสบาย

รายละเอียดทางเทคนิคอย่างละเอียดของ BMW i7 2025

BMW i7 2025 มีให้เลือกสามรุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นมุ่งเน้นในรูปแบบการขับขี่และสมรรถนะที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดยังคงรักษาความหรูหราและสถาปัตยกรรมของรุ่นท็อปไลน์ของผู้ผลิตจากเยอรมนี

สเปคi7 eDrive50i7 xDrive60i7 M70
มอเตอร์มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวด้านหลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมอเตอร์ไฟฟ้าคู่สมรรถนะสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
กำลัง335 กิโลวัตต์ (449 แรงม้า)400 กิโลวัตต์ (536 แรงม้า)485 กิโลวัตต์ (650 แรงม้า)
แรงบิด650 นิวตันเมตร745 นิวตันเมตร1,015 นิวตันเมตร
ระบบขับเคลื่อนหลัง (RWD)สี่ล้อ (xDrive AWD)สี่ล้อ (xDrive AWD)
แบตเตอรี่ไอออนลิเธียม, ~101.7 กิโลวัตต์ชั่วโมงใช้งานได้
ระยะทางวิ่ง (WLTP)มากกว่า 600 กม.มากกว่า 600 กม.สูงสุด 470 กม.
ความจุห้องเก็บสัมภาระประมาณ 500 ลิตร
ขนาด (ยาว x กว้าง x สูง)5,391 มม. x 1,950 มม. x 1,544 มม.
ระยะฐานล้อ3,215 มม.

นอกจากชุดกลไกแล้ว BMW i7 ยังติดตั้งเทคโนโลยีอย่าง BMW Curved Display ซึ่งผสานแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้วและจอแสดงผลกลางขนาด 14.9 นิ้วไว้ใต้กระจกเดียวกัน เพื่อให้มีอินเทอร์เฟซที่ทันสมัยและใช้งานง่าย ระบบ iDrive 8.5, หลังคาแบบพาโนรามา “Sky Lounge” พร้อมไฟ LED และจอแสดงผลตัวเลือกพิเศษ “Theatre Screen” 8K ขนาด 31.3 นิ้วสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ช่วยยกระดับความหรูหราไปอีกขั้น

การใช้พลังงานและประสิทธิภาพ

เนื่องจากเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% BMW i7 จึงมีการแสดงค่าการใช้พลังงานในหน่วย kWh ต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน WLTP:

  • i7 eDrive50: อยู่ระหว่าง 19.2 ถึง 20.3 kWh/100 กม.
  • i7 xDrive60: อยู่ระหว่าง 18.5 ถึง 19.6 kWh/100 กม.
  • i7 M70: การใช้พลังงานประมาณ 20.8 ถึง 23.8 kWh/100 กม. เนื่องจากสมรรถนะสูง

น่าสังเกตว่าแบตเตอรี่ขนาดประมาณ 101.7 kWh ช่วยให้ระยะทางวิ่งได้สูงสุดถึง 600 กม. ในรุ่นที่ประหยัดที่สุด ขณะที่รุ่น M70 ที่มีกำลังสูงสุด ให้ระยะทางวิ่งได้ประมาณ 470 กม. ในการใช้งานจริง

ชุดนี้ทำให้ BMW i7 เป็นมาตรฐานสำหรับรถซีดานพรีเมียมที่ต้องการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ระยะทางวิ่งที่เหมาะสม และสมรรถนะสปอร์ต สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและสนใจตัวเลือกอื่นในกลุ่มซีดานไฟฟ้าหรู เราแนะนำให้อ่านการวิเคราะห์ Mercedes-Benz EQS 2026 ซึ่งเป็นคู่แข่งตรงของ BMW i7 ในการแข่งขันชิงตำแหน่งแชมป์ของรถประเภทนี้

คู่แข่งหลักของ BMW i7 และการเปรียบเทียบ

ตลาดซีดานไฟฟ้าหรูมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีชื่อใหญ่ ๆ เสนอการผสมผสานระหว่างความหรูหรา เทคโนโลยี และสมรรถนะที่หลากหลาย ต่อไปนี้คือคู่แข่งหลักของ BMW i7 ในปี 2025:

Mercedes-Benz EQS

EQS เป็นคู่แข่งโดยตรงที่มีชื่อเสียงมากที่สุด โดยโดดเด่นด้วยดีไซน์อนาคตและแผงควบคุม MBUX Hyperscreen ขนาด 56 นิ้ว ระบบมอเตอร์ของรุ่นนี้มีตั้งแต่ 265 กิโลวัตต์จนถึง 484 กิโลวัตต์ใน AMG EQS 53 โดยรุ่นพื้นฐานมีระยะทางวิ่งสูงถึงประมาณ 770 กม. (EPA) หากคุณต้องการรู้จัก EQS และการเปรียบเทียบกับผู้นำตลาดอื่น ๆ สามารถดูการวิเคราะห์เต็มได้ที่ Mercedes-Benz EQS 2026 vs Rivais

Lucid Air

Lucid Air Sapphire

ด้วยเทคโนโลยีและความมุ่งเน้นในการเพิ่มระยะทางวิ่ง Lucid Air มีรุ่นที่สามารถวิ่งเกิน 800 กม. ตามมาตรฐาน EPA ดีไซน์ที่เรียบง่ายและความจุห้องเก็บสัมภาระรวมที่มากกว่า 700 ลิตร ทำให้รถรุ่นนี้ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อที่ต้องการพื้นที่และประสิทธิภาพ

Porsche Taycan

เน้นประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ต Taycan โดดเด่นด้วยระบบส่งกำลังสองสปีดและกำลังสูงสุดที่สามารถแตะ 700 กิโลวัตต์ในรุ่น Turbo S ถึงแม้ว่าภายในจะมีขนาดกระทัดรัดกว่า แต่ยังคงเป็นตัวเลือกของผู้ที่ต้องการความตื่นเต้นของรถสปอร์ตผสมผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย

Genesis Electrified G80

Genesis เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากขึ้น มาพร้อมแพ็คเกจหรูหราแบบละเอียดและการใช้พลังงานที่แข่งขันได้ที่ประมาณ 19.1 kWh/100 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ดูแพงและอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน เพิ่มมูลค่าให้กับผู้ที่ต้องการความหรูระดับพรีเมียมอย่างเรียบง่าย

ในภาพรวมนี้ BMW i7 โดดเด่นด้วยการผสมผสานที่ลงตัวของความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะที่ทรงพลัง โดยไม่ละเลยความเป็นสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW

สำหรับผู้ที่ต้องการขยายความรู้เกี่ยวกับรถไฟฟ้าหรูและติดตามข่าวสารในอุตสาหกรรม เราขอแนะนำเนื้อหาที่น่าสนใจและเป็นปัจจุบัน เช่น การวิเคราะห์เกี่ยวกับ Tesla Cybertruck และปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงบทความเกี่ยวกับ McLaren W1 ซึ่งมีข้อมูลทางเทคนิคที่น่าทึ่งในกลุ่มไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า

FacebookXThreadsVKWhatsAppLINEWeChat

Author: Fabio Isidoro

ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารของ Canal Carro เขาอุทิศตนเพื่อสำรวจจักรวาลยานยนต์อย่างลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยความรัก เขาเป็นผู้หลงใหลในรถยนต์และเทคโนโลยี เขาผลิตเนื้อหาทางเทคนิคและบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผสมผสานข้อมูลคุณภาพเข้ากับมุมมองเชิงวิพากษ์วิจารณ์ที่เข้าถึงสาธารณชน

Previous Post

[ครบชุด] T0510047 ทำไมแม ไม กหน Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T0510021 ทหารผ านศ กกล บมาสภาพพ การ ไม ดว ากล บมาบ านจะเจออะไรแบบน

Next Post
[ครบชุด] T0510021 ทหารผ านศ กกล บมาสภาพพ การ ไม ดว ากล บมาบ านจะเจออะไรแบบน

[ครบชุด] T0510021 ทหารผ านศ กกล บมาสภาพพ การ ไม ดว ากล บมาบ านจะเจออะไรแบบน

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.