เปิดตัว ‘LOTUS CHAPMAN BESPOKE’ เป็นประเทศที่ 2 ของโลก! เผยโฉม Eletre TYPE 79 และ Emeya Blossom (Limited Edition) ในงาน MOTOR EXPO 2024
โดย Nuttanon P.10 เดือนที่แล้ว2.2kดู
LOTUS CARS THAILAND (โลตัสคาร์ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่าย Lotus ภายใต้การบริหารงานของ บริษัทเวิร์นส์ออโตโมทีฟประเทศไทย สร้างปรากฎการณ์ Talk of the Town ในวงการยานยนต์ประเทศไทยอีกครั้ง กับการเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ “Lotus Chapman Bespoke” อย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2024 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นับเป็นการเปิดตัวเป็นประเทศที่สองของโลกและถือเป็นประเทศแรกในเอเชียแปซิฟิกในการเปิดตัว “Lotus Chapman Bespoke” หลังเผยโฉมครั้งแรกในงาน Beijing Auto Show เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
เปิดตัว ‘LOTUS CHAPMAN BESPOKE’ เป็นประเทศที่ 2 ของโลก! เผยโฉม Eletre TYPE 79 และ Emeya Blossom (Limited Edition) ในงาน MOTOR EXPO 2024
โดยการใช้ชื่อ Lotus Chapman Bespoke ถือเป็นการเชิดชูและให้เกียรติแก้ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Lotusคือ Colin และ Hazel Chapman ซึ่งเริ่มธุรกิจในปี 1948 ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในฐานะผู้พัฒนาและบุกเบิก การออกแบบ เทคโนโลยี และนวัตกรรมหลายอย่างที่เห็นในมอเตอร์สปอร์ตในปัจจุบัน

นายธีรพงศ์รอดลอยผู้จัดการส่วนภูมิภาคเวิร์นส์ออโทโมทีฟประเทศไทยเผยถึงการเปิดตัวLotus Chapman Bespoke สุดยอดยนตรกรรมไฟฟ้าหรูคู่ดีไซน์สุดพรีเมียมระดับโลกว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้เปิดตัว Lotus Chapman Bespoke ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ของโลกและเป็นครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

นับเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ Globalized Bespoke Strategy ที่ Lotus มุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานความเป็นเอกลักษณ์ในระดับสากล ความพิเศษของ Chapman Bespoke ที่เราอยากนำเสนอว่า Lotus Cars ไม่ได้โดดเด่นแค่ในเรื่องของสมรรถนะและเทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น แต่ Lotus ยังส่งมอบคุณค่าให้ผู้ขับได้สัมผัสถึงความหรูหราและดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ด้วย
ซึ่งเราได้รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งรถได้ตามความต้องการ แสดงถึงการยกระดับมาตรฐานใหม่ของยนตรกรรมที่สะท้อนถึงความสปอร์ต ผสานกับงานดีไซน์การแต่งรถที่ยูนีค ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันกับนวัตกรรมที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นอนาคตของวงการยานยนต์ ผมเชื่อมั่นว่า Lotus Chapman Bespoke จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพื่อให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่แตกต่างและสะท้อนสไตล์ของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

อีกทั้ง นายธีรพงศ์ รอดลอย ยังกล่าวเสริมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ในปี 2025 ต่อจากนี้ เพิ่มเติมว่า “ทาง Lotus Cars Thailand มุ่งหวังที่จะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น โดยได้วางแผนรีโนเวตโชว์รูมและศูนย์บริการ Lotus Cars Thailand อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการปรับเปลี่ยนและขยายพื้นที่โชว์รูมใหม่บริเวณด้านหน้าอาคาร
พร้อมพื้นที่รับรองสำหรับให้บริการลูกค้าอย่างเอ็กซ์คลูซีฟและมอบความเป็นส่วนตัวอย่างเหนือระดับ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน หลังได้ส่งมอบรถไปแล้วรวมกว่า 200 คัน ตั้งแต่ธันวาคมในปีที่ผ่านมา จากการเปิดตัว Lotus Eletre ที่ได้ผลตอบรับที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งคาดว่าการปรับโฉมโชว์รูมใหม่ในครั้งนี้จะพร้อมให้บริการลูกค้าได้ในช่วงกลางปีหน้า แต่อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ทางโชว์รูมและศูนย์บริการยังคงสามารถรองรับลูกค้าให้เข้ามารับบริการได้ตามปกติ”
Lotus Chapman Bespoke: เปิดประสบการณ์สุดพิเศษที่ไร้ขีดจำกัดเพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ในเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ด้วยบริการพิเศษสำหรับออกแบบปรับแต่งรถที่รองรับความต้องการเฉพาะตัวของลูกค้าที่แตกต่างในทุกมิติของรถยนต์สปอร์ต เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกตั้งแต่สีของรถ วัสดุตกแต่ง ไปจนถึงรายละเอียดพิเศษที่สะท้อนถึงตัวตนของผู้ขับขี่ การตกแต่งเฉพาะบุคคลที่จะทำให้รถ Lotus Chapman ของลูกค้าแต่ละคันมีความพิเศษไม่เหมือนใคร โดยมีบริการออกแบบได้ถึง 3 ระดับได้แก่
- Tailor-made: ให้ลูกค้าปรับแต่งดีไซน์รถตามความต้องการ โดยมีตัวเลือกปรับแต่งที่หลากหลาย เช่น การปรับแต่งสีภายนอก ที่มีให้เลือกมากถึง 36 เฉดเมทัลลิค, สีภายใน 13 แบบ, วัสดุตกแต่งภายใน ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนแท้ อลูมิเนียมแท้ รวมถึงการปักโลโก้เฉพาะตัว สร้างรายละเอียดที่หรูหราและพิถีพิถันของตนเอง
- Collection: ลูกค้าของ Lotus สามารถเลือกรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เกิดจากความร่วมมือกันของพันธมิตร ศิลปิน และแบรนด์สุดหรูระดับโลก โดยทาง Lotus Chapman Bespoke ได้ออกแบบคอลเลคชันพิเศษที่ได้นำเสนอประวัติศาสตร์ความเป็นรถแข่งของแบรนด์อย่างรุ่น “Eletre TYPE 79 (Black Gold Edition)”มีแรงบันดาลใจมาจาก Type 79 รถแข่งฟอร์มูล่าวันในตำนานที่นำชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของ Lotus ในปี 1978 และ “Emeya Blossom (Limited Edition)” คอลเลคชันสุดหรูที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสวนที่ East Carleton Manor ในแต่ละฤดูที่เปลี่ยนไป
- One-off: การรังสรรค์รถที่มีเอกลักษณ์เหมือนกับตัวคุณเอง บริการปรับแต่งรถสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อการออกแบบขั้นสูงให้ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งได้อย่างไร้ข้อจำกัด สามารถสร้างคอนเซปต์ของรถที่บ่งบอกตัวตนให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ ผ่านทีมออกแบบที่พร้อมคัสตอมไมซ์ทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างความโดดเด่นที่แตกต่างมอบให้คุณเพียงคันเดียวในโลก
ร่วมสัมผัสกับยนตกรรม2รุ่นเป็นครั้งแรกในงานMotor Expo 2024: Eletre TYPE 79 และEmeya Blossom
Lotus Chapman Bespoke นำเสนอยนตรกรรม 2 รุ่นไฮไลต์ที่ไม่เพียงแค่สวยงามโดดเด่น แต่ยังมีดีไซน์ที่สะท้อนจิตวิญญาณและตำนานของ Lotus อย่างแท้จริง:
- Eletre TYPE 79 (Black Gold Edition): สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและพลังในสนามแข่ง




ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Lotus Type 79 รถแข่งฟอร์มูล่าวัน ในตำนานที่นำชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่มาสู่ Lotus ในปี 1978 สำหรับรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันนี้สะท้อนความสง่างามและทรงพลัง ด้วยสีดำทองที่เป็นเอกลักษณ์ของยุครุ่งเรืองของวงการรถแข่ง Lotus Type 79 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีในวงการ F1 ด้วยการนำหลักอากาศพลศาสตร์ Ground Effects มาใช้อย่างเต็มที่ ช่วยเพิ่มแรงกดและความเร็วในการเข้าโค้งจนคว้าแชมป์โลกทั้งในประเภทนักขับและผู้สร้าง โดยช่างเพ้นท์สีฝีมือเยี่ยมของ Lotus ที่ออกแบบโลโก้ Type 79 ตั้งแต่ต้นได้สร้างลวดลายงานเพ้นท์มือที่ผสานอดีตและปัจจุบันไว้อย่างงดงาม
- Emeya Blossom (Limited Edition): ความงดงามของธรรมชาติที่ถ่ายทอดผ่านรถหรูอันทรงพลัง



รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันที่ผลิตเพียง88คันทั่วโลก โดดเด่นด้วยการออกแบบภายใต้ธีม”Summer of the Garden” ที่ผสานความหรูหราและความอ่อนหวานของสวนดอกไม้ในฤดูร้อนอย่างลงตัว ภายนอกโดดเด่นด้วยสีแดงดาห์เลียและสีชมพูอ่อนของดอกกุหลาบ ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งใหม่ทั้งหมด เบาะหนังสีสันโดดเด่น พร้อมฉลุลายดอกไม้สไตล์อังกฤษที่สะท้อนถึงความประณีต หนึ่งในจุดเด่นของ Emeya Blossom คือการใช้หินธรรมชาติตกแต่งภายใน สีตัวถังของ Emeya Blossom ใช้กระบวนการเคลือบ 14 ชั้นและขัดเงาเพื่อไล่เฉดสีที่ละเอียดอ่อนทุกขั้นตอนถูกควบคุมอย่างพิถีพิถัน เปรียบได้กับการเปลี่ยนแปลงของสีดอกไม้ในธรรมชาติ
พร้อมสัมผัสสุดยอดรถหรูสมรรถนะสูง2รุ่นเรือธงอย่าง
- “LOTUS ELETRE” รถไฟฟ้าระดับHyper-SUV คันแรกของค่าย ด้วยจุดแข็งที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันและสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ที่มอบพละกำลังสูงสุด 905 แรงม้า รองรับระยะทางได้สูงสุด 600 กิโลเมตร (WLTP)
- “LOTUS EMEYA” รถไฟฟ้าสปอร์ตพรีเมียมHyper-GT ที่ถือว่าเป็นรถไฟฟ้า Dual-Motor ที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่น และมีรุ่นย่อยให้เลือกได้ตามความต้องการ ในราคาเริ่มต้นที่ 5,690,000 บาท

Lotus Emira:ข้อเสนอสุดท้ายของ‘First Edition’พร้อมมอบแก่ลูกค้าภายในงาน
นอกจากนี้ โลตัสคาร์ยังมีรถสปอร์ตให้ท่านได้เป็นเจ้าของความเอ็กซ์คลูซีฟพร้อมส่งมอบ เพียง 4 คันสุดท้ายในประเทศไทย สำหรับ “LOTUS EMIRA First Edition” ด้วยเครื่องยนต์V6 Supercharged 3.5และเครื่องยนต์2.0 Turbocharged Inline 4 สำหรับ Emira First Edition 4คัน สุดท้ายในเมืองไทย ราคาเริ่มต้นที่ 10,990,000 บาท

ทั้งนี้โลตัสคาร์ขอประกาศราคารถสปอร์ตLOTUS EMIRA MY25 พร้อมเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์สปอร์ตที่สะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ได้อย่างดี นำโดยรุ่น
- “Emira Turbo SE” ถือเป็นอีกรุ่นเรือธงแห่งรถสปอร์ตที่มุ่งเน้นการแสดงสมรรถนะสปอร์ตเร้าใจและการควบคุมรถที่เหนือระดับ ในราคาเริ่มต้นที่ 12,900,000 บาท
- “Emira Turbo” เข้ามามีบทบาทการขับขี่ที่สนุกยิ่งขึ้นและมุ่งเน้นให้ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ในราคาเริ่มต้นที่ 11,900,000 บาท
พบกับข้อเสนอพิเศษครั้งแรกในจำนวนจำกัดสำหรับผู้จองLotus Pre-Configurationและส่งมอบภายในปี2024
- เมื่อจองLotus Eletre (Hyper-SUV) Pre-Configuration รับทันที Free Option มูลค่า400,000 บาท
- ลูกค้าที่จองLotus Emeya (Hyper-GT) Pre-Configuration:รับทันที Free Option มูลค่า250,000บาท


และพบกับสิทธิพิเศษเฉพาะผู้จองรถในงานMotor Expo 2024เท่านั้น!
- รับสิทธิพิเศษพักฟรีที่ TE MATA Glamping Khaoyai มูลค่า 17,000 บาท ให้คุณได้สัมผัสการพักผ่อนระดับห้าดาวท่ามกลางธรรมชาติแบบหรูหราในบรรยากาศส่วนตัวที่ห้องพักรูปแบบ Te Mata Lakeside จำนวน 1 คืน (4 ท่าน) สามารถใช้ได้ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2567 ถึง 30 มิถุนายน 2568

โอกาสพิเศษนี้มีเพียงครั้งเดียว! เตรียมมาสัมผัสประสบการณ์ขับขี่อันทรงพลังครั้งยิ่งใหญ่กับ LOTUS CARS พร้อมดีลรถ Pre-Configuration สุดเอ็กซ์คลูซีฟจำนวนจำกัด ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่41” หรือ “Motor Expo 2024” ตั้งแต่วันที่29พฤศจิกายน– 10ธันวาคม2567 ณบูธB02อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์1อิมแพ็คเมืองทองธานี
ข่าวประชาสัมพันธ์จาก Lotus Cars Thailand
แสดงความคิดเห็น
Leapmotor Lafa 5 สเปคจีน วิ่งไกล 605 กม. มอเตอร์ไฟฟ้า 160 kW
โดย Nuttanon P.25 วันที่แล้ว995ดู
Leapmotor Lafa 5 สเปคจีน วิ่งไกล 605 กม. มอเตอร์ไฟฟ้า 160 kW
Leapmotor Lafa 5 หรือ B05 ได้ยื่นขอใบอนุญาตจำหน่ายในจีน MIIT พร้อมเผยสเปคหลักอย่างเป็นทางการ คันนี้เป็นรถแฮทช์แบ็กไฟฟ้าที่มาพร้อมตัวถังยาว 4,430 มม. ใช้มอเตอร์เดี่ยวไฟฟ้ากำลัง 160 kW มีระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 605 กม. จะเปิดตัวครั้งแรกในงาน IAA Mobility 2025 ที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี พร้อมเจาะตลาดทั่วโลก

Leapmotor และความเคลื่อนไหวล่าสุด
Leapmotor เป็นผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่จากจีนที่ Stellantis เข้าซื้อหุ้นบางส่วนเมื่อปีที่ผ่านมา ปัจจุบันแบรนด์มีรถทั้งหมด 7 รุ่น แบรนด์ทำยอดขายในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2025 รวมทั้งสิ้น 328,859 คัน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา Leapmotor ได้เปิดตัวรุ่นใหม่สำหรับตลาดโลก ซึ่ Lafa 5 แฮทช์แบ็กคันนี้ และต่อมาในวันที่ 10 กันยายน สเปคหลักได้ถูกเปิดเผยโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องของจีนในกระบวนการขอรับรองมาตรฐาน
รายละเอียดของ Leapmotor Lafa 5
Lafa 5 มาพร้อมการออกแบบที่ยังคงกลิ่นอายของแบรนด์ ไฟหน้าแบบพาดเชื่อมด้วยเส้นไฟ LED กระโปรงหน้ามีเส้นสายลาดเอียง มือจับประตูแบบซ่อน และเส้นสายตัวถังต่ำที่ช่วยลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ

ขนาดตัวถังอยู่ที่ ยาว 4,430 x กว้าง 1,880 x สูง 1,520 มม. ระยะฐานล้อ 2,735 มม. มุมไต่ทางชัน และมุมจากอยู่ที่ 14 และ 22 องศาตามลำดับ
ล้อขนาด 19 นิ้ว มีตัวเลือกเซ็นเซอร์ LiDAR บนหลังคา น้ำหนักตัวรถเปล่าอยู่ระหว่าง 1,665 – 1,715 กก. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย มอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้เป็นรุ่น TZ180XY005 ผลิตโดย Lingsheng Power Technology บริษัทในเครือของ Leapmotor ให้กำลังสูงสุด 160 kW (215 แรงม้า) และกำลังต่อเนื่อง 70 kW (94 แรงม้า)
แม้จะยังไม่มีข้อมูลความจุแบตเตอรี่ที่แน่ชัด แต่ Leapmotor เคยยืนยันแล้วว่า Lafa 5 จะมีให้เลือก 2 ระยะทางวิ่ง รุ่นเริ่มต้นใช้แบตเตอรี่ LFP วิ่งได้ 515 กม. ส่วนรุ่นท็อปมาพร้อมแบตเตอรี่ LFP เช่นกัน ความจุ 67.1 kWh ทำระยะทางวิ่งสูงสุดได้ 605 กม. ความเร็วสูงสุดของรถรุ่นนี้อยู่ที่ 170 กม./ชม.

ดูภาพเพิ่มเติม ข้อมูลการออกแบบ รุ่น Ultra ของ Leapmotor Lafa 5 ได้บทความนี้
ที่มา : ww3wk
GWM เปิดตัว Ora 5 ในจีน รถยนต์ Compact SUV ดีไซน์ใหม่ พร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่
โดย Sakura P.10 วันที่แล้ว121ดู
Ora แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของ Great Wall Motor (GWM) ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ Ora 5 ในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ โดยวางตำแหน่งเป็นรถยนต์ SUV ไฟฟ้าล้วนขนาดเล็ก (Compact All-Electric SUV) รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ SUV ที่ผลิตจำนวนมากรุ่นแรกของแบรนด์ และได้นำเสนอทิศทางการออกแบบใหม่ พร้อมด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัย
GWM เปิดตัว Ora 5 ในจีน รถยนต์ Compact SUV ดีไซน์ใหม่ พร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่
ดีไซน์ภายนอกและขนาดตัวถัง
Ora 5 ยังคงสไตล์ที่คุ้นเคยของตระกูล “น้องแมว” ของ Ora ด้วยการใช้ กระจังหน้าแบบปิด พร้อมไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ แต่มีเหลี่ยมมุมด้านหน้าที่คมชัดกว่าเมื่อเทียบกับรุ่น Ora Good Cat สำหรับกันชนหน้ามีการติดตั้งช่องระบายอากาศและช่องดักอากาศด้านข้างที่ใหญ่ขึ้น

รุ่นนี้จะมีสีภายนอกให้เลือก 6 สี โดยแต่ละสีได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่สำคัญทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ สีเขียว Aurora Green, สีเทา Senna Grey, สีฟ้า Lake Sayram Blue, สีขาว Cliff White, สีเบจ Sand Dune Beige และสีแดง Linzhi Red

ในแง่ของขนาดตัวถัง Ora 5 มีความยาว 4,471 มม. ความกว้าง 1,833 มม. (หรือ 1,844 มม.) และความสูง 1,641 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,720 มม. ซึ่งมิติต่าง ๆ เหล่านี้มี ขนาดใหญ่กว่ารุ่น Good Cat ตัวรถมาพร้อมล้อแบบทูโทนกึ่งปิดขนาด 18 นิ้ว และยางยี่ห้อ PRINX ขนาด 225/60 R18

ในส่วนท้ายรถมีการออกแบบที่เรียบง่าย โดดเด่นด้วยชุดไฟท้ายแนวนอน สปอยเลอร์ และป้ายชื่อที่แสดงคำว่า GWM, ORA 5 และ Great Wall Motor

เทคโนโลยีช่วยขับขี่และภายในห้องโดยสาร
รถรุ่นนี้ติดตั้ง Lidar ไว้บนหลังคา ซึ่งทำงานร่วมกับกล้องหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ทำให้สามารถใช้งานคุณสมบัติการช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงได้ คาดว่าจะใช้ระบบ Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชันที่ 3 ของ GWM ซึ่งรองรับฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น ระบบนำทางบนทางด่วน (Highway NOA) และระบบนำทางอัตโนมัติในเมือง (Urban NOA)


ภายในห้องโดยสาร Ora 5 มีการออกแบบใหม่ โดยมีแผงผ้าขนาดใหญ่บนแผงหน้าปัดและประตู มีสีภายในให้เลือก 3 แบบ คือ สีขาว Dawn White, สีน้ำตาล Noon Brown และสีเทา Midnight Grey

ตัวรถติดตั้งจอแสดงผลแบบ Full LCD สำหรับผู้ขับขี่ และจอส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ใช้ระบบ Coffee OS เจเนอเรชันที่ 3 พร้อมการเข้าถึง Coffee GPT ที่ผสานรวมกับ DeepSeek

อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้แก่ พวงมาลัย 2 ก้านแบบท้ายตัด, คันเกียร์แบบติดตั้งที่คอพวงมาลัย, แผงชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, ที่วางแก้ว, และช่องเก็บของหลายจุด


นอกจากนี้ยังมีหลังคากระจกพาโนรามาขนาด 1.65 ตารางเมตร, ระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร 64 สี, และเบาะหลังพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ

ขุมพลังและแบตเตอรี่
Ora 5 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 150 kW และใช้แบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) ที่ผลิตโดย SVOLT
แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลความจุแบตเตอรี่และระยะทางการขับขี่อย่างเป็นทางการ เทียบรถยนต์รุ่น Ora Lightning Cat ที่ใช้มอเตอร์คล้ายกัน มีตัวเลือกแบตเตอรี่ 63.87 kWh และ 83.49 kWh มีระยะทางวิ่งที่ 555 กม. และ 705 กม. ตามมาตรฐาน CLTC

ในฐานะที่เป็นรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดในรอบหลายปีและเป็นรถ SUV รุ่นแรกของ Ora คาดว่า Ora 5 จะเข้ามาแข่งขันในตลาด SUV ไฟฟ้าขนาดเล็กที่กำลังเติบโตของจีน คู่แข่งสำคัญได้แก่ BYD Yuan Plus (ATTO 3) มีราคาตั้งแต่ 115,800 ถึง 147,800 หยวน หรือประมาณ 579,000 – 739,000 บาท และ Geely Galaxy E5 มีราคาตั้งแต่ 107,800 ถึง 179,800 หยวน หรือประมาณ 539,000 – 899,000 บาท
คาดว่าราคาอย่างเป็นทางการของ Ora 5 จะประกาศในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ที่มา carnewschina
![[ครบชุด] T0610019 กงส กงกรรม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-201.png)
![[ครบชุด] T0610017 คนเป นหน ไม ากล วเท าคนใช เง นไม เป Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-202.png)