Rimac Nevera ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าตัวแรงสัญชาติโครเอเชีย ตอนนี้มันถูกยกระดับขึ้นไปอีกด้วยรุ่นใหม่ Nevera R
Nevera R มีการอัพเดตหน้าตาให้ดูล้ำยุคทันสมัยขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในด้านอากาศพลศาสตร์ ปีกหลังขนาดใหญ่แบบยึดตายตัว พร้อมดีไซน์ท้ายรถใต้ปีกให้มีช่องอากาศไหลผ่าน ทำงานร่วมกับดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มแรงกดได้ 15% และเพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ได้ 10% ล้อเป็นลายใหม่ให้มาด้านหน้า 20 นิ้ว หลัง 21 นิ้ว คู่ยาง Michelin Cup 2 ใหม่ ช่วยลดอาการท้ายปัดได้ 10% เพิ่มการยึดเกาะด้านข้างได้ 5% และเวลาต่อรอบในสนาม Nardo Handling Track ลดลง 3.8 วินาที เบรกรุ่นใหม่ EVO2 แบบคาร์บอนเซรามิกพร้อมชั้นเมทริกซ์ซิลิโคนเพิ่มประสิทธิภาพการเบรก ระบายความร้อน และทนทานยิ่งขึ้น
Nevera R ใช้ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แยกทำงานอิสระในแต่ละล้อ ให้กำลังสูงสุด 2,107 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 1.81 วินาที ,0-200 กม./ชม. ใน 4.38 วินาที, กม./ชม. 0-300 กม./ชม. ใน 8.66 วินาที กับท๊อปสปีด 412 กม./ชม. ชุดแบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่ขนาด 108 กิโลวัตต์ชั่วโมง
Nevera R จะถูกผลิตเพียง 40 คันทั่วโลก เท่านั้น ราคายังไม่ได้ประกาศออกมา
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Rimac Automobili

























Chevrolet Corvette ZR1 ปี 2025 พลัง 1,064 แรงม้า พร้อมท้าชน Bugatti

ผู้เขียน : Deener
Chevrolet ได้เปิดตัว Corvette ZR1 รุ่นปี 2025 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติวงการรถสปอร์ตอีกครั้ง ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 5.5 ลิตร แบบ flat-plane crank ที่ผลิตกำลังสูงถึง 1,064 แรงม้า และแรงบิด 828 ปอนด์-ฟุต ส่งกำลังไปยังล้อหลัง ทำให้ ZR1 มีพลังมากกว่า Bugatti Veyron ที่เคยสร้างความฮือฮาเมื่อ 20 ปีก่อน
เครื่องยนต์และสมรรถนะที่น่าทึ่ง

เครื่องยนต์รหัส LT7 นี้พัฒนาต่อยอดมาจาก LT6 ใน Corvette Z06 แต่ได้รับการปรับปรุงอย่างมากเพื่อรองรับเทอร์โบชาร์จเจอร์และสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น รวมถึงห้องเผาไหม้ขนาดใหญ่ขึ้น, ฝาสูบใหม่, การปรับจังหวะวาล์ว, ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงทุติยภูมิ และเทคนิค anti-lag
ระบบส่งกำลังเกียร์คลัทช์คู่ 8 จังหวะได้รับการปรับปรุงด้วยเฟืองที่กว้างขึ้น, เพลาที่แข็งแรงขึ้น และระบบหล่อลื่นที่ดีขึ้น เพื่อรองรับแรงบิดมหาศาล
ZR1 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 215 ไมล์ต่อชั่วโมง (346 กม./ชม.) โดยไม่มีการจำกัดความเร็วทางอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถวิ่งระยะทาง 1/4 ไมล์ได้ภายในเวลาต่ำกว่า 9.7 วินาที ด้วยความเร็ว 150 ไมล์ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ในการทดสอบที่สนาม Nürburgring คนขับทดสอบ 4 คนสามารถทำความเร็ว 200 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในการออกรอบแรก
ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 3,670 ปอนด์ (1,665 กก.) สำหรับรุ่นคูเป้ และ 3,758 ปอนด์ (1,705 กก.) สำหรับรุ่นเปิดประทุน มาพร้อมระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกที่มีขนาดจานเบรก 15.7 นิ้วที่ล้อหน้า และ 15.4 นิ้วที่ล้อหลัง ช่วยให้รถสามารถเร่งจาก 80-200-80 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 24.5 วินาที
ZR1 กับการออกแบบภายนอก

ด้านการออกแบบ ZR1 มีฝากระโปรงหน้าแบบ flow-through ช่วยระบายความร้อนและเพิ่มแรงกดที่ล้อหน้า มีหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ สปอยเลอร์หลังที่ปรับได้ และล้ออัลลอยหรือคาร์บอนไฟเบอร์ขนาด 20-21 นิ้ว พร้อมยาง Michelin Pilot Sport 4S นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มากมาย รวมถึงสเกิร์ตหน้า, แผงข้าง, ช่องดูดอากาศด้านข้าง และปีกใต้ท้องรถด้านหน้า
ZR1 มีให้เลือกทั้งแบบคูเป้และเปิดประทุน โดยรุ่นคูเป้จะมีกระจกหลังแบบแยกสองส่วนที่คั่นกลางด้วย ‘กระดูกสันหลัง’ คาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งมีช่องระบายอากาศเพื่อช่วยระบายความร้อนจากห้องเครื่อง
ชุดแต่งเสริม ZTK Performance

นอกจากนี้ยังมีของแต่งเสริม ZTK Performance ที่เพิ่มสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่, แผ่นปีกหน้า, Gurney lip บนฝากระโปรง, สปริงที่แข็งขึ้น, โช้คอัพที่ปรับแต่งใหม่ และยาง Michelin Pilot Sport Cup 2R สำหรับการใช้งานในสนามแข่ง
ภายในห้องโดยสารยังคงคล้ายกับ Corvette C8 รุ่นอื่นๆ แต่มีโลโก้ ZR1 บนพวงมาลัย, แผ่นบันได และแผ่นป้ายภายใน พร้อมเกจวัดบูสต์และการเย็บตกแต่งแผงประตูที่เป็นเอกลักษณ์ในรุ่น 3LZ
ราคาและการผลิต
Chevrolet จะเริ่มผลิต ZR1 ในปีหน้าที่โรงงานในเมืองโบว์ลิงกรีน รัฐเคนทักกี้ โดยจะวางตำแหน่งเหนือกว่ารุ่น Z06 ที่มีราคาเริ่มต้นที่ $110,100 แม้ยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะสูงกว่ารุ่น Z06 อย่างแน่นอน
Ref. Carscoops

