Jaguar รถหรูสายสปอร์ตที่เทคโนโลยีจัดเต็ม เอาใจคอรถระดับไฮเอนด์
เปิดรุ่นรถ Jaguar ในไทยที่น่าสนใจ
Jaguar เป็นแบรนด์รถยนต์หรูที่คุ้นหูกันเป็นอย่างดี โดยจากัวร์เป็นรถหรูจากประเทศอังกฤษ มีความโดดเด่นในหลายด้าน และได้รับความนิยมในหลายประเทศ ประเทศไทยเองก็มีรถยนต์จาร์กัวร์จำหน่ายหลายรุ่น แต่ก่อนซื้อรถหรู คุณภาพดีแบบนี้ ควรรู้จุดเด่น ราคา และฟังก์ชันต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถเสียก่อน จะได้ตัดสินใจในการซื้อได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
จุดเด่นของรถ Jaguar ที่ทำให้รถน่าซื้อ
รถยนต์ Jaguar เป็นรถยนต์สัญชาติบริติช ก่อตั้งโดย เซอร์ ลีออนส์ วิลเลียม และ เซอร์ วอลมสลีย์ วิลเลียม ซึ่งรถยนต์แบรนด์นี้ได้รับความนิยมมากในช่วงปี. 1950 และในปี 2008 Jaguar ได้ควบรวมกับ Land Rover กลายเป็น Jaguar Land Rover Limited ที่ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียมให้กับแบรนด์ Jaguar และ Land Rover รถยนต์จากัวร์กลายเป็นแบรนด์ระดับแถวหน้าด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และดีไซน์เอกลักษณ์ มีจุดเด่นหลัก ๆ ดังนี้
1.) ดีไซน์ไม่เป็นรองใคร โดยรถจากัวร์จะออกแบบยึดหลักอากาศพลศาสตร์ รูปทรงดีทั้งภายนอกและภายใน
2.) สมรรถนะดี รถจากัวร์หลายรุ่นได้รับการยอมรับว่าสมรรถนะดี ยึดเกาะเยี่ยม และกันสั่นสะเทือนได้
3.) เทคโนโลยีสุดล้ำ ในรถของจากัวร์จะมีเทคโนโลยีหลายอย่าง เช่น ระบบช่วยคนขับ การเชื่อมต่ออัจฉริยะ
4.) ความสะดวกสบาย ภายในรถจากัวร์จะเน้นความสบายของคนขับและผู้โดยสารเป็นอย่างมาก
5.) ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและคลาสสิคให้กับรถจากัวร์
6.) รถยนต์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถซีดาน รถสปอร์ต และรถ SUV ก็มีครบ
7.) ปรับแต่งรถยนต์ได้ตามต้องการ โดยจากัวร์มักจะมีตัวเลือกการปรับแต่งรถยนต์ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ
8.) ชื่อเสียงระดับโลก ทำให้ชื่อของจากัวร์ได้รับการยอมรับ และมีรางวัลการันตีระดับโลก
จุดแข็งเหล่านี้ทำให้รถจากัวร์ได้รับความนิยมในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งรถแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปอีก สามารถสอบถามพนักงานก่อนการซื้อเพื่อให้ได้รถจากัวร์ที่ตรงความต้องการมากที่สุด
รู้จักโมเดลรถ Jaguar ในไทย
รถ Jaguar ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยตามข้อมูลของเว็บไซต์ Jaguar Thailand มีหลายรุ่น ซึ่งรถยนต์ของจากัวร์ที่น่าสนใจ ดังนี้
รถ SUV
สำหรับรถจากัวร์ประเภท SUV จะอยู่ในโมเดล Pace มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น F – Pace รุ่น E – Pace และรุ่น I – Pace ซึ่งมีคุณสมบัติหลัก ๆ ดังนี้
1.) รถ Jaguar F – Pace

F – Pace ถือเป็นรถ SUV สายลุยรุ่นแรกของจากัวร์ รุ่นแรกเปิดตัวในไทยในปี 2016 และมีการพัฒนารถ SUV เรื่อยมา การออกแบบจะคล้ายกับรถ Jaguar XF ซึ่งเป็นรถซีดาน แต่มีการเสริมส่วนหลังคาให้มีความเป็นรถ SUV และยกตัวรถให้สูงมากขึ้น ส่วนภายในตกแต่งเรียบง่ายแต่คงความหรูหรา ใช้เบาะหนัง และสีแบบทูโทน โดยสีเบาะจะเป็นอีกสีหนึ่งเพื่อตัดกับคอนโซลสีดำ
Jaguar F – Pace มีทั้งรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า โดยล่าสุด Jaguar ได้เปิดตัวรถยนต์ระบบไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดใหม่ (PHEV) ชื่อรุ่น The New Jaguar
F-Pace R-Dynamic SE P400e ราคาเปิดตัว 4,999,000 บาท พร้อม Jaguar Care นาน 5 ปี รถสามารถทำกำลังได้สูงสุด 404 แรงม้า สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ที่ระยะทาง 65 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
2.) รถ Jaguar E – Pace

รุ่น E – Pace ก็เป็นรถ SUV เช่นกัน มีความต่างกับรุ่น F – Pace ที่ขนาดเล็กกว่า ตอบสนองเร็วต่อแรงบิด ทำให้ขับขี่ได้อย่างคล่องตัว เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ภายนอกของ Jaguar E – Pace จะมีความเรียบหรู ออกแบบสไตล์ Subcompact Luxury SUV ส่วนภายในมีความเรียบหรู สไตล์การตกแต่งคล้ายรถรุ่น F – Pace
3.) รถ Jaguar I – Pace

รถยนต์ Cross Over ที่โดดเด่นในเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) เป็นอย่างมาก โดยรถสามารถวิ่งได้สูงสุดถึง 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง และใช้เวลาในการชาร์จจนเต็มประมาณ 8.5 ชั่วโมง ดีไซน์ภายนอกออกแบบให้เป็นรถครอสโอเวอร์ ทรงคูเป้ ส่วนภายในออกแบบให้มีความสปอร์ตโมเดิล ใช้โทนสีดำเป็นโทนหลัก เบาะหนังคุณภาพดี
Sport Car
รถสปอร์ตคาร์ของจากัวร์มีรุ่นที่วางจำหน่ายในไทยและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็คือรุ่น Jaguar F Type ด้วยดีไซน์ที่สวยทั้งภายนอกและภายใน กับสมรรถนะอันยอดเยี่ยม
รถ Jaguar F – Type

จากัวร์ F Type นี้มาพร้อมพวงมาลัยหนัง เบาะไฟฟ้า 6 ทิศทางสำหรับเบาะหน้า แผงคอนโซลและมาตรวัดดิจิตอลแบบ TFT และเครื่องยนต์ Ingenium สุดแกร่ง ออกแบบให้มีความสวยโดดเด่นสไตล์สปอร์ต กระจังหน้าใหญ่ขึ้นเพิ่มความเคร่งขรึม และไฟหน้า Daytime Running Lights (DRL) ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถจากัวร์
Sedan
รถซีดานเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งจากัวร์ก็ทำออกมาได้ดี มีความหรูหรา กะทัดรัด เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่โดดเด่น และมีสไตล์
รถ Jaguar XF

Jaguar XF เป็นรถซีดานที่เรียบหรู ตัวรถทำมาจากอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก และเพิ่มความแข็งแกร่ง รถรุ่นนี้ได้รับรางวัล Euro NCAP 5 ดาว ห้องโดยสารภายในเน้นโทนสีอ่อน ลวดลายไม้ และอะไหล่สีเงินเพื่อเพิ่มความหรูหราแบบคลาสสิค
รุ่นที่กล่าวมาเป็นเพียงบางส่วนของแบรนด์ Jaguar เท่านั้น รถจากัวร์ราคาจะแตกต่างกันตามประเภทรถ ฟังก์ชัน และความพิเศษอื่น ๆ ราคาของจากัวร์จะอยู่ที่ประมาณ 3,500,000 – 9,000,000 บาทยังคงมีรุ่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น Jaguar XJ เป็นรถลิมูซีนผสมรถสปอร์ต และเป็นรุ่นแรร์ของจากัวร์ ซึ่งเป็นรุ่นที่มีคนตามหา Jaguar มือสองเยอะมาก
รถระดับพรีเมียมมักจะมาพร้อมภาพลักษณ์ที่ดูดี และสมรรถนะที่แข็งแกร่ง นอกจากการซื้อรถระดับไฮเอนด์เป็นของตัวเองแล้ว ผู้ขับขี่ยังสามารถเพิ่มความหรูหราและสมรรถนะให้กับรถได้ผ่านการเลือกยางรถยนต์ที่มีคุณภาพ แนะนำยางรถยนต์ Pirelli ที่มียาง OEM ของ Jaguar อยู่ พร้อมขนาดที่เหมาะกับรถสปอร์ตและรถหรูหลายรุ่น ทั้งรถ Lotus Car รถ Audi และอื่น ๆ เสริมการขับขี่ให้รถได้ นอกจากนั้นร้านยาง Pirelli ใกล้ฉันกระจายอยู่ทั่วประเทศ หาซื้อได้ง่ายอีกด้วย
ภาพจาก Jaguar Thailand
GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic
1148 จำนวนผู้เข้าชม |

“GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic” ยนตรกรรมที่รวมความเป็นที่สุดในทุกด้านของเอสยูวีขนาด Full-size จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ รังสรรค์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยภายใต้คอนเซปต์ “COMMITTED TO GREATNESS” ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบอันทรงพลังสูงสุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ แบบ 6 สูบเรียง ขนาด 2,989 ซีซี 2-stage turbocharger ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) พร้อมแบตเตอรี่แบบ 48V electrical system โดยมอบพละกำลังได้สูงถึง 15 กิโลวัตต์ ทำให้รถยนต์คันนี้มีกำลังแรงม้าสูงสุด 367 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,350 – 2,800 รอบต่อนาที ใช้เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC) สามารถ ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 6.1 วินาที

ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบภายใต้ปรัชญา Sensual Purity ที่ผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งอย่างเต็มพิกัด เริ่มต้นด้วยการตกแต่งแบบ AMG Exterior Bodystyling พร้อมการติดตั้งไฟหน้าอัจฉริยะแบบ MULTIBEAM LED สามารถส่องพื้นถนนข้างหน้ารถได้โดยอัตโนมัติ ทั้งยังมีระดับความเข้มของแสงที่สว่างและเหมาะสมกับทุกสภาพแวดล้อม ผสานการทำงานร่วมกับระบบไฟสูง Adaptive Highbeam Assist Plus มอบความปลอดภัยขณะขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง ช่วงล่างติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 22 นิ้ว พร้อมระบบกันสะเทือนขั้นสูงแบบถุงลม (AIRMATIC) และระบบควบคุมระดับอัตโนมัติ ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ตลอดเส้นทาง ทั้งยังมอบความสะดวกสบายด้วยระบบช่วยปิดประตูแบบ Power closing door ระบบเปิด-ปิด บานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS) หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า และระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO
ภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งแบบ AMG interior package ที่ถอดแบบความลักชัวรี่มาจากรุ่น S-Class ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอเชื่อมต่อกัน พร้อมจอแสดงผลแบบ Head-up display ให้การแสดงผลที่คมชัดในทุกสภาพแสง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa และเบาะหนังที่ติดตั้งระบบนวดแบบ MULTI CONTOUR SEAT ช่วยให้ค้นหาตำแหน่งการนั่งได้อย่างเหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์ ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าขณะเดินทาง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาอย่างครบครัน อาทิ ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย ระบบฟอกอากาศแบบ ENERGIZING AIR CONTROL with ENERGIZING Package แอร์อัตโนมัติ THERMOTRONIC 5 โซน พร้อมระบบปรับสมดุลอากาศแบบ AIR BALANCE package ฯลฯ
ความโดดเด่นอีกด้านหนึ่งของ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic คือการก้าวสู่ยุคใหม่แห่งความบันเทิงระดับไฮเอนด์ โดยการส่งมอบประสบการณ์สุดเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสารด้านหลังโดยเฉพาะ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 11.6 นิ้ว จำนวน 2 จอ หูฟังแบบไร้สาย 2 ชุด และแท็บเล็ตบริเวณเบาะโดยสารตอนหลัง ให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งยังสามารถรับชมภาพยนตร์ความละเอียดสูง และฟังเพลงด้วยระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester® 3D surround sound system ทรงพลังด้วยลำโพงคุณภาพสูง 13 ตัว รอบห้องโดยสารที่มีกำลังขับขนาด 590 วัตต์ และเทคโนโลยี Dolby Atmos® ให้ความรื่นรมย์ราวกับนั่งฟังเพลงในสตูดิโอระดับเฟิร์สคลาส โดยสามารถปรับให้เหมาะสมกับผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังอย่างลงตัว
GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic มีการติดตั้งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยอย่างครบครันตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อาทิ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (Driving Assistance Plus Package) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist) ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Parking with reversing camera) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Transparent bonnet ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นภาพจริงในจุดอับสายตาบริเวณหน้ารถและ ใต้ท้องรถ พร้อมให้ทุกการขับขี่แบบ Off-Road ไปสู่จุดหมายอย่างสะดวกและปลอดภัยขั้นสุด












