อพอลโล อินเทนซ่า อีโมซิโอเน่
Apollo Intensa Emozioneหรือที่เรียกอีกอย่างว่าApollo IEเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์กลาง ที่ผลิตโดยApollo Automobil GmbH ผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติเยอรมัน โดยร่วมมือกับManifattura Automobili Torinoซึ่งได้รับการออกแบบโดย Jowyn Wong หัวหน้าฝ่ายออกแบบ[2] Intensa Emozione แปลว่า “อารมณ์รุนแรง” ในภาษา อิตาลี
ad
Intensa Emozione เป็นยานพาหนะคันแรกที่ผลิตโดย Apollo นับตั้งแต่Gumpert Apolloเริ่มผลิตเมื่อ 14 ปีที่แล้ว Apollo เปิดตัววิดีโอทีเซอร์ของ Intensa Emozione เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2017 [3]และรถได้รับการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2017 ในเดือนมิถุนายน 2018 Apollo เปิดเผยว่าบริษัทจะร่วมมือกับHWA AGซึ่งเป็น ทีม ปรับแต่งและแข่งรถที่แยกตัวออกมาจากผู้ปรับแต่งMercedes-Benz AMGเพื่อทำให้ขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาสำหรับรถยนต์เสร็จสมบูรณ์[4] [5] [6] Intensa Emozione มีราคา 2,670,000 เหรียญสหรัฐในสหรัฐอเมริกาและ 2,300,000 ยูโรในยุโรป ผลิตเพียง 10 คันเท่านั้น ซึ่งรายงานว่าขายไปหมดแล้ว[7] [8]
ข้อมูลรถยนต์
ข้อมูลจำเพาะและประสิทธิภาพ
Intensa Emozione ใช้ เครื่องยนต์ F140 V12ขนาด 6.3 ลิตรแบบดูดอากาศเข้าตามธรรมชาติ จาก Ferrariที่พัฒนาโดย Autotecnica Motori และHWA AGเครื่องยนต์มีกำลังประมาณ 791 PS (582 kW; 780 แรงม้า) ที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิดประมาณ 760 N⋅m (561 lb⋅ft) ที่ 6,000 รอบต่อนาที และมีรายงานว่ามีเส้นสีแดงที่ 9,000 รอบต่อนาที[9]กำลังทั้งหมดจะถูกส่งไปยังล้อหลังผ่านเกียร์ธรรมดาแบบซีเควนเชียล 6 สปีด ของ Hewland [7]น้ำหนักอยู่ที่ 1,250 กก. (2,755 ปอนด์) [10]
ระบบกันสะเทือนผลิตโดยBilsteinและปรับได้ 3 ทิศทาง (Comfort, Sport, Auto) Intensa Emozione ใช้เบรกคาร์บอนเซรามิกBrembo ขนาด 380 x 34 มม. ที่ด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมด้วยคาลิปเปอร์ 6 ลูกสูบที่ด้านหน้าและคาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบที่ด้านหลัง [11] มิชลินจัดหา Sport Cup 2 ยางสมรรถนะสูงสำหรับรถยนต์เพื่อให้มีประสิทธิภาพและการยึดเกาะสูงสุด Pankl Racing Systems เป็นซัพพลายเออร์สำหรับเฟืองท้าย[9]
Intensa Emozione สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 97 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) ได้ในเวลา 2.7 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ที่ 335 กม./ชม. (208 ไมล์/ชม.) โดยรถรุ่นนี้สร้างแรงกดสูงสุด 1,350 กก. (2,976 ปอนด์) ที่ความเร็ว 299 กม./ชม. (186 ไมล์/ชม.) [2] [12]
โครงสร้างตัวถัง
Intensa Emozione ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์เกือบ ทั้งหมด [13]แต่ยังมีเหล็กกล้า แรงสูง อะลูมิเนียมและชิ้นส่วนไททาเนียมด้วย[14]ห้องเครื่องไม่ได้ถูกปิดไว้ ทำให้ช่องรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด[14]ตัวถังทั้งหมดมีน้ำหนักเพียง 105 กก. (231 ปอนด์)
การผลิต
การผลิต Intensa Emozione เริ่มต้นในเดือนเมษายน 2019 และส่งมอบในไตรมาสที่สามของปี 2019 โครงรถโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์ของรถผลิตโดย Capricorn Group และการปรับแต่งโครงรถพร้อมกับการประกอบขั้นสุดท้ายดำเนินการโดยHWA AGรถประกอบและสร้างเสร็จในAffalterbachประเทศเยอรมนี ซึ่ง HWA ใช้ผลิตรถแข่ง[15]
ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ของ Intensa Emozione ถูกเปลี่ยนสีสองครั้งและปัจจุบันเป็นสีดำ Apollo IE รุ่นที่สองถูกส่งมอบในเดือนพฤศจิกายน 2019 ซึ่งเรียกอีกอย่างว่ารุ่น “ML” (อักษรย่อของ Michael Loke เจ้าของชาวมาเลเซีย) เนื่องจากมีรูปแบบสีที่โดดเด่นมาก[16] Apollo IE ผลิตขึ้นเพียง 10 คันเท่านั้น โดยมีรายงานว่าขายไปหมดแล้ว[7]
อ้างอิง
- ^ abcd Hansen Lukmam (2019-12-18). “Apollo IE, specifications”. Drivetribe. เก็บถาวรจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-01-14 . สืบค้นเมื่อ2017-12-20 .
- ^ ab “พบกับทีมงานเบื้องหลัง Apollo Intensa Emozione ที่แสนสนุก”. Road & Track . 2017-10-26 . สืบค้นเมื่อ2017-10-28 .
- ^ “Apollo IE Hypercar Teased Ahead Of Official Debut – NDTV CarAndBike”. CarAndBike . สืบค้นเมื่อ2017-10-28 .
- ^ “Apollo ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตเพื่อผลิตไฮเปอร์คาร์ IE ที่มีพละกำลัง 769 แรงม้า” CarBuzz . สืบค้นเมื่อ2018-06-15 .
- ^ “Apollo Automobil ร่วมมือกับ Mercedes-Benz CLK GTR Creator HWA เพื่อสร้าง IE Hypercar ให้สำเร็จ” The Drive . สืบค้นเมื่อ2018-06-12 .
- ^ “Apollo IE”. Apollo . สืบค้นเมื่อ2017-10-28 .
- ^ abc “Apollo IE คือแนวคิดใหม่ของรถซุปเปอร์คาร์รุ่นเก่า” Roadshow . สืบค้นเมื่อ2017-10-28 .
- ^ Klein, Jonathon (27 มีนาคม 2018). “เหตุใด Apollo Intensa Emozione จึงอาจเป็นทางรอดของ Supercar” Robb Report สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม2024
- ↑ ab “Apollo Automobili เผย Intensa Emozione ในอิตาลี – Motor Trend” เทรนด์มอเตอร์ . 25-10-2560 . สืบค้นเมื่อ 28-10-2017 .
- ↑ Motor1 UK (26-10-2560), Apollo Intensa Emozione “IE” – Batmobile ใหม่? , ดึงข้อมูลเมื่อ 28-10-2017
{{citation}}: CS1 maint: ชื่อตัวเลข: รายชื่อผู้เขียน ( ลิงค์ ) - ^ “Apollo IE Hypercar มูลค่า 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เปิดตัวแล้ว – NDTV CarAndBike”. CarAndBike . สืบค้นเมื่อ2017-10-28 .
- ^ “Apollo IE คืออาวุธ V12 มหัศจรรย์”. Road & Track . 2017-10-25 . สืบค้นเมื่อ2017-10-28 .
- ^ “Apollo reveals carbon fiber chassis of IE supercar”. Motor Authority . สืบค้นเมื่อ2017-10-28 .
- ^ ข [ จำเป็นต้องมีการอ้างอิง ]
- ^ apollo-automobil.com, ed. (16 เมษายน 2019). “Apollo Automobil ประกาศข้อตกลงการผลิตกับ HWA AG และอัปเดตเกี่ยวกับเวอร์ชันการผลิตของ Apollo IE” สืบค้นเมื่อ29 พฤศจิกายน 2019
- ^ news.sportauto.fr, ed. (14 พฤศจิกายน 2019). “Apollo IE (2019): premières livraisons”. เก็บถาวรจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 กันยายน 2020 . สืบค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2019 .
ลิงค์ภายนอก
ดึงข้อมูลจาก “https://en.wikipedia.org/w/index.php?title=Apollo_Intensa_Emozione&oldid=1248403781”
Boxy Car รถกล่องกระแสดี ใครก็อยากครอบครอง
4 Oct 2025

Highlight
“รถกล่อง” หรือ Boxy Car เป็นสไตล์การออกแบบที่ยังคงมีเสน่ห์ในทุกยุคสมัย ด้วยรูปทรงเหลี่ยมอย่างชัดเจน การออกแบบมีอิทธิพลอย่างมากโดยเฉพาะกระแสรถยนต์เอสยูวีที่กำลังมาแรง ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าถูกใจทั้งสายลุย และสายหรู
แม้กระแสรถยนต์ในยุคปัจจุบันจะเน้นไปที่เส้นสายโค้งมน และลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ แต่รูปลักษณ์เหลี่ยมๆ ของรถทรงกล่องที่เรียกกัน “Boxy Design” กลับมีเอกลักษณ์ชัดเจนจนแฟนๆ ทั้งชาย และหญิงชื่นชอบ เพราะมันแสดงถึงความบึกบึน แข็งแรง และยังมอบพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวางกว่าในขนาดตัวถังที่ใกล้เคียงกัน



จุดเริ่มต้นจาก “รถทหาร”
รถทรง Boxy ถูกนำมาสร้างเป็นรถครอบครัวใช้งานในเมืองยุคปัจจุบันที่เน้นความกว้าง และการออกแบบที่อรรถประโยชน์เต็มขั้น แต่ในอดีตจัดเป็นรถที่ถูกใช้ในกองทัพ เช่น รถ Jeep Willys ในแถบยุโรปช่วง 1950s ส่วนฟากฝั่งเอเชีย ประเทศแผ่นดินใหญ่อย่างจีน ก็มีรถยนต์อเนกประสงค์ทางการทหาร BJ212 ที่สร้างมาเพื่อการขนของ และตรวจการโดยเฉพาะ ส่วนญี่ปุ่นเองก็เรียกรถเหลี่ยมเหล่านี้เป็นรถยนต์ K-Car หรือที่เรียกกันว่ารถยนต์ขนาดเล็ก เป็นแนวคิดที่แพร่หลายในญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งหลายยุคหลายสมัยรถยนต์ได้ถูกสร้างให้มีรูปทรงโค้งมนยิ่งขึ้น และรถกล่องเหล่านี้ก็หายไปจากตลาด



จนกระทั่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รถกล่องทรง Boxy ก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งจากการมาของเทรนด์เอสยูวีทั่วโลก เช่น Mercedes-Benz G Class เป็นมาตรฐานสำคัญที่โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ของจีน เริ่มเน้นทำรถสไตล์นี้เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าเน้นสายลุยโดยตรง และมีรถยนต์ไฟฟ้าจากการออกแบบที่เน้นความกว้างขวางของห้องโดยสาร ความน่ารัก หรือความทันสมัย ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน และหลายรุ่นที่มาทำตลาดเป็นรุ่นรถที่โด่งดังทั้งสิ้น



โดดเด่นบนท้องถนน เหมาะกับทุกสถานการณ์
ในยุคที่รถยนต์ดีไซจ์นโค้งมนดูเหมือนจะกลืนกันไปหมด Boxy SUV กลายเป็นจุดเด่นที่เบียดแย่งสายตาได้ทันที เส้นสายที่หนักแน่น เหลี่ยมมุมให้ความรู้สึกแข็งแรง และโดดเด่น ทั้งเรื่องของประโยชน์ “ภายใน” ที่เกินคาด ทรงกล่องช่วยให้ใช้พื้นที่ภายในได้อย่างคุ้มค่า ทั้งในแง่ความสูงภายใน ความกว้าง และความจุเก็บของ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางหรือใช้ชีวิตที่ต้องอาศัยพื้นที่ในรถ และความเชื่อมโยงกับอดีต และความทรงจำ แน่นอนใครก็อยากได้รถที่ดีไซจ์นแบบเหลี่ยมๆ กลิ่นอายของรถออฟโรด และ SUV ในอดีต การพลิกกลับมาของ Boxy จึงให้ความรู้สึกวินเทจ และมีเอกลักษณ์ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับจิตนาการอดีตได้ดี
รวมรถทรงกล่องแต่ละรุ่นที่มีขายในไทย

- Chery V23
กล่องไฟฟ้าน้องใหม่กระแสแรง สไตล์ล้ำสายลุย วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 430 กม./ การชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)

- GWM Tank 300
สายลุยสุดหล่อ มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ 2.4 ดีเซล และ 2.0 ไฮบริด พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 9 โหมด

- Hummer EV
เอสยูวียักษ์ใหญ่กลับมาอีกครั้ง มาพร้อมเวอร์ชันไฟฟ้าล้วน 100% แต่ยังมอบความโดดเด่นทรงกล่องอันเป็นเอกลักษณ์ว่านี่ตัวลุยจากอเมริกันแท้

- Honda N Box
รถจิ๋ว K-Car ฟังก์ชันครบ จุดเด่นที่การออกแบบทรงกล่องพร้อมประตูสไลด์ เข้า-ออก สะดวกสบาย ขับในเมืองหรือแคมป์ก็ทำได้

- Hyundai Santa FE
เอสยูวีแดนโสม พลิกงานออกแบบใหม่หมด ผสานตัว H อย่างลงตัว เน้นพื้นที่ภายในห้องโดยสารแบบ Living room-like

- Jaecoo 6 EV
เอสยูวีไฟฟ้าล้วน มาพร้อมไฮไลท์ดีไซจ์นตรงตัวแบบ E-Cube กับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ iWD ไปได้ทุกสภาพถนน วิ่งระยะไกลสุด 418 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)

- Jeep Wrangler
ต้นกำเนิดสายลุยตัวจริง ทรงร่วมสมัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมจุดเด่นขับเคลื่อนสี่ล้อลุยได้ทุกสถานการณ์

- Kia Soul EV
รถสุดแปลกเส้นสายสะดุดตา คงเอกลักษณ์ทรงกล่อง โลดแล่นด้วยระบบไฟฟ้าล้วนกับระยะทางวิ่ง 452 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง (WLTP)

- Land Rover Defender
เอสยูวีสายลุยพัฒนามาเป็นพรีเมียม เพิ่มมิติให้ดูโมเดิร์นขึ้นพร้อมความอเนกประสงค์มีทั้งรุ่น 3 ประตู และ 5 ประตู พร้อมพละกำลังมหาศาล

- Mercedes-Benz G Class
รถทรงกล่องที่โด่งดังที่สุดในโลกต้องยกให้รุ่นนี้ ดีไซจ์นเหนือกาลเวลาและสมรรถนะการขับขี่ให้เลือกตามใจทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน ลุยก็ไม่เกี่ยง หรูก็โดดเด่น

- Nissan Cube
น้องเล็กผู้บุกเบิกรถทรงกล่องในเมืองไทย พื้นที่ภายในกว้างขวางอเนกประสงค์ ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม

- Suzuki Jimny
สายลุยรุ่นจิ๋วแต่ศักยภาพไม่จิ๋ว มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ซ่อมดูแลง่ายสไตล์รถญี่ปุ่น

- Toyota BB
รถทรงสุดล้ำสไตล์กล่องดนตรี Music Box ที่มาพร้อมจุดเด่น อรรถประโยชน์ห้องโดยสารกว้างขวาง เครื่องเสียงสร้างบรรยกาศดีเยี่ยม เน้นขับประหยัดน้ำมันในเมือง

- Toyota Land Cruiser
ราชาแห่งเอสยูวีที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ต้นกำเนิดจากรถยุคสงครามโลก พัฒนามาเป็นรถอเนกประสงค์สไตล์ล้ำยุคแต่ยังคงเอกลักษณ์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ ‘ดั้งเดิม‘

- Wuling Air EV
ไฟฟ้ากล่องเล็กน่ารัก 3 ประตู เน้นขับในเมือง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 300 กม./ การชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)


เรียกได้ว่ารถยนต์ Boxy Car แทบจะตอบการใช้งานที่จริงจัง และความปลอดภัยได้ครบถ้วน เพราะก่อนจะพัฒนามาเป็นแฟชันดีไซจ์น และในปัจจุบันกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทั้งสายลุย และสายแฟชันต่างชื่นชอบ รถเหลี่ยมจึงไม่ใช่แค่ “กล่องเคลื่อนที่” แต่คือ สัญลักษณ์ของยุคสมัย และรสนิยม
Station Wagon รถพ่อบ้านเหนือกาลเวลา
Long Wheelbase รถช่วงล้อยาว เอาใจคนติดหรู
![[ครบชุด] T0810046 แค ผมร กแม นผ ดตรงไหน](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-285.png)
![[ครบชุด] T0810039 ความจร เร องของแม](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-287.png)