Singer DLS-Turbo Project นี่อาจจะเป็น 911 ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา! ในจำนวนการผลิตเพียง 99 คัน
Singer (ซิงเกอร์) ในที่นี่ไม่ได้หมายถึงนักร้อง หรือจักรเย็บผ้า หรือบริษัทปล่อยเงินกู้แต่ประการใด แต่นี่คือ Singer DLS-Turbo Project ผลงานชิ้นล่าสุดของ Singer ซึ่งเป็นการผสมผสานสิ่งที่ Rob Dickinson และทีมงานของเขาได้เรียนรู้จากโปรเจกต์ Dynamic and Lightweight Study และ Turbo Study กับความรักอันยิ่งใหญ่ของรถแข่ง 934/5 สุดคลาสสิกที่ครองใจคนชอบรถแข่งในสหรัฐอเมริกาปลายยุค 1970 ในชื่อว่า DLS-Turbo


เช่นเดียวกับรถยนต์ทุกคันของ Singer ที่ใช้พื้นฐานมาจาก Porsche 911 รหัสตัวถัง 964 จากต้นทศวรรษ 1990 และอย่างคันสีส้มในภาพคือเน้นการใช้งานในสนามแข่ง ขณะที่คันสีทองจะเป็นเวอร์ชั่นใช้งานบนท้องถนน

ทั้ง 2 รุ่น มีโป่งล้อคาร์บอนไฟเบอร์ขนาดใหญ่ ส่วนด้านหลังเป็นช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่ พร้อมหน้าต่างด้านหลังที่ติดตั้งช่องดักอากาศที่ป้อนอากาศให้เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 3.8 ลิตร Twin Turbo ส่วนรุ่นในงานบนท้องถนนจะมาพร้อมสปอยเลอร์ทรงหางเป็ดสไตล์ Retro

และในรุ่น Track จะใช้สปลิตเตอร์หน้าขนาดใหญ่ สปอยเลอร์หลังแบบ 2 ชั้น ขนาดใหญ่ และยังมาพร้อมล้อหน้าขนาด 19 นิ้วและล้อหลังขนาด 20 นิ้ว 2 แบบ ที่มีตัวยึดแบบ Center-Lock พร้อมยาง Michelin Cup 2s หรือ Cup2R ที่ล้อหลังกว้างถึง 345 มม.

ห้องโดยสารภายในมาในแบบย้อนยุคก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยเบาะนั่งแบบสปอร์ตที่บุนวมอย่างแน่นหนาและมาตรวัดในสไตล์ย้อนยุค

สำหรับขุมพลังเป็นแบบเครื่องยนต์ 6 สูบ สไตล์อนุรักษ์นิยมขนาด 3.8 ลิตร Twin Turbo ให้กำลังสูงสุดมากกว่า 710 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด บนระบบขับเคลื่อนล้อหลังเท่านั้น


สำหรับ Singer DLS-Turbo จะผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 99 คันเท่านั้น! ในราคาที่ยังไม่เปิดเผยแต่ประการใด
แหล่งที่มาจาก
– Carscoops
Pininfarina Battista Edizione Nino Farina รุ่นพิเศษ จำกัดแค่ 5 คัน
4 Aug 2023






ข่าวจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ไฮเพอร์คาร์ Pininfarina Battista เปิดตัวครั้งแรกในปี 2562 ใช้ระบบขับเคลื่อนพลังไฟฟ้าจาก Rimac ครอบทับบอดี Pininfarina เปิดตัวรุ่นสุดท้ายเมื่อปี 2565 และปีนี้ Automobili Pininfarina เปิดตัวรุ่นพิเศษ เพื่อรำลึกถึง Pininfarina ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันรถ F1 ด้วย Pininfarina Battista Edizione Nino Farina เพื่อรำลึกถึง Nino Farina หรือ Emilio Giuseppe Farina ที่เรียกติดปากว่า Giuseppe Antonio “Nino Farina” คือ แรงบันดาลใจของรถรุ่นนี้ เขาเป็นผู้คว้าตำแหน่งแชมพ์โลก F1 คนแรก ในปี 2493 ด้วยรถ Alfa Romeo ทั้งยังรำลึกถึงลุงของเขา Battista Farina ผู้ก่อตั้ง Pininfarina และนำชื่อมาใช้กับไฮเพอร์คาร์คันแรกของ Automobili Pininfarina รูปลักษณ์ Battista Edizione Nino Farina ภายนอก โดดเด่นด้วยสีแดง Rosso Niro, คาดแถบสีขาว Bianco Sestriere, สลับสีน้ำเงิน Iconia Blue, ไล่สีดำจากขอบกระจกล่างถึงหลังคาทั้งชิ้น, อุปกรณ์หลายอย่างขึ้นรูปจากคาร์บอนไฟเบอร์ อาทิ กระจกส่องข้าง, ชิ้นส่วนสร้างแรงกด (Ground effect) และอื่นๆ, ล้อสีทอง และลายกราฟิคหมายเลข 1 ภายในคอคพิท บุด้วยหนังแท้ เบาะคู่หน้าใช้สีต่างกัน ฝั่งคนขับหุ้มเบาะดำ ส่วนฝั่งผู้โดยสารหุ้มสีแทน มีตัวอักษร “Nino Farina” ทั้ง 2 เบาะ, อุปกรณ์ภายในสลับด้วยสีน้ำเงิน และแดงหลายตำแหน่ง, พร้อมแผ่น Plate ติดประตูผลิตขึ้นพิเศษสำหรับรถแต่ละคัน ขุมพลัง Edizione Nino Farina ยังคงเดิม กำลังสูงสุดรวม 1,877 แรงม้า จากมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ขับตรงทุกล้อ ใช้แบทเตอรีความจุ 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ต่ำกว่า 2 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 349 กม./ชม. ถ้าควบคุมคันเร่งดีๆ ทำระยะเดินทางได้ถึง 482 กม./ชาร์จ 1 ครั้ง Automobili Pininfarina ยังไม่แจ้งเรื่องราคา Edizione Nino Farina แต่ Battista รุ่นมาตรฐาน ตั้งไว้ที่ 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 76.97 ล้านบาท) คงจินตนาการยาก ว่าราคารุ่นพิเศษจะไปถึงไหน



![[ครบชุด] T0810104 เช อใจคนอ แต ไม เคยเช อคำเต อนของคนในครอบคร](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-318.png)
![[ครบชุด] T0810103 ได แล วอย าล มต เพราะช ตม นม ลง](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-319.png)