รถยนต์พลังงานไฟฟ้านับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของวงการยานยนตร์ นอกจากจะช่วยลดการปล่อยมลพิษแล้วพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าอัตราเร่งของรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตอบโจทย์สายกระทืบคันเร่งอย่างแน่นอน
ปัจจุบันรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเปิดตัวมาในหลากหลายรูปแบบทั้งรถบ้าน รถสปอร์ต รวมถึงไฮเปอร์คาร์ ซึ่งเร็ว ๆ นี้มีการเปิดเผยว่าค่ายรถไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าจากญี่ปุ่นเพิ่งจะได้รับการบันทึกสถิติ 2 รายการ ทำความเร็วในระยะทาง 1/8 และ 1/4 ไมล์ ได้มากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถคันนี้มีชื่อว่า Aspark Owl เป็นไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าจากบริษัท Aspark ของญี่ปุ่น ถูกนำมาทดสอบความเร็วที่สนามบิน Elvington ของอังกฤษ ซึ่งไฮเปอร์คาร์คันนี้สามารถทำความเร็วในระยะทาง 1/8 ไมล์ที่ 309.02 กม./ชม. และระยะทาง 1/4 ไมล์ที่ 318.85 กม./ชม.
ชมคลิปที่นี่ : https://www.youtube.com/watch?v=e1i_A_GS5U4
สำหรับเบื้องหลังสถิตินี้ Aspark Owl มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้กำลัง 1,985 แรงม้า แรงบิด 1,475 ปอนด์-ฟุต เร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ที่ 1.72 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 450 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Aspark Owl เปิดตัวรถคอนเซปต์มาตั้งแต่ปี 2017 และเปิดตัวรุ่นโปรดักชั่นคาร์เมื่อปี 2019 ที่งาน Dubai International Motor Show ซึ่งมีการเปิดเผยว่ารถรุ่นนี้จะผลิตออกมาจำหน่ายทั้งหมดเพียง 50 คันทั่วโลก ราคาคันละ 2.9 ล้านยูโร หรือประมาณ 108 ล้านบาทไม่รวมภาษีของประเทศไทย
Author
ส่องรถพลังแรงแซงยับในหนัง Fast and Furious ตั้งแต่ภาคแรก จนถึงภาคล่าสุด
วันที่ประกาศ : 01 ก.ย. 2566
ใครที่เคยได้ดูภาพยนตร์ The Fast and the Furious คงทราบกันดีว่า รถยนต์ที่นำมาให้ในภาพยนต์เรื่องนี้ตั้งแต่ภาพคแรก ปี 2001 มาจนถึง Fast and the Furious 10 มีทั้ง รถซิ่งสวยๆ ที่หลายๆ คันคือรถในตำนาน เป็นรถคลาสสิก และรถซิ่งเท่ๆมากมายที่ตัวละครต่างๆนำออกมาขับกันตลอดเรื่อง ซึ่งรถโดนใจได้คัดเลือกรถซิ่งที่เจ๋งที่สุดในหนัง Fast and Furious ทุกภาคเอาไว้มาให้ชมกัน
The Fast And The Furious (2001)
Dodge Charger 1970 รถคันนี้มาเป็นรถคันเก่งของโดมินิก ทอเร็ตโต (Dominic Toretto) ที่รับบทโดย วิน ดีเซล (Vin Diesel) ที่นอกจากจะแรง แกร่งสมกับอยู่ในหนังรถซิ่ง ยังมีความเป็นอเมริกันในตัว ถึงรถยี่ห้อนี้ในปีอื่นๆ จะถูกนำมาใช้ในภาคต่อๆ มา
DODGE Charger 1970
Toyota Supra MK4
Fast And The Furious 2 (2003)
Nissan R34 Skyline GT-R เป็นรถที่ รถคันเก่งเรื่องที่ 2 ที่ไบรอัน โอคอนเนอร์ ของพอล วอลเกอร์ ใช้ในฉากซิ่งเปิดเรื่อง ทำให้ราคาของ Nissan R34 Skyline GT-R เพราะเริ่มตั้งแต่ 3.6 – 7.2 ล้าน แล้วแต่สภาพของรถ
Nissan R34 Skyline GT-R
Fast and Furious Tokyo Drift (2006)
Ford Mustang 1967 เป็นรถแต่งแบบแฟรงเกนสไตน์ในหนังเรื่องนี้ เป็นการเอาตัวถังฟอร์ด มัสแตง ฟาสต์แบ็ค 1967 มาใส่เครื่องของนิสสัน ซิลเวีย (ซึ่งเป็นเครื่องจีที-อาร์ 2.6-ลิตร อาร์บี6 6 สูบ อันเลื่องชื่อของนิสสัน) ที่เห็นในฉากแรกๆ เข้าไป เสมือนเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตก ตัวถังรถอเมริกันกับเครื่องรถญี่ปุ่น
ส่วนรถนิสสัน แฟร์เล ดี้ ซี (ซี 33) เป็นรถของตัวร้าย อย่างราชาดริฟต์ (The Drift King) หรือดีเค (DK) ใช้รถคันนี้ดริฟต์นิ่งๆ ในที่อาคารจอดรถกลางกรุงโตเกียว
Ford Mustang Fastback 1967
Nissan Fairlady Z 350Z 2007
Fast & Furious 4 (2009)
รถบูอิค เทอร์โบรุ่นสุดท้าย ในเรื่องนี้ พระเอก อย่าง ดอมใช้ขับไปโขมยน้ำมันจากรถขนน้ำมัน ว่ากันว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้ถูกผลิตมาน้อยอย่างที่คิด แต่มีมากเกินพันคัน
Buick Regal GNX 1987
Fast & Furious 5 (2011)
ในเรื่องนี้ดอมซิ่งเชฟโรเล็ต คอร์เว็ตต์ สติงเรย์ แกรนด์ สปอร์ต 1966 จากตู้รถไฟมาช่วยไบรอันที่ติดบนซากรถที่โดนรถไฟลากให้ทันก่อนกระแทกกับราวสะพาน แล้วดอมก็ขับรถพุ่งจากหน้าผาไปสู่แม่น้ำเบื้องล่างกันเลยทีเดียว
Chevrolet Corvette Grand Sport Stingray 1966
Fast & Furious 6 (2013)
1970 Ford Escort RS1600 ซึ่งเป็นรถที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์ 16 วาวล์ ทวินแคม 1.6ลิตร. Cosworth BDA สี่กระบอกสูบ ขุมกำลัง 113 แรงม้า ในหนังเรื่องนี้รถคูเป้คันนี้ถึงมีบทบาทไม่มากนัก แต่ไบรอันก็ใช้สู้กับรถถังได้อย่างถึงใจ ที่สำคัญภาพจากหนังของรถคันนี้ ยังกลายเป็นหนึ่งในภาพที่ถูกใช้โปรโมตด้วย
Ford Escort RS1600 1970
Fast & Furious 7 (2015)
Lykan Hypersport รถคันนี้ดอมกับไบรอันต้องไปเอาจากหนึ่งในตึกที่สูงที่สุดในดูไบ แล้วซิ่งหนีกระสุนจากตึกหนึ่งไปสู่อีกตึกหนึ่ง ด้วยความเร็วที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้หล่นสู่พื้น เป็นรถที่มีราคา 3.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ตัวถังคาร์บอน-ไฟเบอร์ ใช้เครื่องเทอร์โบคู่ ลูกสูบแนวนอนจากพอร์เช ที่เร่งความเร็วจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาแค่ 2.8 วินาที (ความเร็วสูงสุด 245 ไมล์ต่อชั่วโมง) ที่มีแค่ 7 คันในโลก
Lykan Hypersport
Fast & Furious 8 (2015)
หนังเรื่องนี้ที่ 8 ดอมใช้ 1956 ฟอร์ด แฟร์เลน ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า นี่คือรถที่เร็วที่สุดในคิวบา และในหนังเรื่องเดียวกันนี้ เราจะได้เห็นโรมันขับรถหรู อย่าง เบนต์ลีย์ จีที บีอาร์9 คูเป บนท้องถนนในนิว ยอร์ก ซิตี แล้วในฉากซิ่งบนพื้นน้ำแข็งโรมันจะอยู่หลังพวงมาลัยของ แลมบอร์กินี สีส้ม
Ford Fairlane 1956
Fast &Furious 9 (2021) THE FAST SAGA
Dodge Charger SRT เป็นรถที่ใช้ฉากเปิดในป่า โดยดอมขับรถ Muscle Car อย่าง Dodge Charger SRT Hellcat Widebody ที่ได้รับชุดแต่งขยายออกด้านข้างจากปกติ และเป็นรถซีดานรุ่นเดียวของ Dodge
Dodge Charger SRT Hellcat Widebody
1968 Dodge Chargers 500 รถคู่ใจของดอม ที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิกแบบฉบับคูเป้อเมริกันยุค 60s ในรุ่นนี้มีการวางเครื่องยนต์ไว้กลางรถ
Ramsey แฮกเกอร์ผู้สร้าง God Eye ในภาคที่แล้ว มากับรถจากอังกฤษ Noble M600 เป็นเครื่องยนต์ 4.4 ลิตร V8 เทอร์โบคู่ ในโหมดการขับขี่ปกติจะมีพลัง 450 แรงม้า สามารถเลือกโหมด Track ที่กำลัง 550 แรงม้า รวมถึง Race ที่กำลัง 650 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3 วินาที
Dodge Charger 500 1968
Noble M600 2010
Fast &Furious X (2023)
ในภาคสุดท้าย ได้เห็น Dodge Charger Daytona SRT Concept เป็นรถไฟฟ้าที่มาโลดแล่น ซึ่งไม่ได้ออกแบบเป็นรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ แต่ยังคงมีการออกแบบ เป็น Charger Daytona รุ่นดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีรถ Chevy Impala 1965 ของตัวร้ายอย่าง เจสัน โมโมอา นั่นเอง
Dodge Charger Daytona SRT Concept
Chevy Impala 1965
อยากได้รถมือสองตอบโจทย์สายซิ่ง มาซื้อที่เว็บรถโดนใจ แพลตฟอร์มซื้อ-ขายรถยนต์มือสองคุณภาพ ผ่านการตรวจเช็กอย่างละเอียดถึง 274 จุด สามารถตรวจสอบราคากลางมาตร ttb bluebook การันตีได้รถราคาโปร่งใส คุ้มค่า อย่างแน่นอน อยากได้รถมือสองคุณภาพมาดูที่ www.roddonjai.com
![[ครบชุด] T0810017 ดไหม นไม อยากม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-338.png)
![[ครบชุด] T0810003 เส ยงท ไม ใครได นม นด งท Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-339.png)