มอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดบ้านรับคอมมูนิตี้ “Friend with Benz” พร้อมแนะนำ 3 เพื่อนใหม่ จากครอบครัว Mercedes-AMG ให้ทุกคนมาทำความรู้จักกันในงาน Motor Show
- โดย : PR Autodeft
- 28 มี.ค. 68 09:56
- 1,498 อ่าน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เดินหน้าต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และกลุ่มลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการทำการตลาดที่มีความหมายผ่านการเชิญชวนคนที่มี Passion for Benz มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคอมมูนิตี้ “Friend with Benz” และเข้ามาแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจที่มีต่อแบรนด์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 โดยมี 3 ยนตรกรรมเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG มาเผยโฉมสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก นำโดย Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ และ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ พร้อมประเดิมการเปิดตัวของ MANUFAKTUR Exclusive โปรแกรมปรับแต่งรถยนต์ที่เข้ามารองรับกลุ่มลูกค้าระดับ Top-End Luxury ให้สามารถร่วมออกแบบรถยนต์ของตัวเองได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังจัดแสดงยนตรกรรมหลากหลายรุ่นจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย พบกันที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี หรือที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568

มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน การสร้างความสัมพันธ์และตอกย้ำถึงจุดร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้าจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากผู้เล่นอื่นในตลาด หากย้อนกลับไปในงาน Motor Show 2024 เราได้ชวนทุกคนมาหาคำตอบเบื้องหลังของผู้ที่มีชื่อเดียวกับแบรนด์ ผ่านหนังโฆษณา
“The Meaning of Benz” ซึ่งทำให้ชาวไทยมีความรู้สึกร่วมไปกับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ในปีนี้เราจึงต้องการต่อยอดไปสู่สร้างคอมมูนิตี้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และทำให้พวกเราใกล้กันมากยิ่งขึ้น ด้วยการชวนคนที่มี Passion for Benz มาเป็น “Friend with Benz” ด้วยกันกับเรา โดยนอกจากการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ที่มี Passion เหมือนกัน มาพบเจอกันที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกคนยังสามารถทำความรู้จักกับยนตรกรรมทุกรุ่นของเราที่นำมาจัดแสดงแบบครบทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะ 3 เพื่อนใหม่ในตระกูล Mercedes-AMG ที่เราเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เราอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ที่จะเข้ามาสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการปรับแต่งรถยนต์ระดับลักชัวรีในประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “MADE TO MEASURE” โดยเปิดให้ลูกค้าในกลุ่ม Top-End Luxury ครอบคลุมทั้งโมเดล S-Class จนไปถึงไลน์อัพระดับ Flagship ของแบรนด์ Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach
รวมถึงโมเดลต้นกำเนิดของ MANUFAKTUR อย่าง G-Class ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวจะทำให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถยนต์ของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีตัวถังเพิ่มเติมได้มากขึ้นถึง 50 แบบ และออปชันสีภายในอีกกว่า 20 แบบ รวมถึงแพ็กเกจ MANUFAKTUR optional extra ที่ให้คุณตกแต่งรถยนต์รอบคันทั้งภายในและภายนอกได้ตามที่ต้องการ โดยถ้าให้พูดถึงโปรแกรม MANUFAKTUR สำหรับ G-Class คุณจะสามารถออกแบบรถยนต์ของคุณให้มีความแตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านแบบ ซึ่งนั่นทำให้ G-Class ทุกคันที่อยู่บนถนนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ที่สะท้อนถึงเจ้าของรถได้อย่างชัดเจน”
และเพื่อตอกย้ำแนวคิดของแคมเปญ “Friend with Benz” ที่อยากให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้เดียวกันกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทางแบรนด์ได้นำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษอย่าง “Friend get Friend” ด้วยเงื่อนไขการรับข้อเสนอเพียงอย่างเดียวคือการชวนเพื่อนมาซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์
ที่งาน Motor Show 2025 หรือที่ตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ โดยลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่มีเฉพาะในช่วงเวลานี้เท่านั้น
ทำความรู้จัก 3 เพื่อนใหม่จากครอบครัว Mercedes-AMG
“Mercedes-AMG G 63” เพื่อนใหม่สายลุย เจ้าของตำแหน่งพี่ใหญ่แห่งเส้นทาง Off-Road
มาพร้อมส่วนผสมที่ลงตัวทั้งความแข็งแกร่ง สมรรถนะที่ทรงพลัง และเอกลักษณ์เฉพาะที่เหนือกาลเวลา โดยติดตั้งเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ออกแบบโดย AMG และเกียร์แบบใหม่ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลและแม่นยำ มอบพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ทำให้สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 4.5 วินาที พร้อมยกระดับสมรรถนะด้วยระบบ Mild Hybrid ที่ผสานการทำงานเข้ากับพื้นฐานเครื่องยนต์ V8 ภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” เสริมพลังการออกตัวที่เฉียบคม และตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
Mercedes-AMG G 63 วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 18,800,000 บาท

“Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+” เพื่อนใหม่สายสปอร์ตที่ผสานเสน่ห์ของยนตรกรรมเปิดประทุนสุดหรูรถยนต์กับความเป็นที่สุดในทุกด้านจาก Mercedes-AMG มาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลังในแบบฉบับ AMG ประกอบขึ้นโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพียงผู้เดียว ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายแบบ “One Man, One Engine” ด้วยเครื่องยนต์แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร
พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo มอบพละกำลังสูงสุด 476 แรงม้าที่ 2,250-4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตรที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ซึ่งถูกปรับแต่งให้สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการขับขี่บนถนนปกติและในสนามแข่ง
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท

“Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+” เพื่อนใหม่สายทรงพลัง ยนตรกรรมตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ของแบรนด์ Mercedes-AMG ครั้งนี้กลับมาเปิดตัวในประเทศไทยด้วยรหัสตัวถัง C192 ออกแบบภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo และติดตั้งในตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์แบบ hot inside “V” ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างพละกำลังได้สูงถึง 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยรถรุ่นนี้ได้ถูกปรับแต่งระบบควบคุมเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการควบคุมระบบอัดอากาศให้เหมาะสมตามการขับขี่ และตกแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ด้วยลายเซ็นของผู้ประกอบที่บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของ AMG
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 15,900,000 บาท

สามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับงาน Motor Show 2025 ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth
Zagato Mostro Barchetta เพิ่มรุ่นหลังคาเปิดประทุน หัวใจ Maserati ทั้ง V8 และ V6 ใหม่ล่าสุด





Zagato บริษัทผู้ออกแบบซูเปอร์คาร์ชั้นนำจากอิตาลี เผยโฉม Zagato Mostro Barchetta powered by Maserati กับการกลับมาอีกครั้งของ 2015 Mostro รุ่นตัวถังคูเป้ โดยการกลับมาในรอบ 7 ปีนี้ ได้นำเสนอรุ่นหลังคาเปิดประทุนที่เปี่ยมไปด้วยความงดงามเหนือกาลเวลา พร้อมขุมพลัง V6 ใหม่ล่าสุด

โดย Zagato Mostro Barchetta powered by Maserati ได้แรงบันดาลใจจากการออกแบบของซูเปอร์คาร์ยุค 50 อย่าง 1957 Maserati 450S Coupé Zagato ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นซูเปอร์คาร์ที่สวยงามเหนือกาลเวลา และแน่นอนว่าได้รับการปรับแต่งจาก Zagato Mostro รุ่นคูเป้ที่เปิดตัวเมื่อปี 2015 ที่ได้ปรับเปลี่ยนส่วนหลังคา และส่วนท้ายรถใหม่
รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ เพิ่มความสวยงาม ชวนสะกดสายตา และเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างในสไตล์ของรถเปิดประทุน โดยยังคงไว้ซึ่งงานแฮนด์เมดจากผู้เชี่ยวชาญของบริษัท

สำหรับขุมพลังนั้นจะยังคงใช้ขุมพลังจาก Maserati เหมือนโฉมปี 2015 แต่จะเพิ่มเป็นสองตัวเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4.2 ลิตร 414 แรงม้า ที่ให้เสียงคำรามของเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์
หรือเป็นเครื่องยนต์เบนซินใหม่ล่าสุดอย่าง V6 ทวินเทอร์โบ 3.0 ลิตร จาก MC20 ที่ให้กำลังสูงถึง 621 แรงม้า แรงบิด 730 นิวตันเมตร อันเป็นความภาคภูมิใจของทีมวิศวกร

ซึ่งเครื่องยนต์ทั้งสองรุานจะวางตำแหน่งที่ด้านหน้าแบบวางกลาง ซึ่งจะช่วยให้สามารถกระจายน้ำหนัก 50:50 ในน้ำหนักรถที่ 1,200 กก. ได้เป็นอย่างดี ส่วนระบบส่งกำลังจะใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีดแบบรถแข่ง และส่งกำลังขับเคลื่อนสู่ล้อหลัง และรักษาเอกลักษณ์การขับขี่ พร้อมควบคุมน้ำหนักรถให้เหมาะสมด้วยการไม่ได้บรรจุระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Traction Control
Mostro Bachetta ใช้แชสซี MonoCell ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมโครงสร้างคอมโพสิตสำหรับกรอบกระจกหน้ารถ และซับเฟรมด้านหลังที่เป็นเหล็กได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหลัง ท่อไอเสีย และถังเชื้อเพลิง

ระบบกันสะเทือนแบบดับเบิลวิชโบนคู่ด้านหน้า และด้านหลัง พร้อมเสริมโช้คอัพแบบปรับระดับได้, ล้ออัลลอยแบบน็อตเดี่ยวขนาด 19 นิ้ว หุ้มยางแบบผสม (หน้า 255/40 R19 และหลัง 295/35 R19) โดยซ่อนชุดดิสก์เบรก และคาลิเปอร์เบรกจากแบรนด์ AP Racing อยู่ด้านหลังล้อ

สำหรับภายในจะเน้นออพชั่นสำหรับการขับขี่จริงจังเท่านั้น จึงไม่มีระบบอินโฟเทนเมนต์สมัยใหม่ กับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น แถมเรือนไมล์ยังเป็นแบบหน้าปัดอนาล็อกแลดูคลาสสิก แต่เพียบพร้อมไปด้วยปุ่มควบคุม, ระบบปรับอากาศ, วัสดุตกแต่งภายในระดับพรีเมี่ยม, พวงมาลัยรถแข่ง เป็นต้น

และแน่นอนว่า Zagato Mostro Barchetta powered by Maserati จะผลิตเพียง 5 คันทั่วโลกเช่นเดียวกับรุ่นคูเป้ โดยมีหนึ่งคันที่ถูกจัดแสดงในงาน 2022 Concorso d’Eleganza in Villa d’Este ก่อนส่งมอบให้กับเจ้าของ ส่วนคันที่เหลือกำลังอยู่ระหว่าการคัสตอมพิเศษจากลูกค้า ส่วนราคาไม่มีการเปิดเผย
เครดิตข้อมูลจาก carscoops.com
![[ครบชุด] T1310051 กรรมกรผ กสด Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-542.png)
![[ครบชุด] T1310054 เม องห าม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-545.png)