ถึงเมืองไทยแล้ว ! Mercedes-AMG GT S ซูเปอร์คาร์ตัวแรง เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที ราคา 14.9 ล้านบาท
เมอร์เซเดส เบนซ์ (Mercedes Benz) เป็นค่ายรถยนต์หนึ่งที่ประกาศรุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มตัวในปี 2015 ซึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พวกเขาได้เปิดตัวรถยนต์ไปแล้วหลายรุ่น ทำให้หลายคนเกรงว่าพวกเขาจะไม่มีไม้เด็ดใด ๆ ในงาน Bangkok International Motor Show 2015 แน่ แต่ผิดคาด เพราะพวกเขาได้งัดไม้เด็ดที่ทำให้ทุกสายตาต้องหันมองไปที่บูธของเมอร์เซเดส เบนซ์เป็นทางเดียว ด้วยการประกาศเปิดตัวซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง เมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีที เอส (Mercedes AMG GT S) รุ่นปี 2016 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
Mercedes-AMG GT S เป็นซูเปอร์คาร์ที่เกิดจากการร่วมมือระหว่างเมอร์เซเดส เบนซ์ (Mercedes Benz) กับเอเอ็มจี (AMG) รุ่นลำดับที่ 2 ซึ่งตัวรถยังคงความโดดเด่นของความเป็นรถสปอร์ตคูเป้ระดับสูงสุดจากค่ายดาวสามแฉกเอาไว้อย่างครบถ้วน ตัวรถยาว 4,546 มิลลิเมตร กว้าง 1,939 มิลลิเมตร สูง 1,288 มิลลิเมตร พร้อมฐานล้อกว้าง 2,630 มิลลิเมตร

ด้านหน้าสะดุดตากับกระจังหน้าแนวนอนที่ยาวเป็นพิเศษพร้อมตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉก ไฟหน้าแบบ LED พร้อมเดย์ไลท์ดีไซน์สวย ส่องสว่างได้เด่นชัด

ตัวรถแบบเผยเส้นสายแบบสปอร์ตคูเป้ที่นอกจากจะคำนึงถึงสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์แล้วยังเน้นความสวยงาม ด้านล้อรถด้านหน้าสวมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และด้านหลังมีขนาด 20 นิ้ว

ไฟท้ายออกแบบเป็นแนวยาวรับกับตัวถังที่เน้นความปราดเปรียว ทั้งยังสว่างสวยงามด้วยหลอดไฟ LED ส่วนด้านล่างขับความสปอร์ตอย่างเต็มที่กับสเกิร์ตหลังและท่อไอเสียสี่เหลี่ยมแนวนอนคู่ในทั้งสองมุมของรถ
ภายในผสานทั้งความหรูหราและความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวเร้าใจ เริ่มตั้งแต่คอนโซลหน้าหุ้มหนังอย่างดี ตกแต่งด้วยลายไม้สีดำ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอแสดงผลอินโฟเทนเม้นท์ขนาดใหญ่เด่นชัด เบาะนั่งหนังอย่างดี และหลังคาซันรูฟขนาดใหญ่
Mercedes AMG GT S มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4,000 ซีซี ให้กำลังแรงสะใจถึง 510 แรงม้า แรงบิด 650 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ AMG Speedshift DCT 7 สปีด สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที และทำความเร็วได้สูงสุดถึง 310 กม./ชม.
ระบบช่วงล่างและเบรกติดตั้งอุปกรณ์สำหรับรถสปอร์ตที่ออกแบบโดยเอเอ็มจี ทั้งเฟืองท้ายไฟฟ้าปรับการส่งกำลังของเครื่องยนต์ได้ยอดเยี่ยม ระบบเบรกประสิทธิภาพสูงช่วยเพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถ และระบบไอเสียของเอเอ็มจีช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มที่ แถมยังสามารถเลือกปรับระดับเสียงของท่อไอเสีย รองรับทั้งทุกอารมณ์การขับขี่
ด้านระบบความปลอดภัย จัดมาอย่างครบถ้วนตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส เบนซ์ ทั้งถุงลมนิรภัยด้านข้างและที่ศีรษะ ระบบควบคุมการทรงตัว ESC ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เกิดความเหนื่อยล้า ระบบบเรกอัตโนมัติ Adaptive Brake ระบบช่วยพาขึ้นเนิน HSA กระจกมองหลังและกระจกข้างตัดแสงอัตโนมัติ และกล้องมองหลัง
Mercedes AMG GT S รุ่นปี 2016 พร้อมให้คนไทยได้เป็นเจ้าของแล้วด้วยราคาเปิดตัวสูงสมกับสมรรถนะระดับท๊อปของมันที่ 14,900,000 บาท ใครที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์อย่างเป็นทางการครับ









หลังจากที่รถยนต์ไฟฟ้า รุ่น bZ4X ปี 2025 เปิดให้จองสิทธิเพียง 3 วันแรก โกยยอดทะลุเกิน1,000 คันไปแล้ว โดยผู้ที่จอง 2,000 คันแรก จะได้รับส่วนลด 20,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ 1.99%และจะได้รับรถล็อตแรกต้นเดือนพ.ย.นี้ ส่วน โตโยต้า bZ4X ปี 2025 จะมี 2 รุ่นย่อย และประมาณการราคาเบื้องต้น ดังนี้
-bZ4x FWD ขับเคลื่อนล้อหน้า ราคา 1,5XX,XXX บาท
-bZ4x AWD ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,6XX,XXX บาท
ในการเปิดตัวครั้งนี้ โตโยต้า bZ4X ปี 2025 ได้เพิ่มรุ่นย่อย แบ่งเป็น รุ่นขับเคลื่อน4ล้อ (AWD) มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดถึง 343 แรงม้า จากเดิม 218 แรงม้าในรุ่นก่อนหน้า ระยะทางวิ่งได้ไกลถึง 570 กม.ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที
ส่วนในรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ( FWD) ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองด้วยกำลังสูงสุด 224 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.4 วินาที ซึ่งยังคงให้ความรู้สึกคล่องตัวและขับสนุก แถมยังได้ระยะทางวิ่งสูงสุดที่ไกลขึ้นถึง 600 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว-ใช้งานง่าย รองรับการชาร์จแบบ AC กำลังสูงสุดถึง 22 kW ทำให้ใช้เวลาชาร์จจาก 10-100% เพียง 3.5 ชั่วโมง เท่านั้น และรองรับการชาร์จแบบ DC กำลังสูงสุด 150 kW ที่สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 28 นาที ทำให้การเดินทางไกลไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป
ส่วนของภายในหรูหรา โดยได้รับการปรับเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด เริ่มจากความกว้างขวาง ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายด้วย ดีไซน์ Open & Relax พร้อมด้วยฟังก์ชันที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น จอแสดงผลขนาดใหญ่ 14 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ส่วนของเครื่องเสียงใช้ของ JBL ระดับพรีเมียม เฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมลำโพง 9 ตำแหน่ง ให้คุณภาพเสียงที่คมชัดและเต็มอารมณ์ ภายในห้องโดยสารยังมีไฟสร้างบรรยากาศ 64 เฉดสี ส่วนระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense มาพร้อมฟังก์ชันการขับขี่อัจฉริยะครบครัน ทั้งระบบความปลอดภัยก่อนการชน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ All-Speed และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
ภายนอกตัวรถยังคงเอกลักษณ์ Hammerhead Design ที่ดูดุดันและทันสมัย พร้อมไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ LED และหลังคา Panoramic Moonroof ที่ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่งขึ้น และแน่นอนว่า ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ก็ยังคงสร้างความโดดเด่นให้กับตัวรถได้อย่างลงตัว ส่วนโครงสร้างตัวถัง e-TNGA ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ทำให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและความปลอดภัยในการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มวัสดุซับเสียงต่างๆ เพื่อลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางเงียบและสบายยิ่งขึ้น
ด้วยเครือข่ายและศูนย์บริการที่มีมากถึง 450 แห่ง ทั่วประเทศไทย ทำให้ลูกค้ามั่นใจในโตโยต้า และการกลับมาของ โตโยต้า bZ4X ปี 2025 ในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าของโตโยต้า ซึ่ง bZ4X ใหม่ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจและคุ้มค่าอย่างยิ่ง โดยมีให้เลือก 4 สี ส่วนราคา รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ 1,5xx,xxx บาท และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ราคาจะอยู่ที่ 1,6xx,xxx บาท โดยจะประกาศราคาอย่างเป็นทางการประมาณกลางเดือนตุลาคมนี้
![[ครบชุด] T1310042 คนส ดท ายไม จร Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-551.png)
![[ครบชุด] T1310049 คนข บรถล มต Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-552.png)