Mercedes-AMG GT S ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงที่ไหลลื่น และความโค้งมนดึงดูดทุกสายตากับสีเหลืองพิเศษ กระจังหน้าแบบ Black Diamond พร้อมสัญลักษณ์ดาวของ Mercedes-Benz ตรงกึ่งกลาง ช่องดักอากาศระบบหล่อเย็นขนาดใหญ่และช่องดักอากาศด้านข้าง ช่วยให้เครื่องยนต์มีการระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเพิ่มความสปอร์ตดุดันไปในตัว
Mercedes-AMG GT S ออกแบบให้เครื่องยนต์ถูกวางต่ำลงไปในโครงสร้างอะลูมิเนียมสเปซเฟรม โดยมีคุณสมบัติพิเศษ คือ การใช้อ่างน้ำมันเครื่องแบบอ่างแห้งแบบเดียวกับที่ใช้ในรถแข่งสมรรถนะสูง การจัดวางตำแหน่งนี้ช่วยให้มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง นอกจากนี้ การหล่อลื่นของน้ำมันเครื่องยังเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน แม้ในขณะที่เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือการเคลื่อนที่บนเส้นทางลาดชัน
ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG GT S เน้นให้ผู้ขับขี่ให้รับรู้ถึงความรู้สึกการขับขี่แบบสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว เมื่อนั่งลงบนเบาะนั่งแบบสปอร์ตของ AMG ที่โอบกระชับอย่างดีจากโครงสร้างปีกรองรับด้านข้างที่ค่อนข้างแข็งปรับได้ด้วยไฟฟ้า พนักพิงศีรษะที่รวมอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ลายท่อแนวขวาง และตราสัญลักษณ์ “AMG” ในพนักพิงหลังเพิ่มความโดดเด่นสปอร์ตลงตัว
พวงมาลัย AMG Performance หุ้มหนัง nappa สีดำ พร้อมแป้นปรับเปลี่ยนเกียร์อะลูมิเนียมสีเงิน และชุดแผงหน้าปัด AMG ที่แสดงค่าข้อมูลต่างๆได้อย่างครบถ้วน โดดเด่นด้วยลายคาร์บอนไฟเบอร์ที่ให้ความสปอร์ตดุดันในแบบ AMG
คอนโซลกลางที่วางตำแหน่งต่อเนื่องลงมาจากกลางแผงคอนโซลหน้า คือส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญด้านเทคนิคของการออกแบบภายในห้องโดยสาร สำหรับชุด AMG DRIVE UNIT ปุ่มควบคุมต่างๆ จัดเรียงตำแหน่งเหมือนกับลูกสูบของเครื่องยนต์ V8 ประกอบด้วยปุ่มคอนโทรลเลอร์ AMG DYNAMIC SELECT สำหรับเลือกโปรแกรมการขับขี่ ปุ่มควบคุมสำหรับปรับโช๊คอัพของระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต อีกด้านจะมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ปุ่มเปิด-ปิดระบบ ECO Start/Stop และปุ่มปรับเสียงท่อไอเสียแบบสปอร์ตระบบ COMAND Online สามารถควบคุมระบบต่างๆ ผ่านแป้นสัมผัสได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ที่มาพร้อมจอดิสเพลย์สีขนาด 21.3 ซม. แสดงข้อมูลต่างๆได้อย่างชัดเจน ทั้งยังติดตั้งระบบเสียงชั้นดีระดับไฮ – เอนด์ จาก Burmerster มาเป็นมาตราฐาน















ด้านความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนั้น Mercedes-AMG GT S การขับขี่ใช้งานในเมืองสภาพการจราจรหนาแน่นในกรุงเทพฯ กับเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่คงไม่ต้องคิดถึงตัวเลขที่ได้ แต่ถ้าขับขี่ในเส้นทางรอบนอกเมืองหรือเดินทางไกลก็พอจะเห็นตัวเลขอยู่ที่ 8-9 กิโลลิตร โดยความเร็ว 100 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องแค่ประมาณ 1,800 รอบเท่านั้น ส่วนอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 4.2 วินาทีกับโหมด Sport+
จุดเด่นอีกข้อที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ระบบเบรกแบบคอมโพสิตสมรรถนะสูงของ AMG ที่สามารถชลอหยุดความเร็วของซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ AMG V8 เทอร์โบคู่ได้อย่างมั่นใจสั่งได้ในทุกรอบความเร็ว
Mercedes-AMG GT S ซูเปอร์คาร์คันหรูจากค่ายดาวสามแฉก ที่มาพร้อมรูปโฉมสปอร์ตหรูสะดุดตาแก่ผู้พบเห็น เครื่องยนต์ AMG V8 เทอร์โบคู่ 500 กว่าแรงม้าที่สามารถส่งพละกำลังสู่ล้อได้อย่างรวดเร็วทันใจ การขับขี่ก็ให้ความมั่นใจกับพวงมาลัยที่มีน้ำหนักเบา แต่ควบคุมได้อย่างแม่นยำ ระบบช่วงล่างแบบสปอร์ตที่เกาะหนึบในทุกเส้นทาง แต่บางคนอาจจะบอกว่าแข็งกระด้างไปบ้าง ส่วนระบบเบรกแบบคอมโพสิตของ AMG เอาอยู่ในทุกรอบความเร็ว จะไม่ค่อยสะดวกบ้างก็ตอนเข้าออกรถซึ่งเป็นธรรมดาของรถซูเปอร์คาร์ เรียกว่าสมรรถนะโดยรวมถือว่าดีในระดับหัวแถวของรถยนต์ราคาระดับนี้ ถ้าคุณเป็นผู้ชื่นชอบการขับขี่สไตล์ซูเปอร์คาร์ Mercedes-AMG GT S ก็น่าจะเป็นรถที่ทำให้ฝันของคุณเป็นจริงได้…จริงๆ
KTM X-BOW GT2 เริ่มทดสอบซูเปอร์คาร์ 600 แรงม้าสำหรับวิ่งบนท้องถนน
KTM เริ่มเดินหน้าทดสอบซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดจาก X-BOW GT2 เวอร์ชั่นรถแข่ง นับถอยหลังให้แฟน ๆ ได้เป็นเจ้าของในเร็ว ๆ นี้
Home / AUTO / KTM X-BOW GT2 เริ่มทดสอบซูเปอร์คาร์ 600 แรงม้าสำหรับวิ่งบนท้องถนน
AUTO |
เมื่อไม่นานมานี้ KTM ได้เริ่มเดินหน้าทดสอบซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดจากรถแข่ง KTM X-BOW GT2 พร้อมนับถอยหลังให้แฟน ๆ ได้เป็นเจ้าของในเร็ว ๆ นี้

นับตั้งแต่การเปิดตัวรถแข่ง KTM X-BOW GT4 เมื่อปี 2008 ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจาก KTM Sportcar GmbH ในฐานะรถแข่งสมรรถนะสูงที่สร้างชื่อเสียงบนสนามแข่งมาอย่างยาวนานกว่า 14 ปี และทำยอดขายรวมมากถึง 1,300 คัน พร้อมกับขยายไลน์เพิ่มอีกมากถึง 6 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัว KTM X-Bow GTX และรุ่น GT2 เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา เพื่อการยกระดับเทคโนโลยีรถแข่งสมัยใหม่ โดยเฉพาะ GT2 ที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดรถแข่งในคลาส GT2 แห่งยุคทีเดียว
และจากความสำเร็จในครั้งนี้ จึงได้มีการเดินหน้าพัฒนา ฌธ2เวอร์ชั่นซูเปอร์คาร์สำหรับขับขี่บนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แฟน ๆ สามารถเป็นเจ้าของและขับขี่บนท้องถนนได้

โดย KTM X-BOW GT2 จะพัฒนาบนพื้นฐานจากรุ่น GTX โฉมใหม่ล่าสุด แต่ได้รับการเสริมอุปกรณ์ที่รองรับสำหรับการขับขี่บนท้องถนนจริง ซึ่งในเวลานี้ได้ออกวิ่งทดสอบเพื่อประเมินสมรรถนะ รวมถึงทดสอบการชน และการทดสอบวิ่งบนท้องถนนจริง ๆ ในยุโรป ในระยะเริ่มต้น
ตัวรถจะมาพร้อมกับโครงสร้าง Carbon Monocoque ที่มีความปลอดภัยสูงในทุกด้าน รวมถึงเสริมโครงบนหลังคาเพิ่มความแข็งแรง พร้อมชิ้นส่วนพอลีเมอร์ที่เสริมด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อควบคุมน้ำหนักรถ, มีที่ติดตั้งป้ายทะเบียน, กล้องมองข้างบริเวณซุ้มล้อหน้า แต่ในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มกระจกมองข้างเพื่อเป็นไปตามข้อกฎหมายในบางประเทศ
และด้วยการเพิ่มออพชั่นสำหรับขับขี่บนท้องถนน ก็จะทำให้น้ำหนักรถเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,048 กก. เพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่เปิดเผยในเวลานี้

สำหรับขุมพลังจะใช้เครื่องยนต์ห้าสูบ ความจุ 2.5 ลิตร เทอร์โบ TFSI จาก Audi Sport ที่ทาง KTM ได้ปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่ ให้รองรับในการใช้งานบนถนนจริงแทนปรับแต่งเฉพาะสำหรับสนามแข่ง โดยสมรรถนะของโฉมขับบท้องถนนจริงยังไม่เปิดเผย แต่โฉมรถแข่งเดิมจะให้สมรรถนะสูงสุด 600 แรงม้า (HP) ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิด 720 นิวตันเมตร ที่ 3,500 – 5,000 รอบ/นาที
โดยจะส่งกำลังผ่านเกียร์แบบ Direct Shift 7 สปีด แทนการใช้เกียร์ 6 สปีดเดิม
สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ ของ KTM X-BOW GT2 จะเปิดเผยเพิ่มเติมในลำดับต่อไป
![[ครบชุด] T1310055 เจ านายพ อยากได เธอเป นเม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-553.png)
![[ครบชุด] T1310059 คนท ใช อาจไม ใช เน อค Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-554.png)