AUDI E5 Sportback ฟาสต์แบ็คไฟฟ้า 787 แรงม้า วิ่งไกล 773 กม. ราคาเริ่ม 1.05 ล้านบาท ในจีน
AUDI E5 Sportback รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ Fastback ของทาง SAIC-Audi ที่ผลิตออกมาเพื่อคนจีนโดยเฉพาะ ให้กำลังแรงสุด 787 แรงม้า ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 773 กม. เปิดราคาในจีนเริ่ม 1.05 ล้านบาท

SAIC-Audi เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย AUDI E5 Sportback รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ Fastback ที่ผลิตออกมาเพื่อคนจีนโดยเฉพาะ โดยมีให้เลือก 4 รุ่น ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ให้กำลังแรงสุด 787 แรงม้า ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 773 กม. เปิดราคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 235,900 – 319,900 หยวน (ประมาณ 1.05 -1.42 ล้านบาท)

สำหรับ E5 Sportback จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกันโดย SAIC และ Audi และถูกผลิตที่ฐานการผลิตอัจฉริยะของ SAIC- Audi



ในด้านงานดีไซน์ภายนอก ได้รับแรงบันดาลใจจาก Audi E ซึ่งเป็นรถต้นแบบของทางอาวดี้ มาพร้อมไฟ AUDI Light Frame รุ่นใหม่ ที่ประกอบด้วยหลอดไฟขนาดเล็กมากกว่า 1,000 หลอด สามารถเลือกรูปแบบการส่องสว่างได้หลากหลายรูปแบบ มาพร้อมด้วยไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่สามารถควบคุมลำแสงได้อย่างแม่นยำ และการส่องสว่างแบบโซนอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการขับขี่ในเวลากลางคืน



นอกจากนั้นตัวรถยังมากับตราโลโก้ใหม่จากเดิมที่เป็นแบบสี่ห่วง จะเปลี่ยนเป็นตัวอักษร A U D I ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ที่มาในแบบเรืองแสง


อีกทั้ง AUDI E5 Sportback ยังถูกออกแบบภายนอกให้เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยการติดตั้งสปอยเลอร์หน้าแบบลอย, ปีกหลัง และช่องดักอากาศหน้า มาพร้อมกล้องมองข้างที่แทนที่กระจกมองข้างแบบธรรมดา ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่กระทบต่อสุนทรียศาสตร์



AUDI E5 Sportback จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในแบบฟาสต์แบ็ก 4 ประตู โดยมีความยาวตั้งแต่หน้าจรดท้ายอยู่ที่ 4,881 มม., กว้าง 1,959 มม. สูง 1,478 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,950 มม.


ภายในห้องโดยสารออกแบบด้วยความทันสมัย และดูหรูหราตามแบบฉบับรถจากประเทศจีน แผงแดชบอร์ดติตดั้งหน้าจอแบบ Ultrawide ขนาดใหญ่ 59 นิ้ว แบบสัมผัส ที่วางตั้งเต็มพื้นที่คอนโซลหน้า มาพร้อมควาามคมชัดระดับ 4K ขับเคลื่อนด้วยชิป QUALCOMM Snapdragon 8295 ที่มีความแม่นยำระดับ 5 นาโนเมตร และความสามารถในการดำเนินการ 30,000 ล้านครั้งต่อวินาที มาพร้อมระบบผู้ช่วยแบบ AI ที่ชื่อ Doubao จาก ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ที่รองรับการสั่งงานผ่านเสียง และระบบสัมผัส และยังมีระบบยืนยันตัวตนผ่านใบหน้าเพื่อเข้าถึงบริการดิจิทัลต่างๆ ของประเทศจีนได้อย่างเต็มรูปแบบ



ขณะที่คอนโซลกลางออกแบบให้เชื่อมต่อกับคอนโซลหน้า มาพร้อมช่องเก็บของแบบปิด และแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่มีมาให้ 2 ช่อง โดยให้กำลังไฟในการชาร์จ 50W มาพร้อม AUDI Control Bar บริเวณคอนโซลกลางเพื่อสั่งงานฟังก์ชันต่างๆ


นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับลำโพงที่ให้เสียงสมจริง รวมทั้งยังติดตั้งลำโพงไว้ที่พนักพิงศีรษะ, กระจกรอบคันที่ให้แสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องโดยสาร, ช่องระบายอากาศอัจฉริยะแบบซ่อน และยังติดตั้งเครื่องกระจายกลิ่นที่มีกลิ่นเฉพาะให้เลือกมากถึง 3 กลิ่น


ในด้านงานตกแต่งภายในจะใช้วัสดุเกรดพรีเมียม เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนังกลับ แผงประตูข้างตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้รูปทรงแผ่นไม้สามมิติ ด้านบนหลังคาจะเป็นกระจกพาโนรามิกพร้อมระบบหรี่แสงอัตโนมัติ




ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพจราจรของประเทศจีน มาพร้อมระบบ AUDI 360 Assisted Driving ทำงานควบคู่กับเซ็นเซอร์ 27 ตัว รวมถึง LiDAR จาก Hesai 1 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว, เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้อง 11 ตัว ซึ่งส่งข้อมูลไปยัง Momenta ADAS (ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง) ทั้งหมดนี้ประมวลผลด้วยชิป Orin X จาก Nvidia เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ถนนในเมือง ทางหลวง และการจอดรถอัตโนมัติ


มาพร้อมระบบ Adaptive Cruise Assist ช่วยให้สามารถช่วยเหลือผู้ขับขี่บนทางหลวง และในเมืองได้ทั่วประเทศ รถยนต์รุ่นนี้สามารถช่วยให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง ระบุสัญญาณไฟจราจร สั่งการให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเลน และอื่นๆ อีกมากมาย, ระบบ Active Safety ทำหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์อันตรายและสถานการณ์ฉุกเฉินของลูกค้า และเข้าไปแทรกแซงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด โดยฟังก์ชันนี้ได้รับการปรับปรุงให้รองรับสถานการณ์เฉพาะในประเทศจีน เช่น รถจักรยานยนต์ รถสามล้อ และเด็ก รวมถึงการขับขี่ในเวลากลางคืน, ระบบช่วยจอดรถรองรับช่องจอดรถหลายประเภท (จอดแนวตั้ง จอดแนวทแยง และจอดขนาน)



AUDI E5 ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Advanced Digitized Platform (ADP) ในด้านขุมพลังขับเคลื่อน จะมีทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่วางอยู่คู่ล้อหลัง และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ
- Audi E5 รุ่น Pioneer ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวอยู่ที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 220 kW / 295 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา6.1 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ขนาด 76 kWh จากบริษัทร่วมทุน SAIC-CATL ชาร์จไฟวิ่งไกล 618 กม. (CLTC)
- Audi E5 รุ่น Pioneer Plus ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่เพิ่มกำลังเป็น 300 kW / 402 แรงม้า นอกจากนี้ยังมาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 100 kWh ให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 773 กม. (CLTC)
- Audi E5 รุ่น Pioneer Quattro จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 386 kW / 518 แรงม้า มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ 83 kWh สามารถวิ่งได้ 623 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (CLTC)
- AUDI E5 Sportback รุ่น Flagship Quattro ที่เป็นรุ่นท๊อปสุดจะขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) มอเตอร์คู่ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าให้กำลัง 200 kW / 268 แรงม้า + มอเตอร์หลัง 379 kW / 508 แรงม้า กำลังรวม 579 kW / 776 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ NMC ขนาด 100 kWh จาก CATL ชาร์จไฟเต็มให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 647 กม. (CLTC)


โดยทุกรุ่นจะมาพร้อมสถาปัตยกรรม 800V ที่สามารถชาร์จไฟเพียง 10 นาที วิ่งเพิ่มได้ถึง 370 กม.




ขณะที่ด้านระบบช่วงล่างจะเป็นแบบถุงลม Adaptive Air Suspension พร้อมระบบ Continuous Damping Control (ที่ปรับขึ้นลงได้ 45 มม.) และมาพร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ all-wheel steering



สำหรับ AUDI E5 Sportback ทาง SAIC และ Audi วางตำแหน่งทางการตลาดในจีน ให้ออกมาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Zeekr 007GT และ Nio ET5T


ประชัน 3 อีโค่คาร์ สไตล์ ซีดาน ชอบคันไหน มาเลือกเลยดีกว่า
- โดย : Autodeft
- 11 ก.ย. 56 00:00
- 16,129 อ่าน
https://www.facebook.com/v15.0/plugins/share_button.php?app_id=114827815277178&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Dfd6fb96e6a9f630e9%26domain%3Dwww.autodeft.com%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.autodeft.com%252Ff1522fc6f129ac562%26relation%3Dparent.parent&container_width=1&href=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fdefthint%2F3-eco-car-sedan-comparison&layout=button_count&locale=en_US&sdk=joey
https://platform.twitter.com/widgets/tweet_button.2f70fb173b9000da126c79afe2098f02.th.html#dnt=false&id=twitter-widget-0&lang=th&original_referer=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fdefthint%2F3-eco-car-sedan-comparison&size=m&text=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99%203%20%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%20%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C%20%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%20%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%20%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%20%7C%20AUTODEFT%20%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%20%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%96%20%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%20%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%88&time=1760411504263&type=share&url=https%3A%2F%2Fwww.autodeft.com%2Fdefthint%2F3-eco-car-sedan-comparison
เปรียบมวยสามอีโค่คาร์ซีดานในตลาดไทย คันไหนที่โดนใจ..ในแบบที่คุณชอบ มาดูกันเลย
ในที่สุดก็กลับมาคึกตักอีกครั้งกับ รถยนต์อีโค่คาร์หลังจากที่ค่ายรถยนต์ชั้นนำ Mitsubishi ออกมาเปิดตัวรถยนต์ใหม่อย่างเป็นทางการและสร้างสีสันในวงการ ด้วยกา รนำเอาพรีเซนเตอร์มาดเท่ห์ มาริโอ้ มาวาดลีลา ในสไตล์ของความสปอร์ต และ ตอบทุกความครบครัน
ตัวเลือกที่มากขึ้นจากการแนะนำรถยนต์อีโค่คาร์ใหม่ๆ ออก สู่ตลาด อาจจะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น แต่ ก็ยังเป็นปัญหาที่เฝ้าถามกันวา ตกลง เซกเม้นท์เดียวกันนี้ มีกี่รุ่น และ อะไร บ้าง และวันนี้ เราจะมาทบทวนกันว่า ในกลุ่มอีโค่คาร์ ซีดาน 4 ประตู รถเล็กที่เริ่มคุ้นหน้าค่าตาคนไทย จะมีคันไหนบ้างที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ปัจจุบัน

Nissan Almera หรูพอใช้ โชว์ล้ำความประหยัด
คันแรกนี้ ต้องเป็นที่พูดถึงอย่างแน่นนอ เพรา เป็นหัวหอกของค่าย Nissan พอๆ กับที่มัน ทำให้ทุกคนตะลึกงัน ด้วยความใหญ่ยักษ์ที่แม้แต่รถยนต์ ซิตี้คาร์ ยังมีเสียวสันหลังวาบอย่างแน่นอน
การนำเรือนร่างของรถยนต์ไซส์ B+ มาสร้างสีสันด้วยความยาวที่มากขึ้น ความกว้างที่ดีขึ้น แต่ตีตั๋วเด็ก แอ๊บความเป็นอีโค่คาร์ ก็สร้างความหนักใจไม่น้อย หลังจากเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการ และ ก็ติดตาตามถนนเมืองไทยอย่างรวดเร็ว การันตี ด้วยอดขายและยอดจองจำนวนมากจนเกินคาด ซึงดีกว่าพี่น้อง Nissan March เสียอีก
เสน่ห์ที่ลงตัว เริ่มต้นด้วยการออกแบบ ที่เน้นความหรูหรา เคล้าความทันสมัย บรรจบลงตัว ต่อความคลาสสิค ที่ดูแล้วไม่ว่าจะมุมไหน ก็เข้าท่า เข้าที โดยตลอด ด้วยบอดี้ที่มีความใหญ่และลงตัวต่อการใช้งาน
.jpg)
เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร เติมเต็มเข้ามาให้ความประหยัดมากขึ้น ที่จริง Nissan Almera ใหม่ ยกเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ Nissan Marc h มาใช้ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ตอบสนองแรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร แม้จะใหญ่แต่ก็ขับง่ายสบายหายห่วงด้วยระบบเกียร์ Xtronics CVT เช่นเดียวกับที่มันดูดีเมื่อ ในรุ่นท๊อปๆ ยังมีระบบ Idling Stop สามารถ สั่งหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราว เมื่อ ไม่มีความจำเป็นเช่นรถจอดนิ่งเป็นเวลานานๆ ซึ่งนับว่าเป็นความแตกต่างอย่างมี่สไตล์
Honda Brio Amaze ขอแก้ตัวอีกครั้ง และ ทำได้ดี
อาจจะเรียกว่าเป็นรถยนต์ ที่หลายคนจับตามองอย่างมาก กับอีโค่คาร์ของค่ารถยนต์ Honda และหลังจากโดยกระแสพายุโหมโรงในเวอร์ชั่น 5 ประตู การกลับมาในเวอร์ชั่น 4 ประตู ก็ดูจะเป็นอะไรที่ทุกคนเฝ้ารอคอยพอสมควรเลยทีเดียว

การออกมาเร่งเปิดตัว Honda Brio Amaze เรียกว่าเป็นเกมที่สร้างความฮือฮาอย่างมากในปีที่ผ่านมา ด้วยจังหวะเวลา ที่ต้องทันกระแสนโยบายรถยนต์คันแรก ซึ่งหลายคนมองหารถยนต์ที่มาตอบโจทย์ แต่ในกลุ่มสี่ประตูเอง ยังมีเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น จึงสบช่องฮอนด้า ในฐานะแบรนด์รถยนต์นั่งที่รับความวางใจมานาน และ เป็นการแก้ไขอีกครั้งของค่าย
Honda Brio amaze จึงออกสู่ตลาดออย่างเป็นทางการ ในช่วงไตมาสที่ 3 ปีที่แล้ว ด้วยการแนะนำทรวดทรงซีดานมาตอบโจทย์ ที่จริง ตัวรถ ดูเหมือน Honda City ย่อส่วนมากกว่า แต่ก็ให้ความเป็นปัจเจกทางด้านการออกแบบ หยิบยืมเอามาจาก Honda Brio ที่ดูลงตัวกว่า 5 ประตูมากมายหลายขุม แนะนำมาพร้อมสไตล์ความสปอร์ตทันสมัย ที่มีความแตกต่างจากคู่แข่งชัดเจน

มีความสดใสอยู่ในจิตวิญญาณ และเน้นการใช้งานที่นั่งนิ่มสบายตลอดทาง ด้วยห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 110 นิวตันเมตร ตอบโจทย์การขับขี่ด้วยระบบเกียร์ CVT สามารถเรียกสมรรถนะได้ดีในทุกการขับขี่
สไตล์ที่บงตัวสมรรนถะที่โดนใจ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า หลังเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการ Honda Brio Amaze กลายเป็นรถยนต์ที่ได้รับความไว้ใจอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนที่ทวีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในถนนเมืองไทย
Mitsubishi Attrage …มากกว่าอย่างล้ำลึก
ในที่สุด เราก็มาถึงน้องเล็กล่าสุด ที่เพิ่งเปิดตัวอออกมาอย่างเป็นทางการกับรถยนต์อีโค่คาร์ซีดานใหม่ Mitsubishi Attrage ที่กลับมาตีตลาดอีกครั้ง หลังจากที่ค่ายรถยนต์ทรีไดมอนด์สร้างความสำเร็จไปแล้วเมื่อปีกลายในการแนะนำรถยนต์ Mitsubishi Mirage ใหม่ ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ

การมาของ Mitsubishi Attrage ก็ได้รับความสนใจพอสมควร โดยเฉพาะแนวทางที่ค่ายรถยนต์เจ้านี้จะตัดออกมานำเสนอ แก่ กลุ่มลูกค้า ที่เฝ้ารอ ยิ่งสาวกของค่ายนี้เอง เป็นคนที่รักในสมรรถนะชอบความสปอร์ตเป็นทุนเดิม ก็ยิ่งทำให้ พวกเขามองหาทางเลือกใหม่ๆ มากกว่าที่มีอยู่ในตลาดแล้ว
Attarge เป็นชื่อที่มาจากคำว่า Attractive บวกเข้ากับ Mirage ทำให้ฝังดูแล้วป่วนหูสักหน่อย แต่เมื่อดูรถคันจริงที่วางขายอย่างเป็นทางการ ภาพลักษณ์ความสปอร์ตถูกเพิ่มดีกรีด้วยความหรูหรา อย่างกระจังหน้า โครเมี่ยมใหม่ ที่มีความลงตัวมากขึ้น หรือจะเป็นเรือนร่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จนเกือบเท่าซิตี้คาร์บางรุ่น
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ค่ายมิตซูบิชิจะหวัง ว่าพวกเขาจะปั้นลูกค้าบางส่วนได้จากคนที่ต้องการซื้อรถยนต์ซิตี้คาร์ แต่ต้องการจ่ายน้อย หากแต่ยังมีออพชั่นเต็มๆ ให้เลือกใช้งานได้อย่างลงตัวพอเหมาะพอเจาะ

ด้านเครื่องยนต์ Mitsubishi Attarge ยังคงใช้เครื่องยนต์เดียว กับ Mitsubishi Mirage ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้า มาพร้อมระบบเกียร์ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ตามความต้องการ แต่ทีเด็ดยังอยู่ที่เลขประหยัด ที่ยังคงความเป็นผู้นำ 22 กิโลเมตร/ลิตร สูงสุดในตลาดอีโค่คาร์จากผลของห้องทดลองในการทดสอบ ตามกฎอีโค่คาร์
เป็นอย่างไร กันบ้างกับทั้ง 3 รุ่น ของรถยนต์อีโค่คาร์ในเวอร์ชั่น 4 ปี ประตูซีดาน ที่ออกมาให้คนไทยได้สัมผัสกันอย่างลงตัวมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ใครรักคันไหน ก็ดูกันตามความเหมาะสม เพราแต่ละคัน ก็มีข้อดีและด้อย ต่างกันไป
![[ครบชุด] T1310071 วยเต ยวส ตรแม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-612.png)
![[ครบชุด] T1310082 นดานแก ยาก Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-613.png)