• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1310072 เร อนหอ ไม อเจ าสาว Ep.2

admin79 by admin79
October 14, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T1310072 เร อนหอ ไม อเจ าสาว Ep.2

AUDI RS E-TRON GT หัวขบวนของรถไร้เครื่องยนต์แต่รวยห่วง

9 Apr 2021

นอกจาก AUDI E-TRON GT QUATTRO (เอาดี อี-ทรอน จีที กวัตตโร) ที่เพิ่งผ่านตาไปแล้ว รถเก๋งคูเปพลังไฟฟ้าอีกโมเดลหนึ่งที่ค่าย “สี่ห่วง” นำออกอวดตัวผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2021 คือ AUDI RS E-TRON GT (เอาดี อาร์เอส อี-ทรอน จีที) ที่กำลังเปิดโอกาสให้คนรักรถสัมผัสได้ด้วยสายตาในขณะนี้

   หากตั้งคำถามว่าทำไมต้องมีรถติดป้ายชื่อ AUDI RS E-TRON GT ? ก็จะอธิบายได้ โดยเทียบเคียงกับกรณีของรถเก๋งคูเปขนาดเล็กที่สุดของค่ายนี้ คือ รถ AUDI A5 COUPE (เอาดี เอ 5 คูเป) รุ่นปัจจุบัน ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2016 และได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” เมื่อปลายปี 2019 รถอนุกรมนี้มีให้เลือก 9 โมเดล รถโมเดลหัวกะทิ คือ AUDI A5 COUPE 50 TDI QUATTRO (เอาดี เอ 5 คูเป 50 ทีดีไอ กวัตตโร) ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,967 ซีซี 210 กิโลวัตต์/286 แรงม้า และมีน้ำหนักตัวพร้อมขับ 1,730 กก. จากนั้นก็มีการพัฒนาต่อกิ่งต่อยอดทอดแรกเป็นรถ AUDI S5 COUPE (เอาดี เอส 5 คูเป) ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์แรงขึ้น คือ เครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,967 ซีซี 251 กิโลวัตต์/341 แรงม้า และน้ำหนักรถพร้อมขับก็เพิ่มขึ้นเป็น 1,785 กก. ปิดท้ายด้วยการพัฒนาต่อยอดทอดที่ 2 เป็นรถ AUDI RS5 COUPE (เอาดี อาร์เอส 5 คูเป) ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์แรงขึ้น คือเครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,894 ซีซี 331 กิโลวัตต์/450แรงม้า แต่มีการเปลี่ยนรายละเอียดอื่นๆ มากมายจนน้ำหนักรถพร้อมขับกลับลดลงเป็น 1,707 กก. กล่าวอย่างย่นย่อก็คือ จากรถ AUDI A5 COUPE พัฒนาเป็นรถ AUDI S5 COUPE แล้วก็พัฒนาเป็นรถ AUDI RS5 COUPE นั่นเอง   ที่แตกต่างกันก็คือ การพัฒนาจาก AUDI A5 COUPE เป็น AUDI RS5 COUPE นั้น มีการเปลี่ยนแปลงหน้าตาและรายละเอียดต่างๆ ที่มองเห็นได้ชัดอยู่มากมาย แต่การพัฒนาโดยการก้าวกระโดดจาก AUDI E-TRON GT เป็น AUDI RS E-TRON GT นี้ แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยที่สัมผัสได้ด้วยสายตา จุดเปลี่ยนที่พอหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างได้ก็คือ ชื่อโมเดลที่ติดอยู่บนตัวถัง การเปลี่ยนขนาดล้อจาก 19 นิ้ว เป็น 20 หรือ 21 นิ้ว และการเปลี่ยนไฟหน้าเป็นไฟ MATRIX LED (แมทริกซ์ แอลอีดี) การเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญอยู่ที่จุดเดียว คือการเพิ่มสมรรถนะของรถ      รถโมเดลหัวกะทิโมเดลนี้ ยังคงใช้ระบบขับแบบเดียวกันกับรถซึ่งเป็นต้นตอ คือใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ขับล้อคู่หน้าคู่หลัง แต่เพิ่มขนาดของมอเตอร์ขับล้อคู่หลัง ซึ่งส่งผลให้กำลังรวมสุทธิเพิ่มจาก 350 กิโลวัตต์/476 แรงม้า เป็น 440 กิโลวัตต์/598 แรงม้า คือ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25.7 และก็เช่นเดียวกันกับรถซึ่งเป็นที่มา คือ สามารถโอเวอร์บูสต์กำลังที่ว่านี้เป็น 475 กิโลวัตต์/646 แรงม้า ในช่วงเวลาสั้นๆ คือไม่เกิน 2.5 วินาที ส่วนระบบเกียร์ที่ใช้ก็ยังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 2 จังหวะ อุปกรณ์ป้อนพลังไฟฟ้าก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คือยังเป็น แบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน 800 โวลท์ ขนาดความจุรวม 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง การติดตั้งก็ทำเช่นเดิม คือติดตั้งอยู่กับพื้นรถในตำแหน่งที่ส่งผลให้อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักทั้งหมดของตัวรถลงสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลัง มีค่าใกล้เคียงที่สุดกับค่าสมบูรณ์แบบ คือ 50:50   การเปลี่ยนแปลงในจุดสำคัญนี้ส่งผลเป็นอย่างมากต่ออัตราเร่ง แต่ส่งผลไม่มากนักกับตัวเลขความเร็ว อัตราการสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า และระยะทางที่รถวิ่งได้ กล่าวคือ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ลดเวลาจาก 4.5 เป็น 3.3 วินาที และจาก 4.1 เป็น 3.3 วินาที กรณีใช้แรงบูสต์ ส่วนความเร็วสูงสุดเพิ่มขีดจำกัดจาก 245 เป็น 250 กม./ชม. และเมื่อวัดตามมาตรฐานใหม่คือ WORLDWIDE HARMONIZED LIGHT VEHICLES TEST PROCEDURE ซึ่งนิยมเรียกกันโดยย่อว่า WLTP และเชื่อกันว่าให้ตัวเลขใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากกว่ามาตรฐานเก่า จะมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ย 0.206-0.225 กิโลวัตต์ชั่วโมง/กม. และรถจะวิ่งได้ไกล 433-472 กม.เมื่อชาร์จไฟเต็ม   เริ่มการจำหน่ายในเยอรมนีพร้อมกับการเปิดตัวเช่นกัน ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 เริ่มต้นที่ 138,200 ยูโร หรือประมาณ 5.11 ล้านบาทไทย คือ แพงขึ้นถึงร้อยละ 38.5   AUDI RS E-TRON GT

  • รถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่แรงที่สุดและเร็วที่สุดของค่ายเอาดี
  • มิติตัวถัง 4.989×1.964×1.396 ม. สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.24
  • มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด 440 กิโลวัตต์/598 แรงม้า แบทเตอรี 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.(จำกัด)
  • ราคารวมภาษีในเยอรมนี เริ่มต้นที่ 138,200 ยูโร (ประมาณ 5.11 ล้านบาทไทย)

LAMBORGINI FENOMENO รถสปอร์ท “ไฮเพอร์คาร์” ติดตรา “กระทิงดุ” จำกัดจำนวนผลิต 29+1 คัน

23 Sep 2025

LAMBORGINI FENOMENO รถสปอร์ท “ไฮเพอร์คาร์” ติดตรา “กระทิงดุ” จำกัดจำนวนผลิต 29+1 คัน

รถใหม่จากเมืองมะกะโรนีอีกแบบหนึ่งที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังใน “ระเบียงรถใหม่” เดือนนี้ เป็นผลงานของค่าย “กระทิงดุ” ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของอิตาลี ซึ่งเล่าขานจนเป็นตำนานว่า ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1963 เพราะผู้ก่อตั้งกิจการ คือ FERRUCCIO LAMBORGHINI (แฟร์รุชโช ลัมโบร์กินี) ผู้เป็นเจ้าของกิจการอุตสาหกรรม และมีชีวิตระหว่างปี 1916-1993 เกิดความรู้สึกขุ่นเคืองใจในบริการที่ได้รับจากผู้ผลิตรถสปอร์ท “ม้าลำพอง”

เพิ่งเปิดตัวในเวลาใกล้เคียงกันทั้งในอิตาลี และสหรัฐอเมริกา เมื่อวันศุกร์ที่ 15 และวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2025 เป็นรถโมเดลพิเศษที่ค่ายนี้เรียกในภาษาอังกฤษว่า FEW-OFF MODEL (ฟิว-ออฟฟ์ โมเดล) คือ เป็นรถที่ผลิตจำหน่ายจำนวนน้อยๆ ไม่ใช่รถโหล จึงเป็นที่หมายปองของบรรดานักสะสมรถ ที่ไม่มีปัญหากับราคาค่าตัว ส่วนชื่อรุ่นของรถ คือ FENOMENO (เฟโนเมโน) เป็นคำนามในภาษาอิตาลี ซึ่งตรงกับ PHENOMENON (ฟีโนมีนอน) ในภาษาอังกฤษ หรือ “ปรากฏการณ์” ในภาษาไทย

ในอดีตค่าย “กระทิงดุ” ทำรถผลิตจำนวนน้อยๆ มาแล้วหลายแบบหลายรุ่น ตัวอย่างเช่น LAMBORGHINI SESTO ELEMENTO (ลัมโบร์กินี เซสโต เอเลเมนโต) รถคูเป 419 กิโลวัตต์/570 แรงม้า ซึ่งปรากฏตัวในปี 2010 และผลิตรวม 20 คัน LAMBORGHINI VENENO (ลัมโบร์กินี เวเนโน) รถคูเป และโรดสเตอร์ 552 กิโลวัตต์/750 แรงม้า ซึ่งผลิตรวม 13 คัน ระหว่างปี 2013-2014 LAMBORGHINI CENTENARIO (ลัมโบร์กินี เชนเตนารีโอ) รถคูเป และโรดสเตอร์ 566 กิโลวัตต์/770 แรงม้า ซึ่งผลิตรวม 40 คัน ระหว่างปี 2016-2017 LAMBORGHINI SIAN FKP 37 (ลัมโบร์กินี ซีอาน เอฟเคพี 37) รถคูเป และโรดสเตอร์ 602 กิโลวัตต์/819 แรงม้า ซึ่งผลิตรวม 63 คัน ระหว่างปี 2020-2022 และ LAMBORGHINI COUNTACH LPI 800-4 (ลัมโบร์กินี คูนทาช แอลพีไอ 800-4) รถคูเป และโรดสเตอร์ 602 กิโลวัตต์/819 แรงม้า ซึ่งผลิตรวม 112 คัน ในปี 2022

รถผลิตจำนวนน้อยๆ และจำกัดจำนวนผลิต LAMBORGHINI FENOMENO (ลัมโบร์กินี เฟโนเมโน) เป็นรถสปอร์ท “ไฮเพอร์คาร์” ที่ไม่ได้ออกแบบ/พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่มีพื้นฐานมาจากรถที่อยู่ในสายการผลิตปัจจุบัน คือ LAMBORGHINI REVUELTO (ลัมโบร์กินี เรบูเอลโต) ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2023 ในฐานะตัวตายตัวแทนของรถรุ่นเดิม คือ LAMBORGHINI AVENTADOR (ลัมโบร์กินี อเวนตาโดร์) ที่อยู่ในสายการผลิตยาวนานกว่า 1 ทศวรรษ เป็นรถ 2 ประตูคูเป 2 ที่นั่ง ขับเคลื่อนทุกล้อ ติดตั้งประตูข้างที่เปิด-ปิดแบบขากรรไกร และติดตั้งระบบ PLUG-IN HYBRID (พลัก-อิน ไฮบริด) หรือไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ซึ่งให้กำลังรวมสูงสุด 746 กิโลวัตต์/1,015 แรงม้า และส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 2.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้สูงกว่า 350 กม./ชม.

มีขนาดตัวถัง ยาว 5.014 ม. กว้าง 2.076 ม. และสูง 1.161 ม. คือ ใกล้เคียงกันมากกับรถซึ่งเป็นที่มา ซึ่งยาว 4.947 ม. กว้าง 2.033 ม. และสูง 1.160 ม. ส่วนช่วงฐานล้อนั้นยาว 2.779 ม. เท่ากัน แต่หน้าตา และรายละเอียดภายนอกของตัวถังที่ว่านี้ ดูไม่เหมือนกันเลยกับรถซึ่งเป็นที่มา โดยเฉพาะเมื่อมองตรงๆ จากด้านหลัง หรือด้านหน้า แทบไม่มีร่องรอยเลยว่ารถ LAMBORGHINI REVUELTO คือ ที่มาของรถ LAMBORGHINI FENOMENO 

เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ ด้วยระบบขับที่ยกมาทั้งชุดจากรถซึ่งเป็นที่มา แต่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในหลายๆ จุดเพื่อเพิ่มพละกำลัง คือ เป็นระบบขับ PLUG-IN HYBRID (พลัก-อิน ไฮบริด) หรือไฮบริดชนิดไม่ต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟแบทเตอรี ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน วี 12 สูบ 6,498 ซีซี ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ชุด แบทเตอรี LITHIUM-ION (ลิเธียม-ไอออน) ขนาดความจุ 3.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง และระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ

การเปลี่ยนแปลงที่กล่าวข้างต้น จุดใหญ่ใจความ คือ การปรับแต่งจนกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นนิดหน่อย คือ จาก 607 กิโลวัตต์/825 แรงม้า เป็น 614 กิโลวัตต์/835 แรงม้า (ตัวเลขที่ทำให้กล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า นี่คือเครื่องยนต์ วี 12 สูบ ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 6 ทศวรรษของค่าย “กระทิงดุ”) ถัดไป คือ การเพิ่มขนาดของมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ชุด ให้กำลังรวม 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า เป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ชุด ให้กำลังรวม 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า และเปลี่ยนแบทเตอรีเป็นแบทเตอรีขนาดความจุ 7.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง ส่วนระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 

ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งปวงนี้ กำลังรวมสูงสุดของระบบขับ พุ่งจาก 746 กิโลวัตต์/1,015 แรงม้า เป็น 794 กิโลวัตต์/1,080 แรงม้า คือ สูงขึ้นร้อยละ 6.4 และสูงกว่าระบบขับแบบใดๆ ที่เคยพบเคยเห็นกันในรถสปอร์ท และรถกิจกรรมกลางแจ้งทุกแบบทุกรุ่นของค่ายนี้

สมรรถนะความเร็วตามข้อมูลของค่าย “กระทิงดุ” เห็นตัวเลขแล้วมือไม้สั่น คือ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาแค่ 2.4 วินาที อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ทำได้ในเวลาแค่ 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุดไม่บอกตัวเลขชัดเจน แต่บอกว่าเร็วกว่า 350 กม./ชม. ส่วนการห้ามล้อ 100-0 กม./ชม. ใช้ระยะทาง 30 ม.

จำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 30 คัน และ 1 คันในจำนวนนี้ มีเป้าหมายแล้วว่าจะนำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของ LAMBORGHINI ซึ่งอยู่ที่เมือง BOLOGNA (โบโลนญา) ในอิตาลี ส่วนที่เหลืออีก 29 คัน ก็มีผู้ซื้อแล้วทุกคัน แม้ว่าตั้งค่าตัวไว้สูงถึง 3 ล้านยูโร หรือประมาณ 114 ล้านบาทไทย

LAMBORGHINI FENOMENO

  • รถสปอร์ท “ไฮเพอร์คาร์” ประตูขากรรไกร ขับเคลื่อนทุกล้อด้วยพลังของ ICE
  • มิติตัวถัง 5.014×2.076×1.161 ม. ห้องโดยสาร 2 ที่นั่ง
  • ระบบขับ PLUG-IN HYBRID กำลังรวมสูงสุด 794 กิโลวัตต์/1,080 แรงม้า
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.4 วินาที ความเร็วสูงสุด สูงกว่า 350 กม./ชม.
  • ราคาในอิตาลี 3 ล้านยูโร (ประมาณ 114 ล้านบาทไทย)

Share

Previous Post

[ครบชุด] T1310082 นดานแก ยาก Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T1310083 านท ไม ใครอยากอย Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T1310083 านท ไม ใครอยากอย Ep.2

[ครบชุด] T1310083 านท ไม ใครอยากอย Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.