เผยโฉม Praga R1 รถแข่งสัญชาติเช็ก ผลิตด้วยมือทั้งคัน หนักเพียง 592 กก.
โดย Admin
โพสต์เมื่อ 25 December 2555
Praga Cars บริษัทผู้ผลิตรถสาธารณรัฐเช็กที่มีอายุเก่าแก่กว่า 105 ปี เผยโฉม R1 รถแข่งรุ่นล่าสุดผลิตด้วยมือทั้งคัน มาพร้อมกับมิติตัวถังขนาดยาว 4,144 มม กว้าง 1,800 มม และสูงเพียง 965 มม ขณะที่ระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,527 มม
R1 มีน้ำหนักตัวถังเพียง 592 กก เท่านั้นจากการใช้โครงสร้างโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์เสริมความแกร่งด้วยคานขวางและแผงด้านบนหลังคาทำจากโลหะ ขณะที่กันชนหน้าและกันชนหลังใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่พัฒนามาเป็นพิเศษมีน้ำหนักเบาและดูดซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยครบครันสไตล์รถแข่งทั้งถังดับเพลิง เข็มขัดนิรภัยแบบหกจุด ถังน้ำมันนิรภัยความจุ 60 ลิตรและกระจกโพลีคาร์บอเนตที่ไม่เป็นอันตรายต่อตัวนักแข่ง
เครื่องยนต์วางตามยาว บล็อก 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร เทคโนโลยีของค่าย Renault Sports ผลิตพละกำลัง 210 แรงม้าที่ 7,500 รอบ/นาที มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ 356 แรงม้าต่อตัน ขณะที่แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 220 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ Hewland JFR แบบ 6 สปีด พร้อมระบบ paddle shift แบบทำงานด้วยลมของแบรนด์ KMP
ระบบเบรกมั่นใจได้ทุกสภาวะด้วยคาลิปเปอร์สี่สูบของ AP ขณะที่ช่วงล่างทั้งช็อกอัพและสปริงใช้แบบปรับได้ของ Koni ขณะที่เหล็กกันโคลงก็ปรับองศาได้เช่นกัน ส่วนล้ออัลลอยใช้ขนาด 15 นิ้ว กว้าง 8 นิ้วหุ้มยาง Dunlop 200/580 R15 ที่ล้อหน้าและขนาด 16 นิ้ว หน้ากว้าง 10.5 นิ้ว พร้อมยาง Dunlop 265/605 R16 ที่ล้อหลัง
Praga R1 จะออกประลองความเร็วในการแข่งขันซีรีส์ Praga Cup ในสนามแข่งทั่วภูมิภาคยุโรปฤดูกาลหน้า
เทคนิคการเข้าโค้ง ของรถยนต์ขับหน้า ขับหลัง และขับสี่

ระบบส่งกำลัง หรือที่เรียกว่า Drivetrain (ไดรฟ์เทรน) ถือเป็นหนึ่งในประเด็นยอดฮิต ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อถกเถียงในวงสนทนาของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ เรียกได้ว่า เมื่อคนบ้ารถมาเจอกัน ก็ต้องมีการพูดถึงข้อดีของรถขับหน้า จุดเด่นของรถขับหลัง รวมไปถึงข้อได้เปรียบของรถขับสี่
เพราะฉะนั้น ผมก็เลยถือโอกาสเรียบเรียงบทความนี้ เพื่อสรุปจุดเด่นแบบคร่าวๆ ชองการส่งกำลังแต่ละชนิด รวมไปถึงเทคนิคการเข้ารถแต่ละประเภท ซึ่งถือเป็นอะไรที่น่าสนใจเลยทีเดียว

สำหรับเนื้อหาส่วนใหญ่ของบทความนี้ ผมได้เรียบเรียงมาจากวิดีโอ FWD vs RWD vs AWD: Know How to Handle Your Junk!ดำเนินรายการโดยนักแข่งสุดเก๋า Randy Pobst และดำเนินการผลิตโดยนิตยสารรถยนต์ชื่อดัง Motor Trend(ผมได้แปะลิงค์ไว้ที่ด้านท้ายของบทความ เผื่อว่าท่านผู้อ่านอยากจะชมวิดีโอแบบออริจินอล)
รถขับหลัง (Rear-wheel drive = RWD)

รถยนต์ที่ลุง Randy นำมาสาธิตในวันนี้ก็คือรถสปอร์ตขนาดกลาง-ขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่ขับสนุกมากที่สุดคันหนึ่ง นั่นก็คือ Mazda MX-5 นั่นเองครับ สำหรับจุดเด่นของรถประเภทนี้อยู่ตรงที่ การถ่ายน้ำหนัก (Weight Transfer) โดยปกติแล้ว ในขณะเร่งออกตัวหรือว่าเร่งออกจากโค้ง น้ำหนักส่วนใหญ่ของตัวรถจะถูกถ่ายเทไปที่ด้านหลัง ส่งผลให้ล้อหลัง (ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อน) มีแรงยึดเกาะที่เพิ่มขึ้น และด้วยข้อได้เปรียบในเรื่องของการถ่ายน้ำหนักนี้เอง ที่ทำให้รถขับหลังสามารถเร่งออกจากโค้งได้อย่างสมดุลและเป็นธรรมชาติ
สำหรับเทคนิคของการเข้าโค้งสำหรับรถขับหลัง มีขั้นตอนดังนี้ ให้เริ่มเบรกตั้งแต่ทางตรง จากนั้นค่อยๆ ปล่อยเบรกและเลี้ยวไปพร้อมๆ กัน จนกระทั่งถึงกึ่งกลางของโค้ง หลังจากนั้นให้เติมคันเร่งและคืนพวงมาลัยอย่างช้าๆ พยายามบังคับให้ตัวรถบานออกจากโค้งให้น้อยที่สุด (หรือที่เรียกว่า การออกโค้งแบบ Late Apex)

เรซซิ่ง-ไลน์ของรถขับเคลื่อนล้อหลัง
รถขับหน้า (Front-wheel drive = FWD)

Ford Focus สีเหลืองสดคันนี้ มาในบอดี้แบบแฮทช์แบค 5-ประตู พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และด้วยข้อได้เปรียบในเรื่องของขนาดที่กะทัดรัด และน้ำหนักที่เบาหวิว ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า กลายมาเป็นระบบขับเคลื่อนที่ถูกใช้มากที่สุดในโลก นอกจากนั้นแล้ว ระบบขับเคลื่อนล้อหน้ายังมีจุดเด่นในแง่ของ ประสิทธิภาพการส่งกำลัง เนื่องจากว่าเป็นระบบกำลังที่มีชิ้นส่วนน้อยชิ้น ทำให้ระบบการขับเคลื่อนล้อหน้ามีประสิทธิภาพสูงที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับระบบขับหลังและขับสี่
สำหรับเทคนิคของการเข้าโค้งสำหรับรถขับเคลื่อนล้อหน้านั้น มีขั้นตอนดังนี้ เบรกให้หนักและหักพวงมาลัยเพื่อเก็บเอเป็กซ์ (ในจังหวะนี้ น้ำหนักจะถูกถ่ายเทมาด้านหน้า ส่งผลให้แรงยึดเกาะที่ล้อหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล รถขับหน้าจึงสามารถมุดเข้าโค้งได้ง่ายกว่ารถขับหลัง) เมื่อรถเข้าสู่กึ่งกลางของโค้งแล้ว ให้เหยียบคันเร่งเพื่อเร่งออกจากโค้ง โดยวิถีที่ออกจากโค้งนั้นควรรักษาให้เป็นเส้นตรงมากที่สุด (ออกโค้งให้ Late Apex ‘มากกว่า’รถขับหลัง)

เรซซิ่ง-ไลน์ของรถขับเคลื่อนล้อหน้า
รถขับเคลื่อนสี่ล้อ (4-wheel drive = 4WD)

Subaru WRX รถซีดานสายพันธุ์แรลลี่คันนี้ ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูล-ไทม์ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ แรงยึดเกาะ อันมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เร่งออกตัว ระบบส่งกำลังแบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะสามารถถ่ายทอดแรงม้าทุกตัวลงไปที่ล้อทั้งสี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้น จุดเด่นของรถประเภทนี้ก็คือ อัตราเร่งระดับพระเจ้า นั่นเองครับ
เนื่องจาก ข้อได้เปรียบของรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อก็คืออัตราเร่งที่เร็วจนน่าขนลุก เพราะฉะนั้น เทคนิคการเข้าโค้งของรถยนต์ประเภทนี้ก็คือ การหาไลน์ที่เป็นเส้นตรงที่สุด เพื่อให้รถสามารถพุ่งออกจากโค้งให้ได้เร็วที่สุด
เทคนิคของการเข้าโค้งสำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ มีขั้นตอนดังนี้ เบรกให้หนักและอย่าเพิ่งหักพวงมาลัยจนกว่าความเร็วจะลดลงจนถึงความเร็วที่ต้องการ จากนั้นให้หักพวงมาลัยแบบสุดชีวิตเพื่อพลิกให้หน้ารถกลับมุ่งไปทางออกของโค้ง หลังจากนั้นให้กดคันเร่งแบบจมดิน ล้อทั้งสี่จะช่วยกันตะกุยทำให้รถสามารถเร่งออกจากโค้งได้แบบเร็วสุดๆ เลยล่ะครับ

เรซซิ่ง-ไลน์ของรถขับเคลื่อนสี่ล้อ
ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับเทคนิคการเข้าโค้ง รวมไปถึง เรซซิ่ง-ไลน์ (Racing line) ของรถแต่ละแบบ หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อย ก่อนจะจบบทความนี้ ก็อยากจะฝากไว้สักนิดนะครับว่า เทคนิคที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเทคนิคที่ใช้ในการขับรถในสนามแข่งเท่านั้นนะครับ อย่าได้ไปเข้าโค้งแบบเรซซิ่งไลน์บนสาธารณะเชียวล่ะ…
ขับรถปลอดภัยครับผม 🙂
![[ครบชุด] T1510027 ตล กต ดท ไม ทธ เร ยกร อง Ep,2 (ตอนจบ)](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-629.png)
![[ครบชุด] T1510011 แยกก นอย อนจะเกล ยดก Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-630.png)