“Praga R1” รถสปอร์ตแนวใหม่จากสโลวะเกียเตรียมพร้อมขายหลังทดสอบในสนามแล้ว
โพสโดย : admin / วันที่ : 18 October 2013
หมวดหมู่ : ข่าวรถใหม
“Praga R1” รถสปอร์ตแนวใ
น้อยครั้งนักที่จะมีรถสปอร์ตมาจากบริษัทที่ไม่ค่อยรู้จักนัก แต่ล่าสุดนั้นทาง “Praga” ค่ายยานยนต์จากประเทศสโลวะเกียก็ได้เตรียมเปิดตัวรถสุดแรงของพวกเขาในชื่อ “R1” ออกมาซึ่งมันจะเป็นรถสปอร์ตเบาที่มีน้ำหนักเพียงแค่ 600 กิโลกรัม (1,322 ปอนด์) เท่านั้นในส่วนของตัวถังรถ
เจ้ารถคันนี้นั้นจะใช้เครื่องยนต์ของทาง “RenaultSport motor” ขนาดกำลัง 207 แรงม้าโดยทาง Praga จะปรับแต่งมอเตอร์แบบพิเศษเข้าไปพร้อมชุดคิทแบบ turbocharger ที่จะเพิ่มกำลังเป็น 346 แรงม้า (350PS) ซึ่งมันทดสอบเวลาในสนามแข่งขัน SlovakiaRing track ได้อยู่ที่ 1:58.42 นาที
นอกจากนี้เจ้า R1 คันนี้ยังออกแบบเป็นอย่างดีให้เหมาะสมกับการขับบนถนนเนื่องจากมันทำแรงจีสูงสุดขณะขับขี่เพียงแค่ 2.4 G เท่านั้นในขณะเข้าโค้งและสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 248 กิโลเมตร/ชั่วโมง (154 ไมล์) ในช่วงทางตรงของสนามและได้ทำการทดสอบทางด้านวิศวกรรมและฟิสิกส์มาอย่างดีแล้วจากทีมงานของ “Praga team”





Mercedes-AMG GT S ตัวแรงน้องใหม่ในตระกูล AMG GT ราคาค่าตัว 14.9 ล้านบาท
in New Car

Share on FacebookShare on TwitterShare on Line
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัว Mercedes-AMG GT S น้องใหม่ในตระกูล AMG GT ที่ได้รับการพัฒนาทั้งด้านเครื่องยนต์ ระบบเบรก ระบบกันสะเทือน ตลอดจนดีไซน์ทั้งภายในและภายนอก เติมเต็มไลน์อัพรถสปอร์ตสมรรถนะสูงด้วยราคาที่ถูกลง
Mercedes-AMG GT R เป็นยอดสูงสุดของสปอร์ตตระกูล AMG GT โดยมาพร้อมกับราคาค่าตัว 17.4 ล้านบาท ด้วยราคาระดับนี้คนที่สามารถเป็นเจ้าของได้อาจมีไม่มาก การมาของน้องเล็ก GT S ช่วยให้คนที่มองรถสปอร์ตตระกูลนี้เข้าถึงได้งายขึ้นด้วยราคา 14.9 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกัน รถทั้ง 2 รุ่นนี้คือฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ต่างแค่หัวใจภายในเท่านั้น

ดีไซน์ภายนอกของ GT S โดดเด่นด้วยการออกแบบฝากระโปรงหน้าแบบ jet wing ที่แสดงให้เห็นถึงความกว้าง ปราดเปรียว ดูลู่ขนานไปกับพื้นถนน กระจังหน้าแบบ AMG สอดรับกับฝากระโปรงหน้ายาวและทรงพลัง ช่องรับอากาศที่กว้าง ช่วยให้อากาศไหลผ่านเข้าสู่ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้ดียิ่งขึ้น

GT Sมาพร้อมกับชุดล้อ AMG 10 spoke ล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว ยางหน้า 265/35 R19 ล้อหลังขนาด 20 นิ้ว ยางหลัง 295/30 R30, ระบบไฟหน้าแบบ LED High Performance, ระบบท่อไอเสีย AMG Performance Exhaust System, สปอยเลอร์หลังปรับตามความเร็วอัตโนมัติ และระบบเบรก AMG High-Performance Composite Brake พร้อมคาลิเปอร์สีแดง

โครงสร้างตัวรถน้ำหนักเบาแบบ spaceframe ผลิตจากอลูมิเนียม แม็กนีเซียม และเหล็กกล้า ซึ่งทำให้ตัวรถมีศูนย์ถ่วงที่ต่ำ นอกจากนี้ยังมีเหล็กคานขวางอลูมิเนียมที่ช่วยปกป้องขณะพลิกคว่ำและยังมีวัสดุดูดซับเสียงรบกวนเพิ่มเติมอีกด้วย มิติตัวรถยาว 4,544 มม. กว้าง 1,939 มม. สูง 1,288 มม.


ภายในมาพร้อมเบาะหนัง Nappa ที่อยู่ต่ำเพื่อช่วยโอบล้อมผู้ขับขี่ให้รู้สึกราวกับอยู่ในรถแข่ง, พวงมาลัย AMG Performance Steering wheel หรือสามารถสร้างความโดดเด่นให้มากยิ่งขึ้นด้วยชุดเบาะแบบเอเอ็มจีที่สามารถปกป้องร่างกายของผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้มากขึ้นด้วยพนักพิงหลังที่มีความโค้งและเสริมด้วยวัสดุเพื่อความนุ่มสบายที่ด้านข้างมากกว่าเบาะที่นั่งแบบมาตรฐาน เพิ่มความสปอร์ตแต่หรูหรา ด้วยวัสดุโครเมียมสีเงินบนคอนโซลกลาง ช่องแอร์ และที่พักแขน แผงหน้าปัดกว้าง ทำให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกราวกับถูกโอบล้อมด้วยปีกนก


ห้องโดยสารสามารถเปลี่ยนสีได้หลากหลาย เพื่อเพิ่มสุนทรียะในการขับขี่ด้วยเครื่องเล่น DVD รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ ระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต COMAND Online พร้อมด้วยระบบเสียง Burmester


ไฉไลต์สำคัญของ GT S คือขุมพลังที่ประจำการอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้า แม้ว่าจะเป็นเครื่อง V8 4.0 ลิตร Bi-Turbo บล็อกเดียวกันกับแฝดผู้พี่ แต่ GT S มีพละกำลังน้อยกว่า โดยมีแรงม้าสูงสุด 522 ตัว ที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร ที่ 1,900-5,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด AMG SPEEDSHIFT DCT มีแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัย เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 310 กม./ชม.

Mercedes-AMG GT S มีระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL ด้วยการใช้โครงสร้างปีกนกสองชั้นเพื่อรักษาสมดุลของล้อ และติดสปริงไว้ด้านบน ระบบการขับขี่ AMG DYNAMIC SELECT มีให้เลือก 5 โหมด ได้แก่ Comfort, Sport, Sport+, RACE และ Individual
เกียร์ AMG SPEEDSHIFT DCT 7 สปีด มีการปรับปรุงให้ใช้ระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์สั้นลงโดยเฉพาะเกียร์ 3-7 รองรับการขับขี่สไตล์สปอร์ตด้วยการติดตั้งปุ่มชิฟท์เกียร์สีเงินที่พวงมาลัยเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์แมนนวลได้อย่างสนุกสนาน

ด้านระบบความปลอดภัย ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system), ระบบตรวจวัดแรงดันลมยางอัตโนมัติ, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ระบบรักษาความเร็ว (Cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist ตลอดจนชุดปะยางฉุกเฉิน

พบตัวจริงของ Mercedes-AMG GT S ได้ที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โปหรือมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 ระหว่าง วันนี้ – 10 ธันวาคม 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mercedes-benz.co.th หรือ www.facebook.com/MercedesBenzThailand
Gallery
MG2: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเล็กจาก MG เตรียมเปิดตัวภายในปี 2028
in New Car

Share on FacebookShare on TwitterShare on Line
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดจาก MG อย่าง MG2 เตรียมเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อเป็นคู่แข่งกับรถยนต์ชื่อดังอย่าง Fiat 500e และ Renault 5 โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
MG2 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สุดในไลน์อัปของแบรนด์ โดยวางตำแหน่งไว้เล็กกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอย่าง MG3 และรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง MG4 และจะเข้ามาแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีคู่แข่งที่สำคัญ เช่น Fiat 500e, Hyundai Inster และ Renault 5
ข้อมูลทางเทคนิคและสมรรถนะ
แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า MG2 จะใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกันกับ MG4 ซึ่งมีตัวเลือกแบตเตอรี่ 3 ขนาด ได้แก่ 51kWh, 64kWh และ 77kWh
MG2 อาจไม่ได้รับตัวเลือกแบตเตอรี่ทั้งหมด แต่มีแนวโน้มที่จะใช้แบตเตอรี่ 2 รุ่นที่เล็กกว่า ซึ่งอาจทำให้มีระยะทางวิ่งสูงสุดได้มากกว่า 200 ไมล์ (ประมาณ 320 กิโลเมตร) โดยรถยนต์คู่แข่งอย่าง Renault 5 สามารถวิ่งได้สูงสุด 252 ไมล์ (ประมาณ 405 กิโลเมตร) ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 52kWh
ดีไซน์ภายนอกและภายใน
- ดีไซน์ภายนอก: คาดว่า MG2 จะนำองค์ประกอบการออกแบบจากรุ่นพี่อย่าง MG3 และ MG4 มาใช้ โดยจะมีรูปลักษณ์แบบแฮตช์แบ็กทั่วไป แต่จะมีการออกแบบด้านหน้าที่มีความโค้งมนและโฉบเฉี่ยวมากขึ้นแบบเดียวกับ MG4
- ดีไซน์ภายใน: คาดว่าจะใช้การตกแต่งภายในแบบเดียวกับใน MG3 และ MG4 โดยมีหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 7.0 นิ้วหลังพวงมาลัย และหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว แม้ว่าระบบจะตอบสนองได้ดี แต่ก็อาจทำให้เสียสมาธิขณะขับขี่ และขาดปุ่มควบคุมแบบกายภาพที่ใช้งานง่าย
กำหนดการและคู่แข่ง
MG2 มีกำหนดเปิดตัวภายในปี 2028 และจะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งหน้าใหม่มากมายที่จะเปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เช่น Cupra Raval, Skoda Epiq และ VW ID 2 ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2026 รวมถึงรถยนต์ที่มีราคาถูกกว่าอย่าง Renault Twingo และ VW ID 1
ในส่วนของราคา MG ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจน แต่ยืนยันว่าจะมีการตั้งราคาให้สามารถแข่งขันกับรถยนต์อย่าง Renault 5 ได้ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 22,995 ปอนด์ (ประมาณ 1 ล้านบาท) นอกจากนี้ MG2 ยังจะได้รับการออกแบบทั้งหมดที่สตูดิโอของ MG ในกรุงลอนดอนอีกด้วย
![[ครบชุด] T1510025 ครอบคร วกงส องหน ให ไกล Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-631.png)
![[ครบชุด] T1510026 ทำช วได ไหน Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-632.png)