SSC Ultimate Aero XT พร้อมม้าพยศ 1,300 ตัว ก่อนยุติสายการผลิต
โดย Admin
โพสต์เมื่อ 06 August 2555
SSC North America (หรือก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า Shelby SuperCars) บริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตจากสหรัฐฯ เผยโฉม Ultimate Aero XT รถไฮเปอร์คาร์เวอร์ชั่นพิเศษที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Ultimate Aero ซึ่งจะถูกยุติสายการผลิตในเร็วๆนี้ เหตุผลไม่ได้เป็นเพราะยอดจำหน่ายไม่ดี แต่ทาง SSC เตรียมผลิตไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ที่ชือว่า Tuatara ซึ่งว่ากันว่าจะมีพละกำลังสูงถึง 1,350 แรงม้าออกมาทำตลาดแทน
Ultimate Aero XT ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บล็อก V8 วางกลางลำ ความจุกระบอกสูบ 6.9 ลิตร พ่วงทวินเทอร์โบไซส์ยักษ์ ปั่นแรงลมสู่อินเตอร์คูลเลอร์คู่ รีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 1,300 แรงม้าที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิดมหาศาล 1,359 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 7 สปีดพร้อมแป้น paddle shift หลังพวงมาลัย ถ่ายพลังลงสู่พื้นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบาหวิวเพียง 1,270 กก. SSC Ultimate Aero XT จึงสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ได้ภายใน 2.65 วินาที ท็อปสปีดกระชากวิญญาณ 439 กม./ชม.
Jarod Shelby ผู้ก่อตั้งบริษัทเปิดเผยว่า จะผลิตไฮเปอร์คาร์รุ่นพิเศษนี้เพียง 5 คันเท่านั้น ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกสีตัวถังแบบพิเศษได้ตามใจชอบ โดย SSC จะไม่ใช้สีนั้นอีกเลยในอนาคต อย่างไรก็ดี ไม่มีการระบุถึงราคาจำหน่ายแต่อย่างใด
Mercedes-AMG GT 63 S E Performance สปอร์ตซีดานตัวแรง 831 แรงม้า เร่ง 0-100 ใน 2.8 วินาที
Mercedes-AMG GT 63 S E Performance สปอร์ตซีดาน 4 ประตู แรงตั้งแต่ออกจากโรงงาน ด้วยกำลัง 831 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ระดับไฮเปอร์คาร์ด้วยเวลาเพียง 2.8 วินาที
โดย Phalath8 เดือนที่แล้ว1.6kผู้อ่าน

หลัวจากที่เมื่อราว ๆ กลางปี 2024 ทาง Mercedes ได้ปล่อยตัวแรงอย่าง Mercedes-AMG GT 63 S E Performance ในรุ่นตัวถังคูเป้ออกมา พอมาในช่วงต้นปี 2025 ทางค่ายตราดาวจากเยอรมนีก็ได้ฤกษ์เผยโฉม Mercedes-AMG GT 63 S E Performance ในตัวถังซีดานคูเป้ท้ายลาด ตามออกมาอีกหนึ่งรุ่น

โดยในรุ่นใหม่นี้จะมีการมีการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่จากตัวเดิมเมื่อปี 2023 โดยรายละเอียดตัวรถจะเหมือนกับในรุ่นตัวถังคูเป้



ในส่วนของกระจังหน้าจะมีขนาดใหญ่ โดยที่ขอบด้านล่างจะมีแถบสีดำที่ดูหนา ราวกับว่ารถกำลังทาลิปสติกสีดำอยู่ มาพร้อมช่องรับอากาศที่ปรับขนาดให้เล็กลง



ในส่วนด้านข้างตัวรถจะได้รับการติดตั้งสัญลักษณ์ E Performace บริเวณแก้มด้านข้าง โดยวางอยู่ด้านล่างป้ายบอกสมถรรนะที่มากับเครื่องยนตฺ์ V8 BITURBO


ส่วนชุดล้อจะเป็นล้ออัลลอย AMG Multi-spoke มีให้เลือกทั้งขนาด 20 และ 21 นิ้ว และลูกค้าสามารถเลือกล้อสีดำ และแบบปัดเงา นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเบรกที่เป็นแบบคาร์บอนเซรามิกมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมคาลิปเปอร์แบบ 6 ลูกสูบที่ด้านหน้าและจานเบรกขนาด 16.5 นิ้ว ขณะที่ด้านหลังเลือกใช้คาลิปเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยวพร้อมจานเบรกขนาด 15.0 นิ้ว



ส่วนที่ด้านท้ายจะมากับชุดท่อไอเสียคู่แยกซ้าย-ขวา รวมทั้งยังมากับสปอยเลอร์ที่ยกขึ้นลงด้วยไฟฟ้า โดยจะออกแบบให้ราบไปกับด้านท้ายรถ นอกจากนั้นยังมีช่องชาร์จไฟอยู่ที่ด้านหลัง ที่อยู่ใต้ชุดไฟท้ายฝั่งขวา



ภายในห้องโดยสารจะมีการปรับปรุงเน้นความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น มาในโทนสีดำ-แดง มาพร้อมพวงมาลัย AMG Performance ที่หุ้มด้วยหนังสีแดง และหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ที่มากับซอฟต์แวร์ MBUX เวอร์ชันล่าสุด



ในด้านพละกำลังใต้ฝากระโปรงยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซินรูปแบบ V8 4.0 ลิตร BITURBO ที่จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่วางอยู่ล้อหลังให้กำลัง 201 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร



โดยเมื่อทำงานร่วมกันจะให้พละกำลังที่มากถึง 831 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,400 นิวตันเมตร ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ไปยังล้อทั้ง 4 ด้วยระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 317 กม./ชม.

ด้านชุดแบตเตอรี่จะมีขนาด 6.1 kWh ซึ่งจะช่วยให้รถขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุดประมาณ 140 กม./ชม. ถึงแม้ Mercedes-Benz จะไม่ได้ระบุระยะทางด้วยพลังงานไฟฟ้า แต่บริษัทได้เคลมว่าแบตเตอรี่นี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพด้านพละกำลังมากกว่าความประหยัด ให้สมกับชื่อชั้นของ AMG Performance

ในด้านราคาจำหน่ายทาง Mercedes-AMG ยังไม่ได้เปิดเผยราคาออกมาตอนนี้ แต่คาดว่าน่ามีราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ราว 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ประมาณ 6.7 ล้านบาท
![[ครบชุด] T1510038 เม ยล างผลาญ สร างแต หน เจอแบบน องหน ให ไกล Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-667.png)
![[ครบชุด] T1510048 คนไว ใจ ายท Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-668.png)