อาวดี้ อวดโฉม 2 รุ่นพิเศษ RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition 2023
โดย Wongsupat
โพสต์เมื่อ 17 August 2566
อาวดี้เสริมแกร่งสาย High Performance ฉลองครบรอบ 40 ปี Audi Sport เปิดตัว 2 รุ่นพิเศษ RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition พร้อม Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition
RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition
RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition ราคาเท่าไร
- RS 4 Avant Competition ราคา 6,499,000 บาท
- RS 5 Coupé competition ราคา 6,599,000 บาท
RS 4 Avant Competition มี 7 สีให้เลือก ดังนี้
- Green, solid
- Cumulus blue, solid
- Suzuka grey, metallic
- Coral orange, metallic
- Nogaro blue, pearl effect
- Goodwood green, pearl effect
- Merlin, pearl effect
(สี exclusive color เพิ่ม 300,000 บาท)
RS 5 Coupé Competition มี 5 สีให้เลือก ดังนี้
- Cumulus blue, solid
- Samoa orange, metallic
- Java green, metallic
- Shiraz red, metallic
- Siamese beige, metallic
(สี exclusive color เพิ่ม 300,000 บาท)

อุปกรณ์ของทั้ง 2 รุ่น มีอะไรใหม่บ้าง
- เพิ่ม Top speed เป็น 290 กม./ชม.
- ล้อลายใหม่ที่มีให้เลือกถึง 2 สี phantom black และ
- phantom black high-gloss milled ขนาด 20 นิ้ว
- ไฟ Projector LED ที่ประตูลายใหม่ RS competition
- ท่อไอเสีย RS Sports plus สีใหม่ matt black
- เพิ่มไฟหน้าแบบ Laser light ส่องสว่างได้ไกลขึ้น 600 เมตร (อุปกรณ์ใหม่ เฉพาะรุ่น RS 5 Coupé Competition)
สเปก RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition มีอะไรบ้าง
- เครื่องยนต์ V6 ขนาด 2.9 ลิตร 450 hp 600 Nm
- 0-100: RS 4 ที่ 4.1 วินาที และ RS 5 ที่ 3.9 วินาที
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi เกาะยึดถนน ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ
- ช่วงล่างแบบ RS Sports
- พวงมาลัยแปรผันตามความเร็ว (Dynamic steering)
- ชุดตกแต่งภายนอก-ในแบบ RS
- ตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยลาย Matte Carbon Twill
- ระบบความปลอดภัยครบครัน ได้แก่ Audi pre sense basic, Audi pre sense rear, Lane change assist
- (Blind spot), Exit warning, Rear cross-traffic assist
เครื่องยนต์ RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition
- เครื่องยนต์เบนซิน V6 biturbo พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง ขนาด 2.9 ลิตร กำลังสูงสุด 450 แรงม้า ที่ 5,700 – 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,900 – 5,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ภายใน 4.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม.ต่อชม.
- เครื่องยนต์เบนซิน V6 biturbo พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง ขนาด 2.9 ลิตร กำลังสูงสุด 450 แรงม้า ที่ 5,700 – 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,900 – 5,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ภายใน 3.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 290 กม.ต่อชม.
ภายนอก RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition
อุปกรณ์มาตรฐาน
- ช่วงล่างแบบ RS Sports
- ระบบท่อไอเสียแบบ RS Sports plus สี Matt Black
- ระบบเลือกโหมดการขับขี่ Audi drive select
- ชุดแต่งภายนอกแบบ RS
- ชุดแต่งภายนอกแบบ Glossy Black RS พร้อมตกแต่ง Audi Ring และชื่อรุ่นด้วยสี Glossy Black
- หลังคาพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
- ราวหลังคาตกแต่งด้วยสีดำ (มีในรุ่น RS 4 Avant Competition)
- สปอยเลอร์ด้านท้ายสีดำติดตั้งบริเวณฝากระโปรงด้านหลัง (มีในรุ่น RS 5 Coupé Competition)
- ไฟหน้าแบบ Matrix LED พร้อมไฟ Audi Laser และไฟเอฟเฟกต์ด้านหน้า
- ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
- ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเอฟเฟกต์ไฟด้านหลัง
- ไฟ Projector LED แบบ RS competition ที่ประตูหน้า
- กระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้า และปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
- กระจกมองข้างตัดแสงและปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชัน บันทึกตำแหน่ง
- ด้านข้างของคอนโซลตรงกลางและพวงมาลัยหุ้ม Alcantara สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง เป็นต้น
AUDI RS 4 Avant Competition



Audi RS 5 Coupé Competition


ภายใน RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition
- ชุดแต่งภายในแบบ RS
- กระจกมองข้างตัดแสงและปรับ-พับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชัน บันทึกตำแหน่ง
- ด้านข้างของคอนโซลตรงกลางและพวงมาลัยหุ้ม Alcantara สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
- ที่วางแขนข้างประตูหุ้มหนัง Fine Nappa ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
- คันเกียร์หุ้ม Alcantara สีดำ
- สายเข็มขัดนิรภัยสีดำตกแต่งขอบด้วยสีแดง
- ตกแต่งห้องโดยสารภายในลาย Matte Carbon Twill
- พรมในห้องโดยสารด้านหน้าสีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดงพร้อมสัญลักษณ์ RS
- เบาะหุ้มหนัง Fine Nappa
- เบาะนั่งคู่หน้าแบบ RS Sports ตกแต่งแบบ Honeycomb พร้อมฟังก์ชั่นนวดเพื่อผ่อนคลาย
- เบาะผู้โดยสารด้านหลังพับได้
- ระบบความคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ แยกอิสระ 3 โซน
- ไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร 30 เฉดสี เป็นต้น
AUDI RS 4 Avant Competition

Audi RS 5 Coupé Competition


เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition
- จอแสดงข้อมูลมาตรวัด Virtual Cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว
- ระบบเครื่องเสียง Bang & Olufsen
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง
- ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า
- ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง
- ระบบกระจายแรงเบรก
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก
- เซ็นเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
- ระบบควบคุมการทรงตัว
- ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุแบบพื้นฐาน
- ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลน
- ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อจะเปิดประตูลงจากรถ เป็นต้น
สนใจรถยนต์อาวดี้ใหม่ : AUTOSPINN
สนใจรถยนต์อาวดี้มือสอง : ONE2CAR
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
ระบบ เมมเบรน ในระบบกรองน้ำคืออะไร
ทำความรู้จักระบบเมมเบรน สุดยอดเทคโนโลยีกรองน้ำของอุตสาหกรรม
ทุกวันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘น้ำ’ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งใช้ในครัวเรือนและภายในโรงงานอุตสาหกรรม ‘ระบบน้ำ’ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับทุกคนๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบน้ำบาดาล ระบบการผลิตน้ำประปา เพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน ยิ่งหากเป็นระบบน้ำในอุตสาหกรรมด้วยแล้ว ยิ่งต้องมีคุณภาพสูง เพราะระบบกรองน้ำเป็นตัวการขับเคลื่อนกระบวนการผลิตและขั้นตอนการทำความสะอาด
ดังนั้นระบบน้ำในอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะทำให้กระบวนการผลิตสินค้าและบริการมีคุณภาพได้ตามมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ดังนั้นระบบน้ำในอุตสาหกรรมจึงต้องถูกหลักได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม วันนี้เรามาทำความรู้ระบบ Membrane Process หรือกระบวนการเมมเบรนที่เป็นระบบกรองน้ำที่เหมาะสำหรับใช้อุตสาหกรรมกัน
Membrane Process คืออะไร
เป็นกระบวนการกรองโดยใช้เยื่อบางที่มีชื่อว่า “ เมมเบรน ” ในการแยกของเหลวออกจากกัน หรือพูดง่ายๆ คือ เป็นระบบกรองน้ำที่ทำหน้าที่แยกสารปนเปื้อนออกจากน้ำ ขจัดอนุภาคที่ปนเปื้อนในน้ำ ปัจจุบันกระบวนการเมมเบรน จึงได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องดื่มทุกประเภท ทั้งไวน์ น้ำผลไม้และน้ำดื่ม ตลอดจนอุตสาหกรรมทางชีวเคมี โดยกระบวนการเมมเบรนนำมาใช้การกรองน้ำ 4 รูปแบบ ดังนี้
- ระบบ Reverse Osmosis (R.O) เป็นกระบวนการผลิตน้ำโดยใช้แรงดันสูงฉีดน้ำให้ซึมผ่านตัวฟอกคุณภาพสูงที่เรียกว่าเยื่อ TFC (Thin Film Composite) Membrane ที่ประกอบไปด้วยรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมาก มีความละเอียดสูงถึง 0.0001 ไมครอน
- ระบบ Ultrafilteration (UF) เป็นการกรองโดยใช้ แรงดันน้ำ (pressure) เป็นตัวขับดันให้น้ำและ สารละลายที่มีขนาดเล็ก ผ่านไส้กรองทีมีลักษณะเป็น เนื้อเยื่อเลือผ่าน (Semi-permeable membrane) ไปได้
- Nanofiltration (NF) เป็นเทคโนโลยีเยื่อแยกโมเลกุลใหม่ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่น่าสนใจในด้านการแยกเมมเบรน ขนาดรูพรุน NF ขนาด 1nm หรือมากกว่าปกติ 1-2nm;
- Micro filtration (MF) เป็นกระบวนการกรองประเภทหนึ่งที่ใช้ไส้กรองแผ่นเยื่อที่มีขนาดรูที่แตกต่างกันตั้งแต่ 0.1 ไมโครเมตรถึง 10 ไมโครเมตร ดักจับอนุภาคขนาดเล็กหรือจุลินทรีย์
หลักการทำงานของเมมเบรน
การทำงานของเมมเบรน เป็นเทคโนโลยีการแยกสารปนเปื้อนที่ถูกนำมาใช้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพราะระบบกรองน้ำที่ไม่ต้องเติมสารเคมี โดยเมมเบรนทำหน้าที่เป็นตัวกรองที่เฉพาะเจาะจงมากที่จะช่วยให้น้ำไหลผ่านได้ และดักจับสารแขวนลอยและสารอื่นๆ และใช้แรงดันสูง (Pressure Driver) เพื่อแยกองค์ประกอบการในของเหลว โดยกระบวนการเมมเบรน แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
- การกรองแบบปิดตาย (Dead-end flow or cross-flow) เป็นระบบการกรองแบบไหลและปลายตายหรือแบบไหลข้าม โดยการไหลของน้ำตั้งฉากกับพื้นผิวเมมเบรน และน้ำดันผ่านเมมเบรนด้วยแรงดัน น้ำทั้งหมดที่ใส่เข้าไปในเซลล์ปลายตายจะไหลผ่านเมมเบรน อนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าขนาดรูพรุนที่มีประสิทธิภาพจะผ่านเข้าไปเป็นตัวกรอง ซึ่งการการกรองแบบ Dead-end อนุภาคที่สะสมไว้จะก่อตัวขึ้นตามเวลาบนพื้นผิวเมมเบรนหรือภายในเมมเบรน ซึ่งอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่าจะก่อตัวเป็นชั้นเค้กบนผิวเมมเบรนและทำให้ฟลักซ์การซึมผ่านลดลง โดยมากการกรองแบบปิดตายเหมาะกับการกรองสารละลายที่มีความเข้มข้นไม่มากนัก
- การกรองแบบไหลขวาง (Cross-Flow Filtration) กรองการไหลขวาง เมื่อมีการใช้การไหลแบบสัมผัสทั่วพื้นผิวเมมเบรน เมื่อฟีดไหลผ่านพื้นผิวเมมเบรน สารกรองจะไหลผ่านในขณะที่ความเข้มข้นจะสะสมอยู่ที่ปลายด้านตรงข้ามของเมมเบรน การไหลในแนวสัมผัสของเมมเบรนทำให้เกิดแรงเฉือนบนพื้นผิวของเมมเบรน ซึ่งจะช่วยลดการเปรอะเปื้อน ข้อดีของการไหลขวาง เป็นการไหลแบบไขว้จะช่วยขจัดสิ่งตกค้างจากพื้นผิวของเมมเบรน ฟลักซ์ของเพอร์มิเอตจึงไม่ตกเร็วเมื่อเทียบกับการกรองแบบปลายตาย เทคโนโลยีการไหลขวางยังให้ประโยชน์ของอายุการใช้งานเมมเบรนที่ดีขึ้นโดยช่วยป้องกันการเปรอะเปื้อนที่ไม่สามารถย้อนกลับได้
กระบวนการกรองเมมเบรนที่ขับเคลื่อนด้วยแรงดัน
ระบบกรองน้ำแบบเมมเบรนเป็นวิธีการแยกอนุภาคในสารละลายของเหลวหรือก๊าซผสม เทคนิคนี้ใช้ในการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมไปจนถึงการบำบัดน้ำเสีย เมมเบรนแบบกึ่งซึมผ่านได้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันซึ่งกักเก็บอนุภาคขนาดใหญ่ไว้ ในขณะที่ปล่อยให้โมเลกุลที่มีขนาดเล็กกว่าสามารถผ่านเมมเบรนเข้าไปในเมมเบรนได้ โดยโมเลกุลจะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปยังความเข้มข้นต่ำตามธรรมชาติ โดยการใช้แรงดันภายนอก ซึ่งโมเลกุลสามารถไหลจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังความเข้มข้นสูงได้ ความแตกต่างของแรงดันที่ทั้งสองด้านของเมมเบรนจะทำให้การซึมผ่านข้ามเมมเบรนในสภาวะคงตัว ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์สุดท้าย การซึมซับหรือกักเก็บได้ผลผลิตโดยรวมสูงขึ้น
ข้อดีของเทคโนโลยีเมมเบรน
- ขจัดสิ่งปนเปื้อนได้ดีขึ้น จากการมีขนาดรูพรุนที่เล็กกว่าสามารถขจัดสารปนเปื้อนหลายชนิดในระดับที่ 99-99.9%
ประสิทธิภาพสูง - ระบบกรองน้ำจากเมมเบรนสามารถแยกน้ำได้หลายประเภท ตั้งแต่ ไมโครฟิลเทรชันไปจนถึงรีเวิร์สออสโมซิสช่วยให้สามารถกำจัดสิ่งปลอมปนได้อย่างแม่นยำด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด
- อายุการใช้งานของวัสดุกรองที่ยาวนาน เมมเบรนบางชนิดมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี
- ระบบเมมเบรน เป็นเทคโนโลยีที่ต้องการพื้นที่น้อยกว่าเทคโนโลยีทั่วไปถึง 50-70% จึงเหมาะกับทั้งโรงงานที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่
- ระบบกรองน้ำเป็นการควบคุมแบบอัตโนมัติช่วยให้ทำงานได้สม่ำเสมอ ไม่มีปฏิกิริยาของสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้องและไม่ต้องมีบุคลากรหรือพนักงานคอยควบคุมการทำงาน ทำได้น้ำที่ปราศจากการปนเปื้อนจากขั้นตอนกระบวนการผลิตอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้ระบบกรองน้ำเมมเบรนถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารมากมาย ตลอดจนการนำมาใช้สำหรับบำบัดระบบน้ำอุตสาหกรรม เพื่อลดสารปนเปื้อนและแบคทีเรียในน้ำ เพราะการกรองแบบเมมเบรนมีขั้นตอนการประมวลผลน้อยลง และทำให้ได้ระดับความบริสุทธิ์ที่มากขึ้นและผลผลิตโดยรวมที่สูงขึ้น นอกจากนี้การกรองแบบเมมเบรนไม่ส่งผลให้เกิดเค้กกรอง จึงไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดและกำจัดสารตกค้างนี้ และที่สำคัญทำให้การผลิตได้สินค้าที่มีคุณภาพระดับไฮเอนด์ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง ระบบการกรองสามารถใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่มีความหนืดต่างกันได้หลากหลาย ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความหนืดสูงซึ่งอาจทำได้ยาก และช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยรวม เพราะเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาถูกกว่าเทคโนโลยีทางเลือกอื่นๆ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งต่ำกว่า รวมทั้งต้นทุนการใช้พลังงานต่ำ
สำหรับระบบกรองน้ำด้วยเมมเบรน Maxfil ของบริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน) เป็นเทคโนโลยีระบบกรองน้ำสำเร็จรูป Maxfil (Membrane Filtration System) ใช้เทคโนโลยีการกรองน้ำด้วยเมมเบรน ในการลดสิ่งเจือปนในน้ำ เช่น ตะกอน แขวนลอย สารอินทรีย์ แบคทีเรีย ไวรัส รวมไปจนถึงสารละลายน้ำ โดยได้รับการออกแบบตามหลักวิศวกรรม และวัสดุที่เลือกใช้มีความคงทนแข็งแรง มีประสิทธิภาพของระบบเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
ระบบกรองน้ำด้วยเมมเบรน Maxfil สามารถผลิตน้ำประปาจากแหล่งน้ำดิบที่เป็นน้ำผิวดินได้ และกรองให้อนุภาคปนเปื้อนออกจากน้ำได้ละเอียดรวมถึงการกรองแบคทีเรีย เหมาะสำหรับอาคารสำนักงาน ขนาดกลาง-ใหญ่ ,ห้างสรรพสินค้า, คอมมูนิตี้มอลล์, โรงแรม, มหาวิทยาลัย, โรงงานอุตสาหกรรม ประเภทต่างๆ โดยสามารถใช้กรองสารแขวนลอยที่อยู่ในน้ำและกรองสารแบคทีเรียรวมถึงไวรัส ปรับการออกแบบและเลือกอุปกรณ์ได้ตามคุณภาพน้ำเข้าและข้อจำกัดต่าง ๆ ได้ ทำงานอัตโนมัติ ควบคุมการทำงานด้วย ProgrammableLogic Controller (PLC) ทำให้คุณภาพน้ำที่กรองมีคุณภาพสม่ำเสมอ
หากคุณกำลังมองหา ระบบกรองน้ำเมมเบรนที่มีคุณภาพ บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำเกี่ยวกับ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ ถังเก็บน้ำ ถังแซท โซล่าเซลล์บ้าน โซล่าเซลล์โรงงาน โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ
สอบถามข้อมูลหรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ :
บริษัท พรีเมียร์ โพรดักส์ จำกัด (มหาชน)
โทร : 02-301-2223
E-Mail : sale@pp.premier.co.th
Line : @pp.wtprofessional
Website : https://www.premier-products.co.th/products/water-tank/






