• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2510030 ตหล งแต งงานท าเบ เพราะใคร Ep.2

admin79 by admin79
October 25, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2510030 ตหล งแต งงานท าเบ เพราะใคร Ep.2

Lamborghini Temerario 2025: ปฏิวัติซูเปอร์คาร์ไฮบริดแห่งอนาคต ด้วยพลัง 920 แรงม้า จากผู้เชี่ยวชาญ

ในโลกที่ความเร็วไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่คือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม ยนตรกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อทะลุขีดจำกัดย่อมเป็นที่ปรารถนาเสมอ และสำหรับปี 2025 นี้ วงการซูเปอร์คาร์กำลังถูกเขย่าด้วยการมาถึงของปรากฏการณ์ใหม่ นั่นคือ Lamborghini Temerario ซึ่งไม่เพียงแต่สืบทอดจิตวิญญาณอันดุดันของกระทิงดุจาก Sant’Agata Bolognese เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศถึงยุคใหม่ของสมรรถนะที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีไฮบริดล้ำสมัยได้อย่างลงตัว

นฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมายาวนานกว่าทศวรรษ ผมกล้ากล่าวได้อย่างเต็มปากว่า Temerario ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือบทสรุปของวิสัยทัศน์ที่ Lamborghini มีต่ออนาคต ซึ่งสะท้อนผ่านแนวคิด High Performance Electrified Vehicle (HPEV) อย่างชัดเจน มันคือทายาทโดยตรงของ Huracán ผู้เป็นตำนาน และเป็นสมาชิกคนที่สามของตระกูล HPEV ที่จะมาสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับเซกเมนต์นี้ โดยมี Renazzo Motor ในฐานะผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษนี้ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 23,760,000 บาท

หัวใจแห่งพละกำลัง: วิศวกรรมล้ำยุคของ V8 Twin-Turbo Hybrid L411

เมื่อกล่าวถึง Lamborghini สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในความคิดคือพละกำลังอันมหาศาล และ Temerario ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยขุมพลังรวม 920 แรงม้า ที่เป็นผลลัพธ์จากการผสานเทคโนโลยีขั้นสูงสุดเข้าด้วยกัน แต่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข มันคือการแสดงออกถึงความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมอย่างแท้จริง

หัวใจหลักคือเครื่องยนต์รหัส L411 เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร (3,995.2 ซีซี) ที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม “Hot V” 90 องศา ซึ่งหมายถึงการจัดวางเทอร์โบชาร์จเจอร์สองตัวไว้ในช่องว่างระหว่างฝาสูบรูปตัว V ทำให้ท่อไอเสียสั้นลง ลด Turbo Lag และเพิ่มการตอบสนองที่ฉับไวอย่างไม่น่าเชื่อ เครื่องยนต์ V8 ตัวนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจ ด้วยแรงดันบูสท์สูงสุดถึง 36 psi ปลดปล่อยกำลังสูงสุด 800 แรงม้า ที่ช่วงรอบเครื่องยนต์ 9,000 – 9,750 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาล 730 นิวตันเมตร ในช่วง 4,000 – 7,000 รอบ/นาที ซึ่งเป็นรอบที่ใช้งานได้จริงอย่างเต็มประสิทธิภาพ

แต่ Temerario ไม่ได้หยุดอยู่แค่เครื่องยนต์สันดาปภายใน มันคือก้าวสำคัญของ รถซูเปอร์คาร์ไฮบริด ที่แท้จริง ด้วยระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) อันชาญฉลาด ประกอบด้วย:

มอเตอร์ไฟฟ้า P1: ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์ V8 และกระปุกเกียร์ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่น่าทึ่งถึง 1,075 นิวตันเมตร มอเตอร์ตัวนี้มีบทบาทสำคัญในการมอบแรงบิดในทันที ช่วยเติมเต็มช่องว่างในการส่งกำลังของเครื่องยนต์สันดาป ทำให้การตอบสนองในทุกย่านความเร็วเป็นไปอย่างราบรื่นและดุดัน

มอเตอร์ไฟฟ้า e-Axle 2 ตัว: รับผิดชอบในการขับเคลื่อนเพลาหน้าเมื่อระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ทำงาน มอเตอร์คู่นี้ให้กำลังรวม 300 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 2,150 นิวตันเมตร ซึ่งไม่เพียงเพิ่มพละกำลังในการขับเคลื่อน แต่ยังมอบการกระจายแรงบิดแบบ Vectoring ที่แม่นยำ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและการยึดเกาะถนนในทุกสภาพการขับขี่

แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 3.8 kWh: ทำหน้าที่กักเก็บพลังงานสำหรับระบบไฮบริด รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 7 kW ซึ่งสามารถชาร์จจาก 0-10% ได้ภายใน 30 นาที ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานในโหมดไฟฟ้าสำหรับการเดินทางในเมืองระยะสั้น หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของระบบได้อย่างยืดหยุ่น

เมื่อเครื่องยนต์ V8 และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันอย่างเต็มพิกัด Temerario จะปลดปล่อยพลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า ที่ 9,000 – 9,750 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อทั้งสี่ผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD และเกียร์อัตโนมัติ AMT Dual Clutch 8 จังหวะแบบใหม่ ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบากว่าและเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วกว่าเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีดในรุ่น Huracán อย่างเห็นได้ชัด รวมถึงมีขนาดกะทัดรัดเป็นพิเศษ (ยาว 560 มม., กว้าง 750 มม., สูง 580 มม.) สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบไฮบริดของ Temerario มาพร้อมโหมดการขับขี่เฉพาะที่พัฒนาขึ้นใหม่ ได้แก่ Recharge, Hybrid และ Performance ซึ่งทำงานร่วมกับโหมดดั้งเดิมอย่าง Città (City), Strada, Sport และ Corsa ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าไดนามิกได้ถึง 13 รูปแบบผ่านโรเตอร์สองตัวบนพวงมาลัย ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความประหยัด การเดินทางบนถนนหลวงที่ผ่อนคลาย หรือการปลดปล่อยขุมพลังเต็มที่บนสนามแข่งขัน Temerario พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนบุคลิกและศักยภาพให้เข้ากับทุกสถานการณ์

สมรรถนะที่ทะลุขีดจำกัด: พิสูจน์ด้วยตัวเลขและประสบการณ์จริง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอมองข้ามตัวเลขพื้นฐานไปสู่การวิเคราะห์ว่า สมรรถนะ Lamborghini Temerario เหล่านี้มีความหมายอย่างไรต่อผู้ขับขี่:

อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 2.7 วินาที: นี่คือตัวเลขที่เหนือชั้นกว่า Huracán Tecnica ที่ทำได้ 3.2 วินาทีอย่างเห็นได้ชัด การลดเวลาลงเกือบครึ่งวินาทีในระดับซูเปอร์คาร์เช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย มันสะท้อนถึงการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบไฮบริดและระบบ AWD ที่ส่งแรงบิดได้ในทันที ทำให้ Temerario มีการออกตัวที่ดุดันและไร้คู่แข่ง

ความเร็วสูงสุด 343 km/h: แม้จะเป็นรถที่มีระบบไฮบริดและน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ Temerario ยังคงรักษา DNA ของ Lamborghini ในการเป็นรถที่เร็วจัดบนทางตรงได้เป็นอย่างดี เหนือกว่า Huracán Tecnica ที่ 325 km/h ยืนยันว่านี่คือรถที่ถูกสร้างมาเพื่อทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด

ด้านการหยุดยั้งความเร็วก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน Temerario มาพร้อมระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก CCB Plus (Carbon Ceramic Brakes Plus) ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด:

จานเบรกคู่หน้าขนาด 410 x 38 มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์ Fixed Monoblock 10 พอต

จานเบรกคู่หลังขนาด 390 x 32 มิลลิเมตร พร้อมคาลิเปอร์ Fixed Monoblock 4 พอต

ด้วยระบบเบรกที่ทรงพลังนี้ Temerario สามารถหยุดรถจากความเร็ว 100-0 km/h ได้ภายในระยะทางเพียง 32 เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งและให้ความมั่นใจสูงสุดในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

การถ่ายทอดพละกำลังและเบรกทั้งหมดนี้ลงสู่พื้นถนนนั้นเป็นหน้าที่ของยาง Bridgestone Potenza Sport (Run-Flat) ขนาด 255/35 ZR20 ที่ด้านหน้า และ 325/30 ZR21 ที่ด้านหลัง ซึ่งเป็นยางสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะสูงสุดและความปลอดภัย แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

อากาศพลศาสตร์: ทุกเส้นสายคือฟังก์ชันแห่งประสิทธิภาพ

การออกแบบของ Lamborghini Temerario ไม่ได้คำนึงถึงแค่ความสวยงาม แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำสมัย ทุกองค์ประกอบได้รับการสร้างสรรค์มาอย่างพิถีพิถันเพื่อเพิ่ม Downforce ลด Drag และปรับปรุงการระบายความร้อน นี่คือการผสมผสานระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง

ดวงไฟ DRL หกเหลี่ยม: ไม่ได้มีเพียงแค่ความโดดเด่น แต่ยังผสานช่องลมเข้าและแผงปรับทางลมที่ช่วยนำกระแสลมจากกันชนไปยังหม้อน้ำด้านข้าง

ครีบกระจังหน้าบนซุ้มล้อ: ออกแบบมาเพื่อถ่ายเทอากาศออกจากหม้อน้ำด้านข้าง ลด Air Turbulence และเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ

กระจกมองข้าง: รูปทรงที่ช่วยลดแรงต้านและนำอากาศไปยังหม้อน้ำด้านข้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายความร้อน

โครงสร้างใต้ท้องรถ: มีบทบาทสำคัญในการสร้าง Downforce ด้วยการติดตั้งระบบอัดเรียงอากาศและดิฟฟิวเซอร์ที่มีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับ Huracán EVO และมีมุมที่เพิ่มขึ้น 4 องศา ช่วยเพิ่มการสกัดลมแนวตั้งจากด้านล่าง ทำให้รถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นในความเร็วสูง

สำหรับผู้ที่ต้องการรีดเค้นประสิทธิภาพสูงสุด Lamborghini ยังเสนอแพ็คเกจเสริม “Alleggerita” ซึ่งหมายถึง “น้ำหนักเบา” ในภาษาอิตาลี แพ็คเกจนี้ประกอบด้วยส่วนประกอบที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) และคาร์บอนไฟเบอร์รีไซเคิล ช่วยลดน้ำหนักรถลงได้กว่า 12.65 กิโลกรัม ในส่วนประกอบภายนอก และเมื่อรวมกับการตกแต่งภายในน้ำหนักเบาและขอบล้อคาร์บอน น้ำหนักรวมจะลดลงได้มากกว่า 25 กิโลกรัม การลดน้ำหนักเช่นนี้ส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมรถ ความคล่องตัว และอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก ทำให้ Temerario เป็น ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า ที่มีการขับขี่ที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น

โครงสร้างและตัวถัง: ความแข็งแกร่งที่เบาที่สุด

โครงสร้างแชสซีของ Temerario เป็นการปฏิวัติวิศวกรรมตัวถังรถสปอร์ต ผลิตจากอะลูมิเนียมทั้งหมด และใช้วัสดุโลหะผสมความแข็งแรงสูงชนิดใหม่สำหรับงานหล่อแรงดันสูง เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงลดความซับซ้อนในเชิงโครงสร้างของ Spaceframe แต่ยังช่วยให้โครงมีน้ำหนักที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ โครงสร้างของ Temerario ยังลดจำนวนรอยเชื่อมลงกว่า 80% เมื่อเปรียบเทียบกับ Huracán ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ลดการบิดตัว และเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมรถอย่างเห็นได้ชัด

การออกแบบที่ชาญฉลาดนี้ยังส่งผลดีต่อการใช้งานจริง ด้วยการเพิ่มความกว้างของแชสซี ทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่มากกว่า Huracán อย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นว่า Lamborghini ไม่ได้มองข้ามความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร แม้จะเป็นรถที่เน้นสมรรถนะสูงสุดก็ตาม

การออกแบบภายนอก: ปฏิวัติภาษาดีไซน์ด้วยลายเซ็นหกเหลี่ยม

Lamborghini Temerario ได้รับการรังสรรค์ขึ้นภายใต้ “Design Language” ใหม่ที่ดึงดูดสายตาและสะท้อนถึงยุคสมัย โดยยังคงกลิ่นอายของความดุดันและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เส้นสายทรงหกเหลี่ยมถูกนำมาใช้ในหลายจุดเพื่อสร้างความโดดเด่นและจดจำได้ในระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นลายเซ็นไฟส่องสว่างในเวลากลางวัน (DRL) ที่เป็นเอกลักษณ์ เส้นสายบนตัวถังหลัก ช่องรับอากาศด้านข้าง ไปจนถึงเส้นไฟท้าย และปลายท่อไอเสีย

มิทจา บอร์เคิร์ต (Mitja Borkert) หัวหน้าทีมออกแบบของ Lamborghini ได้กล่าวเน้นย้ำว่า ลายเซ็นไฟหกเหลี่ยมนี้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่รู้จักมากที่สุดของ Lamborghini นับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และ Temerario ได้นำมันมาตีความใหม่ ให้มีความทันสมัยและเฉียบคมยิ่งขึ้น ดีไซน์ Lamborghini ของ Temerario จึงเป็นการผสมผสานระหว่างมรดกอันยาวนานเข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

มิติโดยรวมของ Temerario ก็สะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบทางวิศวกรรม:

ความยาว 4,706 มิลลิเมตร

ความกว้าง 1,996 มิลลิเมตร (รวมกระจกมองข้าง 2,246 มิลลิเมตร)

ความสูง 1,201 มิลลิเมตร

ความยาวฐานล้อ (Wheelbase) 2,658 มิลลิเมตร

ความกว้างล้อคู่หน้า (Front Track) 1,722 มิลลิเมตร

ความกว้างล้อคู่หลัง (Rear Track) 1,670 มิลลิเมตร

น้ำหนักรถเปล่า (Dry Weight) 1,690 กิโลกรัม

อัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก หน้า / หลัง อยู่ที่ 43.4% / 56.6% ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการยึดเกาะและการทรงตัวในความเร็วสูง

ภายในห้องโดยสาร: ประสบการณ์นักบินแห่งอนาคต

แนวคิดการออกแบบภายในของ Temerario คือ “Feel Like a Pilot” หรือ “รู้สึกราวกับเป็นนักบิน” ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนผ่าน Human Machine Interface (HMI) ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด ผู้ขับขี่จะพบกับจอแสดงผล 3 ตำแหน่งที่ผสานกันอย่างลงตัว:

จอบริเวณแผงหน้าปัด ขนาด 12.3 นิ้ว

จอแสดงผลกลาง ขนาด 8.4 นิ้ว

จอเสริมสำหรับผู้โดยสาร ขนาด 9.1 นิ้ว

จุดเด่นคือจอแสดงผลทั้งสามนี้ถูกควบคุมโดย “สมองกล” ตัวเดียว ทำให้มีดีไซน์อินเตอร์เฟซที่สอดคล้องกันทั้งในเรื่องสีสัน รูปภาพ และการตอบสนอง ผู้ใช้จึงไม่เกิดความสับสน และสามารถใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ระบบอินโฟเทนเมนต์รูปแบบใหม่ของ Temerario มาพร้อมฟังก์ชันที่ช่วยให้นักขับสามารถปรับแต่งและสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ได้ง่ายดาย เพียงแค่การลากสองนิ้วไปบนหน้าจอ ผู้ใช้สามารถย้ายเนื้อหาอินโฟเทนเมนต์ไปยังจอต่าง ๆ ทั้งจอบริเวณแผงหน้าปัดหรือจอฝั่งผู้โดยสารด้วยการปัดหน้าจอแบบเดียวกัน นอกจากนี้ ยังสามารถบันทึกฟีเจอร์ที่ใช้บ่อยเป็นรายการโปรด เพื่อเรียกใช้งานได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกและปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

พวงมาลัยใหม่ได้รับแรงบันดาลใจจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักขับกับพวงมาลัยในรถแข่งรุ่น Squadra Corse มอบความรู้สึกราวกับอยู่ในห้องนักบิน อุปกรณ์ควบคุมที่เพิ่มเติมเข้ามาช่วยให้สามารถควบคุมไดนามิกของตัวรถและคำสั่งมัลติมีเดียได้อย่างง่ายดายด้วยการขยับมือเพียงเล็กน้อย และที่พิเศษคือจอแสดงผลข้อมูลไดนามิกการขับขี่บนฝั่งผู้โดยสาร ทำให้ผู้โดยสารสามารถร่วมเป็น “นักบินร่วม” สัมผัสถึงความเร้าใจในทุกช่วงเวลา

และนอกเหนือจากเทคโนโลยีล้ำสมัย Temerario ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอย ด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวถังแบบ Spaceframe ที่ใหญ่โตขึ้น ทำให้มีพื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มขึ้น 34 มิลลิเมตร และพื้นที่วางขาเพิ่มขึ้น 46 มิลลิเมตร รองรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่มีความสูงถึง 200 เซนติเมตรได้อย่างสบาย แม้ขณะสวมหมวกกันน็อคก็ตาม

Temerario ในบริบทตลาดปี 2025: ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ในปี 2025 ตลาด รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น Lamborghini Temerario จึงไม่ใช่แค่การนำเสนอรถยนต์ที่ทรงพลัง แต่เป็นการแสดงออกถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการปรับตัวเข้ากับยุคสมัย โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์แห่งสมรรถนะและความเร้าใจไว้ได้อย่างสมบูรณ์

เทคโนโลยี Plug-in Hybrid ในรถยนต์หรู เช่น Temerario สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่แบรนด์ซูเปอร์คาร์ชั้นนำก็ยังมุ่งหน้าสู่การพัฒนายานยนต์ที่ลดการปล่อยมลพิษ โดยไม่ลดทอนประสบการณ์การขับขี่ Temerario จึงเป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่าง “Performance” และ “Sustainability” ที่เป็นหัวใจหลักของอนาคตยานยนต์

สัมผัสปรากฏการณ์แห่งอนาคตของซูเปอร์คาร์

Lamborghini Temerario คือมากกว่าซูเปอร์คาร์ มันคือนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่หลอมรวมความดุดันของเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo เข้ากับความล้ำสมัยของระบบ Plug-in Hybrid และการออกแบบที่ปฏิวัติวงการ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอยืนยันว่า Temerario คือบทใหม่ของประวัติศาสตร์ Lamborghini ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์สมรรถนะสูงในปี 2025 และอีกหลายปีข้างหน้า

อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ยุคใหม่ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร และความเร้าใจที่ไม่มีวันลืมเลือนกับ Lamborghini Temerario วันนี้ พร้อมกับ Renazzo Motor ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสยานยนต์แห่งอนาคตคันนี้ด้วยตัวคุณเอง

Previous Post

[ครบชุด] T2510031 ตหล งแต งงานท าเบ เพราะใคร Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2510053 คนข บรถล มต Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2510030 ตหล งแต งงานท าเบ เพราะใคร Ep.2

[ครบชุด] T2510053 คนข บรถล มต Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.