ยลโฉมอนาคตแห่งความหรูหราและสมรรถนะ: เมอร์เซเดส-เบนซ์ เชิญสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในฐานะ “Friend with Benz” ณ งานมอเตอร์โชว์ 2025
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์หรูมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของแบรนด์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด แต่มีไม่กี่แบรนด์ที่จะสามารถรักษาและสร้างความผูกพันอันแน่นแฟ้นกับลูกค้าได้เหมือนกับ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ในปี 2025 นี้ ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่เข้มข้น และความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น แบรนด์ดาวสามแฉกยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ความหรูหรา และสมรรถนะ พร้อมกับยกระดับ “ความสัมพันธ์” ให้เป็นหัวใจหลักของกลยุทธ์ผ่านแคมเปญสุดพิเศษ “Friend with Benz” ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์รวมของคนที่มี “Passion for Benz” อย่างแท้จริง
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2025 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีสำหรับการจัดแสดงรถยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ใช้เป็นโอกาสในการสานสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าเก่าและใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบของยนตรกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมที่น่าจับตาถึงสองส่วน หนึ่งคือการเผยโฉม “สามขุนพลหน้าใหม่” จากตระกูล Mercedes-AMG ที่จะมาปฏิวัติประสบการณ์การขับขี่ในเซกเมนต์ลักชัวรีสมรรถนะสูง และสองคือการประกาศเปิดตัวโปรแกรม “MANUFAKTUR Exclusive” ซึ่งจะเข้ามานิยามคำว่า “รถยนต์สั่งทำพิเศษ” สำหรับลูกค้าระดับ Top-End Luxury ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น นี่คือภาพรวมเชิงลึกที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2025
สานต่อตำนาน “The Meaning of Benz” สู่คอมมูนิตี้ “Friend with Benz”
ย้อนกลับไปในงาน Motor Show ปี 2024 เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้สร้างความประทับใจด้วยแคมเปญ “The Meaning of Benz” ที่ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอรถยนต์ แต่เป็นการเล่าเรื่องราวความผูกพันและความหมายของแบรนด์ที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจคนไทย มาในปี 2025 นี้ แบรนด์ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปลี่ยนจาก “ความหมาย” สู่ “ความสัมพันธ์” ภายใต้แนวคิด “Friend with Benz” ที่ มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญ การสร้างคอมมูนิตี้ที่มีพลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดรถยนต์ลักชัวรีทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
ในตลาดปี 2025 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถยนต์เพียงแค่การเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และตัวตน “Friend with Benz” คือคำตอบที่ชาญฉลาด มันไม่ใช่แค่การรวมกลุ่มคนที่มีรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ แต่เป็นการเชื่อมโยงผู้คนที่มี “Passion for Benz” ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความหลงใหลในวิศวกรรมที่ไร้ที่ติ การออกแบบที่เหนือกาลเวลา หรือสมรรถนะที่เร้าใจ การได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแรงบันดาลใจภายในคอมมูนิตี้ จะช่วยเสริมสร้างความผูกพันระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ถือเป็นการลงทุนใน “ทุนทางสังคม” ที่มีค่ามหาศาล และเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดที่มีความหมายในยุคดิจิทัลที่เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วม
ผู้ที่ก้าวเข้ามาเป็น “Friend with Benz” จะได้สัมผัสกับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพิเศษที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกก่อนใคร หรือแม้แต่การได้มีส่วนร่วมในการเดินทางของแบรนด์ ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์หรูให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์อันทรงคุณค่า และเป็นสิ่งยืนยันว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นเพื่อนคู่คิดในทุกเส้นทางชีวิต
MANUFAKTUR Exclusive: ศิลปะแห่งการรังสรรค์เพื่อเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร
ในโลกที่รถยนต์หรูหรากลายเป็นมาตรฐาน การจะโดดเด่นเหนือใครคือความท้าทาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ตอบโจทย์นี้ด้วยโปรแกรม “MANUFAKTUR Exclusive” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลูกค้าระดับ Top-End Luxury โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร และสะท้อนตัวตนได้อย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “MADE TO MEASURE” ที่ผมเชื่อว่าจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการการปรับแต่งรถยนต์ลักชัวรีในประเทศไทยในปี 2025
จากประสบการณ์ที่ผมได้เห็นมาหลายต่อหลายครั้ง ลูกค้าในเซกเมนต์นี้ไม่ได้มองหาแค่รถยนต์ที่มีสมรรถนะและดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม แต่พวกเขามองหา “งานศิลปะบนล้อ” ที่สามารถบ่งบอกถึงรสนิยมและสถานะ MANUFAKTUR Exclusive เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ “ร่วมออกแบบ” ยนตรกรรมในฝันของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ในกลุ่ม S-Class ที่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราสูงสุด ไปจนถึงไลน์อัพ Flagship อย่าง Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach หรือแม้กระทั่ง G-Class ซึ่งเป็นโมเดลต้นกำเนิดของ MANUFAKTUR
สิ่งที่ทำให้ MANUFAKTUR Exclusive น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งคือขอบเขตของการปรับแต่งที่กว้างขวางเกินจินตนาการ ลูกค้าสามารถเลือกสีตัวถังภายนอกได้มากกว่า 50 เฉดสี ซึ่งเป็นสีพิเศษที่ไม่ได้มีให้เลือกในรุ่นปกติ และยังสามารถเลือกออปชันสีภายในได้อีกกว่า 20 แบบ รวมถึงแพ็กเกจ “MANUFAKTUR optional extra” ที่ให้ตกแต่งรถยนต์ได้ทั้งคัน ทั้งภายนอกและภายในตามความต้องการที่แม่นยำที่สุด หากจะยกตัวอย่าง G-Class ที่เป็นหัวใจของโปรแกรมนี้ ลูกค้าสามารถออกแบบรถยนต์ของตัวเองให้มีความแตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านรูปแบบ นั่นหมายความว่า G-Class ทุกคันที่โลดแล่นอยู่บนท้องถนนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร สะท้อนตัวตนและเรื่องราวของเจ้าของรถได้อย่างชัดเจน โปรแกรมนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มทางเลือก แต่เป็นการมอบ “อิสระ” ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบตามวิสัยทัศน์ของแต่ละบุคคล
เปิดตัว 3 ยนตรกรรมเพื่อนใหม่จากตระกูล Mercedes-AMG: พลังที่ไร้ขีดจำกัดสำหรับปี 2025
หัวใจสำคัญอีกประการของงาน Motor Show 2025 คือการเปิดตัว “สามขุนพล” หน้าใหม่จาก Mercedes-AMG ซึ่งแต่ละรุ่นล้วนเป็นตัวแทนของปรัชญา “One Man, One Engine” อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG ที่วิศวกรเพียงคนเดียวรับผิดชอบการประกอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ต้นจนจบ สะท้อนถึงความประณีตและความสมบูรณ์แบบสูงสุดที่หาได้ยากในยุคปัจจุบัน ยนตรกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องจักรสมรรถนะสูง แต่ยังเป็นผลงานศิลปะเชิงวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความเร่าร้อนและความแม่นยำ
Mercedes-AMG G 63: ตำนาน Off-Road ผู้ยิ่งใหญ่ที่กลับมาพร้อมพลัง Mild Hybrid
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความแกร่งกร้าว แต่ยังคงความหรูหราและสมรรถนะที่เหนือชั้น Mercedes-AMG G 63 คือคำตอบที่ชัดเจนเสมอมา ในปี 2025 นี้ G 63 มาพร้อมการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์และเทคโนโลยี Mild Hybrid ที่ก้าวล้ำ นี่คือ “พี่ใหญ่แห่งเส้นทาง Off-Road” ที่ได้รับการยกเครื่องให้ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงรักษา DNA ความเหนือกาลเวลาเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หัวใจของ G 63 คือเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ออกแบบโดย AMG มอบพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 850 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 4.5 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับรถยนต์ในเซกเมนต์นี้ การทำงานร่วมกับเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ทำให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำ ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างใจ แต่สิ่งที่โดดเด่นและเป็นความก้าวหน้าสำคัญในปี 2025 คือการผสานระบบ Mild Hybrid เข้ามา ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ยังเสริมพลังการออกตัวให้เฉียบคมและตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ G 63 ไม่ใช่แค่รถลุย แต่เป็นรถยนต์สมรรถนะสูงที่ฉลาดและทรงพลังรอบด้าน ราคาเริ่มต้นที่ 18,800,000 บาท สะท้อนถึงคุณค่าของความพิเศษและเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนที่ไร้ขีดจำกัด
จากตำนาน SL อันโด่งดัง สู่ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ โฉมใหม่ในปี 2025 นี่คือเพื่อนใหม่สายสปอร์ตที่ผสานเสน่ห์ของยนตรกรรมเปิดประทุนสุดหรูเข้ากับความเป็นที่สุดในทุกด้านจาก Mercedes-AMG อย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าอารมณ์ ควบคู่ไปกับความหรูหราสง่างาม SL 55 4MATIC+ คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภายใต้ฝากระโปรงคือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo ที่ประกอบขึ้นโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพียงผู้เดียวตามปรัชญา “One Man, One Engine” มอบพละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่เทียบเท่ากับซูเปอร์คาร์หลายรุ่น สิ่งที่ทำให้ SL 55 4MATIC+ แตกต่างคือระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ที่ถูกปรับแต่งมาเป็นพิเศษ ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะขับขี่บนถนนปกติในชีวิตประจำวัน หรือโลดแล่นในสนามแข่งเพื่อปลดปล่อยขีดจำกัดของสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ การออกแบบที่โฉบเฉี่ยวแต่ยังคงความสง่างามตามแบบฉบับ SL ผสานกับห้องโดยสารที่ประณีตและเต็มไปด้วยเทคโนโลยี ทำให้การเดินทางทุกครั้งคือประสบการณ์ที่น่าจดจำ ราคาเริ่มต้นที่ 14,900,000 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการนิยามใหม่ของรถสปอร์ตเปิดประทุน
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: ขุมพลังแห่งความเร็วและความแม่นยำ
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ คือยนตรกรรมตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ที่กลับมาสร้างความตื่นตะลึงในประเทศไทยอีกครั้งในปี 2025 ด้วยรหัสตัวถัง C192 สำหรับผู้ที่แสวงหาที่สุดของสมรรถนะและความแม่นยำบนท้องถนนและในสนามแข่ง นี่คือ “เพื่อนใหม่สายทรงพลัง” ที่พร้อมจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร
หัวใจหลักคือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Bi-Turbo ที่ติดตั้งในตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์แบบ hot inside “V” ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์สร้างพละกำลังได้อย่างมหาศาลถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ GT 63 4MATIC+ ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้อย่างน่าเหลือเชื่อเพียง 3.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถในการพุ่งทะยานได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้ GT 63 4MATIC+ เหนือกว่าคู่แข่งคือการปรับแต่งระบบควบคุมเครื่องยนต์อย่างละเอียด เพื่อเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการควบคุมระบบอัดอากาศให้เหมาะสมตามสภาวะการขับขี่ ทำให้ทุกการเร่ง การเปลี่ยนเกียร์ และการเข้าโค้ง เป็นไปอย่างแม่นยำและไร้รอยต่อ นอกจากนี้ การตกแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ด้วยลายเซ็นของผู้ประกอบยังเป็นสัญลักษณ์ของ AMG ที่บ่งบอกถึงความพิเศษและงานฝีมือที่พิถีพิถัน ราคาเริ่มต้นที่ 15,900,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถเป็นได้ทั้ง Grand Tourer ที่สะดวกสบาย และเครื่องจักรสมรรถนะสูงที่พร้อมลงสนามแข่งได้ทุกเมื่อ
ข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อต้อนรับ “Friend with Benz” ในงาน Motor Show 2025
นอกเหนือจากการเปิดตัวยนตรกรรมสุดพิเศษและโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังตอกย้ำแนวคิดของแคมเปญ “Friend with Benz” ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Friend get Friend” ที่จะทำให้การเป็นเจ้าของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์น่าสนใจยิ่งขึ้น เพียงแค่คุณชวนเพื่อนมาซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่งาน Motor Show 2025 หรือที่ตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ คุณก็จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ข้อเสนอนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนลด แต่เป็นการเชิญชวนให้คุณและเพื่อนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการสร้างคอมมูนิตี้ที่แบรนด์ให้ความสำคัญ
แน่นอนว่าในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ในช่วงระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 จะมีการจัดแสดงยนตรกรรมหลากหลายรุ่นจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมข้อเสนอและโปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมายที่พร้อมให้คุณได้เลือกสรร ไม่ว่าคุณจะมองหารถยนต์ซีดานหรู รถ SUV อเนกประสงค์ หรือรถยนต์ไฟฟ้าล้ำสมัย ก็จะมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างแน่นอน
ก้าวสู่อนาคตแห่งความหรูหรากับเมอร์เซเดส-เบนซ์
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามวงการนี้มาอย่างยาวนาน ผมขอยืนยันว่าปี 2025 คืออีกหนึ่งปีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ความหรูหรา และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างแท้จริง การผสมผสานระหว่างการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำ โปรแกรมการปรับแต่งที่ไม่เหมือนใคร และการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย
อย่าพลาดโอกาสสำคัญที่จะได้สัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหรา สมรรถนะ และนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมบูธในงาน Motor Show 2025 เพื่อทำความรู้จักกับ “เพื่อนใหม่” จากตระกูล AMG หรือเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการรังสรรค์รถยนต์ในฝันของคุณผ่านโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ผมขอเชิญชวนให้ทุกท่านที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบของยานยนต์ มาเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ “Friend with Benz” และร่วมเป็นพยานในการกำหนดนิยามใหม่ของคำว่า “ยานยนต์หรู” ในอนาคต
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอสุดพิเศษที่ได้กล่าวไป หรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.mercedes-benz.co.th เพื่อสำรวจโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือโทร 1250 เพื่อสอบถามข้อมูล และติดตามข่าวสารอัปเดตผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand, IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth มาร่วมสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ และค้นพบว่าทำไมการเป็น “Friend with Benz” ถึงเป็นมากกว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์ แต่เป็นการเป็นส่วนหนึ่งของตำนานอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
![[ครบชุด] T2810113 ตท องเล อก Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1346.png)
![[ครบชุด] T2810109 เม องห าม Ep.2](https://filmthaith.nataviguides.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1347.png)