• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1509030 กคนอ นแล วได อะไร Ep.2

admin79 by admin79
September 15, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T1509030 กคนอ นแล วได อะไร Ep.2

ไขปริศนา Lamborghini Aventador ทำไมถึงครองใจสายสปอร์ตได้ยาวนาน

วันที่ประกาศ : 10 ก.ค. 2567

Lamborghini Aventador รถซูเปอร์สปอร์ตจากค่ายกระทิงดุ รถที่ชนะรางวัล “ซูเปอร์คาร์แห่งปี 2011” ของท็อปเกียร์ และได้รับการยกย่องว่าเป็น “รถซุปเปอร์คาร์” เครื่อง V12 ที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลกอีกด้วย และในปี 2012 ยังคงสร้างปรากฏการณ์ต่อเนี่องกับการไปปรากฏตัวในภาพยนตร์ The Dark Knight Rises ในฐานะรถคู่ใจของ อัศวินรัตติกาล หรือแบทแมน ยิ่งทำให้ลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์ โด่งดังไปทั่วโลกจนกลายเป็นไอคอนของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ถูกพูดถึงอยู่ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา 
วันนี้ผมจะพาไปย้อนความเป็นมาของ ลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์ กันครับ ว่าทำไมถึงได้เป็นรถขวัญใจมหาชนมายาวนานขนาดนี้ ส่วนใครที่กำลังมองหาแหล่งซื้อรถมือสองราคาโดนใจ ผ่อนถูก ผมแนะนำที่ Roddonjai.com มีรถหลายรุ่นหลายยี่ห้อให้เลือกเลยครับ

รุ่นย่อยและราคา Lamborghini Aventador ราคา ปี 2023

  • Lamborghini Aventador LP 700-4 ราคาเริ่มต้นที่ 38,500,000 บาท 
  • Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster ราคาเริ่มต้นที่ 45,900,000 บาท 

ลัมบอร์กีนี อาเวนทาดอร์

ลัมบอร์กีนี อาเวนทาดอร์


Lamborghini Aventador LP 700-4

Lamborghini Aventador LP 700-4Lamborghini Aventador LP 700-4

Lamborghini Aventador ออกแบบโดย Fillippo Perini นักออกแบบรถชาวอิตาเลียนแท้ ๆ โดยหยิบเอาชื่อของวัวกระทิง “Aventador” ที่ได้รับรางวัล TROFEO DE LA PENA LA MADRONELA ในปี 1993 คอนเซปต์ของรุ่นนี้คือ “นักสู้” จากนั้นเริ่มต้นผลิตครั้งแรกในปี 2011 มีโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด โดยมีประตูแบบปีกนก (Scissor Doors) มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ติดตั้งขุมกำลังที่สายสปอร์ตต้องยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจ และเป็นรถที่อยู่ในวงการรถสปอร์ตลำดับต้น ๆ ที่สายความเร็วต่างเลือกมานานถึง 10 ปีอีกด้วย 

ดีไซน์ภายใน Lamborghini Aventador LP 700-4

ดีไซน์ภายใน Lamborghini Aventador LP 700-4



หลัง Lamborghini Aventador LP 700-4 เปิดตัวเป็นทางการไปเมื่อปี 2011 สามารถดึงความสนใจจากคนรักรถซุปเปอร์สปอร์ตคาร์ในทันที กับขุมกำลังที่ลัมโบร์กินี่ให้มาแบบไม่หวงของ เริ่มต้นกันที่เครื่องยนต์เบนซิน V12 Generation ใหม่ล่าสุดซึ่งผลิตขึ้นมาสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ ความจุ 6.5 ลิตร กระบอกสูบขนาด 6,498 CC พร้อมให้กำลังสูงสุดได้ถึง 700 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 70.4 ก.ม 

ในขณะที่ดีไซน์เริ่มจากดีไซน์ภายนอกใส่สปอยเลอร์หลังเป็นแบบ Adaptive ปรับได้ 3 ระดับคือ Closed, Maximum Performance และ Maximum Handing พร้อมล้อฟอร์จอัลลอย 20 นิ้ว ฝาถังเป็นรูป 6 เหลี่ยม ส่วนไฟหน้าเป็น DAYTIME RUNNING LIGHT ใส่เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Lamboghini เป็นรูปตัว “Y” ที่สำคัญรุ่นนี้ยังคงเอกลักษณ์สำคัญเอาไว้คือประตูเปิด-ปิดเป็นแบบปีกนกเหมือนเดิม ส่วนดีไซน์ภายในใส่เบาะไฟฟ้าทำจาก Alcuntara สีส้ม พร้อมตัวอักษร “Y” เป็นคัตเอาท์บริเวณเบาะและแผงแดชบอร์ด พร้อมชุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และมัลติมีเดียเทคโนโลยีสุดล้ำ เพิ่มความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารครบครัน


ในส่วนของสมรรถนะการขับขี่สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียง 2.9 วินาทีเท่านั้น และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วภายใน 0.5 วินาทีเท่านั้น มีปุ่มปรับโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 4 โหมดคือ STRADA, SPORT, CORSA, EGO ส่วนสีตัวถังมาตรฐานมีให้เลือกมากกว่า 18 สี ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกสีของเจ้าของรถ ส่วนสีที่ได้รับความนิยมรวมถึงทางด้านลัมโบร์กินี่เลือกใช้โปรโมทคือ สีเทาทูโทนตัดสีแดง (Rosso Mimir), เหลือง, ส้ม, เขียว, สีเงิน และสีขาว เป็นต้น ซึ่งภาพรวมของรถรุ่นนี้เห็นได้ชัดว่าเหมาะกับคำกล่าวขานที่ทุกคนต่างยกให้เป็น “ดาวดวงใหม่ที่สง่างามกลุ่มรถซุปเปอร์สปอร์ต” มากที่สุด จนทำให้ในปี 2012 ได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง “แบทแมน” ภาค The Dark Knight Rises อย่างไรก็ตามแม้ในเวลานี้จะลัมโบร์กินี่ตัดสินใจยุติผลิตออกสู่ตลาดรถนานกว่าทศวรรษแล้ว แต่เจ้า “Aventador” ยังคงเป็นรถในระดับตำนานที่คนรักความเร็วพูดถึงเสมอ
 

สี Lamborghini Aventador LP 700-4

สี Lamborghini Aventador LP 700-4

รุ่นสุดท้าย Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster

Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae RoadsterLamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae Roadster


ปิดท้ายกันด้วยรุ่น Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายที่ออกสู่ตลาดสายสปอร์ต ก่อนทางลัมโบร์กินี่จะตัดสินใจยุติการผลิตรถรุ่นนี้ออกมาเป็นทางการในปี 2021 โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ต่อยอดมาจากรุ่นเดิม และได้ชื่อว่าเป็นรถที่ทรงพลังอย่างมาก ในประวัติศาสตร์ของค่ายกระทิงดุกันเลยทีเดียว โดยคอนเซปต์หลักของรุ่นคือ การนำจุดเด่นของสมรรถนะของ Aventador SVJ และ Aventador S ไว้ในที่เดียว เพื่อก้าวสู่ระดับตำนานที่ดีที่สุดตลอดกาล

ดีไซน์ภายนอก ลัมบอร์กีนี อาเวนทาดอร์

ดีไซน์ภายนอก ลัมบอร์กีนี อาเวนทาดอร์

รุ่นนี้พัฒนาต่อยอดจนได้ส่วนผสมที่ลงตัวในฐานะรุ่นสุดท้ายในไลน์ผลิต ที่ลัมโบร์กินี่ผลิตออกมา โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Lamborghini Miura Roadster รถแรงในปี 1968 ซึ่งรุ่นนี้มีทั้งหมด 250 คันทั่วโลกเท่านั้น โดยเหตุผลที่ใช้คำว่า “Ultimae” เพราะเป็นภาษาละตินแปลว่า “สุดท้าย” ให้สอดคล้องกับการตัดสินใจยุติการผลิตรถตลอดกาล ส่วนขุมกำลังของรถคือเครื่องยนต์เบนซิน V12 สูบ Generation ใหม่ล่าสุด ความจุ 6.5 ลิตร กระบอกสูบขนาด 6,498 CC พร้อมให้กำลังสูงสุดได้ถึง 780 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 73.3 กก.ม เกียร์อัตโนมัติแบบ Single Clutch 7 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ในขณะที่ดีไซน์เริ่มจากดีไซน์ภายนอกคือ ตัวถังเป็นคาร์บอนไฟเบอร์โมโนค็อก มีน้ำหนักตัวเพียง 1,500 กิโลกรัม ชายด้านล่างตัวรถเป็นสีเทา (Grigio Liqueo) เสริมเส้นขอบดำ (Nero Aldebaran) ต่อกันด้วยสปลิตเตอร์หน้าดิฟฟิวเซอร์หลัง หลังคาและฝาครอบเครื่องยนต์จะเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ดำเงาทั้งหมด ส่วนท่อไอเสียจะเป็นสีดำด้าน พร้อมล้อฟอร์จ Center Lock ลาย Dianthus สีเงิน (Shiny Silver) เติมหล่อด้วยคาลิปเปอร์เบรดสีดำ พร้อมตาม Lamborghini ส่วนด้านหน้าเลือกถอดแบบ Aventador S ด้วยกันชนดีไซน์พร้อมลิ้นหน้าแบบแอคทีฟ เสริมด้วยช่องดักอากาศแบบใหม่เพิ่มประสิทธิภาพให้การระบายความร้อนได้ดีขึ้น ส่วนด้านท้ายมีต้นแบบมาจาก Aventador SVJ คือ ดุดัน และงดงาม ปีกหลังแบบแอโรแอคทีฟวิงค์ ช่วยระบายความร้อนของระบบเบรกดีขึ้น ส่วนดีไซน์ภายในห้องโดยสารมีความพิเศษสุด ๆ ด้วยเบาะหุ้มหนัง Bianco Leda สีขาว สลับดำ นอกจากนั้นแผงคอนโซลฝั่งผู้โดยสารจะมีอักษร Miura Roadster ปักไว้ 

ในส่วนของอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 2.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 355 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วแค่ 0.5 วินาทีเท่านั้น ส่วนสีตัวถังมาตรฐานจนถึงปี 2566 มาพร้อมกับตัวถังสีฟ้า (Azzuro Flake) เป็นสีเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Lamborghini Miura Roadster และ 2 สีพิเศษคือ Blu Tawaret และ Blu Nethuns 
    

ราคา ลัมบอร์กีนี อาเวนทาดอร์ ปี 2566ราคา ลัมบอร์กีนี อาเวนทาดอร์ ปี 2566


เช็กราคารถมือหนึ่ง-มือสองได้ที่ Roddonjai


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ด้วยรูปลักษ์สปอร์ตสไตล์โรดสเตอร์สุดโฉบเฉี่ยวของLamborghini Aventador คือที่สุดของดุดันและความเร็ว ด้วยสมรรถนะการขับขี่ในอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียง 2.9 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากความเร็วแล้ว ลัมโบร์กีนี อเวนทาดอร์ ยังมีดีไซน์อย่างประตูแบบเปิดปีกนกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะกดทุกสายตาให้หยุดมอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Lamborghini Aventador ถึงได้รับการยกย่องให้เป็นรถซุปเปอร์สปอร์ตคาร์อันดับหนึ่งของโลกครับ
 

#Lamborghini

Mercedes-Benz GLC รถสัญชาติเยอรมันอีกรุ่นที่โดนใจคนขับสไตล์สปอร์ตสุด ๆ

วันที่ประกาศ : 11 ก.ค. 2567

Mercedes-Benz GLC Coupé

หากใครกำลังมองหารถแบบ SUV และ Coupe สไตล์สปอร์ต Mercedes-Benz GLC ถือว่าเป็นคำตอบที่ดี กับตัวเลือก 2 รุ่นย่อยสไตล์คูเป้ พร้อมอีก 3 รุ่นย่อยสไตล์ SUV ดังนั้นเพื่อค้นหารถที่ใช่มาเช็กกันว่ารถ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส รุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจไปพร้อมกัน ด้วยข้อมูลดี ๆ ที่ผมรวบรวมมาให้ทุกรายละเอียด ส่วนใครที่กำลังหารถมือสองราคาโดนใจผมแนะนำเข้าไปชมได้ที่ Roddonjai.com แหล่งรวมรถมือสองคุณภาพดี ผ่อนถูก ทุกรุ่นทุกยี่ห้อได้เลยครับ

รุ่นย่อยและราคา Mercedes-Benz GLC ราคา ปี 2023


Coupé มี 2 รุ่นย่อย

  • Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 3.699,.000 บาท 
  • Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 4,090,000 บาท 

SUV  มี 3 รุ่นย่อย

  • Mercedes-Benz GLC 220 d  ราคา 3,390,000 บาท 
  • Mercedes-Benz GLC 220 d AMG Dynamic ราคา 3,800,000 บาท 
  • Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic ราคา 3,830,000บาท

 

Mercedes-Benz GLC 2023 สีตัวถัง 

  • สีขาว Polar White 
  • สีดำ Obsidian Black 
  • สีเทา Graphite Grey
  • สีแดง Red


Mercedes-Benz GLC สไตล์ Coupé 

Mercedes-Benz GLC Coupé

Mercedes-Benz GLC Coupé

ขุมพลัง

  • เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า
  • 1,950 ซีซี
  • กำลังสูงสุดเมื่อทำงานร่วมกันทั้ง 2 ระบบ 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร 
  • เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 

 


ดีไซน์

ดีไซน์

ดีไซน์ภายใน Mercedes-Benz GLC Coupé

  • ภายใน: พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสปอร์ต และเน้นลวดลายไม้สีดำกับหนังสีดำ ระบบเสียงลำโพงธรรมดา
  • ภายนอก: กระจังหน้าแบบไดมอนด์กริล พร้อมชุดแต่ง AMG Bodystyling และไฟน้าแบบ Multibeam LED จุดเด่นมีกล้องติดตั้งอยู่ในใต้โลโกตราดาวแบรนด์ เป็น 1 ใน 4 ของระบบกล้อง 360 องศา พร้อมกระจกมองข้างกรองแสงมีกล้องติดมาให้ 2 ฝั่ง และล้ออัลลอย

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ 
  • ระบบไฟสูงระยะไกลพิเศษ 650 เมตร 
  • โหมดการขับขี่ 5 แบบคือ ECO, Comfort, Individual, Sport และ Sport+ 
  • adaptive cruise control


ระบบพลังงาน

  • เครื่องยนต์เบนซิน 
  • มอเตอร์ไฟฟ้า


ความปลอดภัย 

  • ถุงลมนิรภัยรอบคัน
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ
  • ระบบเบรก ABS 
  • ระบบ Hold Brake 
  • ระบบการเตือนการชน พร้อมระบบช่วยเบรก
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง
  • ระบบเซนเซอร์รอบคัน
  • ระบบช่วยนำจอดอัตโนมัติ
  • ระบบล็อกความเร็ว และระบบจำกัดความเร็ว
  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าในการขับขี่

Mercedes-Benz GLC สไตล์ SUV

Mercedes-Benz GLC  SUV

Mercedes-Benz GLC  SUV


ขุมพลัง

  • เหมือนกับรุ่น สไตล์ Coupé


ดีไซน์

ดีไซน์ภาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส

ดีไซน์ภาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส

  • ภายใน: เหมือนกับรุ่นคูเป้ทุกอย่าง
  • ภายนอก: เหมือนกับรุ่นคูเป้ ส่วนที่ต่างคือดีไซน์ของรถจะมาในแบบรถอเนกประสงค์


อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

  • เหมือนกับรุ่นคูเป้ แต่ไม่มี adaptive cruise control ในรุ่น 220 d


ระบบพลังงาน

  • เหมือนกับรุ่นคูเป้


ความปลอดภัย 

  • ความปลอดภัยในระดับมาตรฐานมีเหมือนกับรุ่น Coupe

    

อัตราความประหยัดน้ำมัน

  • อัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 5.1 ลิตร/100 กิโลเมตร เหมาะกับการเดินทางไกล เพราะขับสบาย ช่วงล่างแน่น แถมระบบความปลอดภัยได้มาตรฐานสูง อีกทั้งยังมีระบบไฮบริดเข้ามายิ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเจ้าของรถมากขึ้น

เปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่าง Coupé VS SUV 

  • ทั้ง 2 แบบแทบจะไม่มีอะไรต่างกันเลย เพราะสเปคที่มากับรถไม่ได้ฉีกหนีจากกันมากนัก แต่สิ่งที่จะต่างกันชัด ๆ คือรูปโฉมที่ส่งเข้าสู่ตลาดรถยนต์ในไทย ทำให้ใครที่กำลังชั่งใจว่าจะเลือกรุ่นไหนดี น่าจะใช้เวลาตัดสินใจนานแน่นอน

ข้อดี-ข้อเสีย 


ข้อดี

  • ทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากขึ้นเพราะมี 2 สไตล์ให้เลือก แถมยังมีรุ่นย่อยลงไปอีก
  • ความปลอดภัยยังคงอยู่ในมาตรฐานสูง
  • การตกแต่งทั้งภายในและภายนอกเพิ่มความเร้าใจสุด ๆ 
  • ประหยัดพลังงานสูงมาก 

 

ข้อเสีย

  • สิ่งที่เป็นปัญหาของรถคือ การตัดฟังก์ชันบางอย่างออกไปในบางรุ่น อย่างเช่น adaptive cruise control เป็นต้น 
  • ค่าบริการเซอร์วิสและอะไหล่ค่อนข้างสูง 
ราคา เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส ปี 2566

ราคา เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส ปี 2566


เช็กราคารถมือหนึ่ง-มือสองได้ที่ Roddonjai


ถูกใจกันไหมครับสำหรับ Mercedes-Benz GLC รุ่นนี้ ใช่รถที่คุณกำลังมองหาอยู่รึเปล่า มีให้เลือกทั้งแบบ Coupé และ SUV กับระบบความปลอดภัยที่มากขึ้น และเทคโนโลยีใหม่ ๆ แถมกำลังขับเคลื่อนสูง อีกทั้งสามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 แบบตามสไตล์ของคนขับ ทำให้รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ใช้งานไม่ว่าจะเป็นระยะทางใกล้หรือไกล หากคุณกำลังมองหารถยนต์ระดับท็อปสไตล์สปอร์ต เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี-คลาส คันนี้ตอบโจทย์สำหรับคุณแน่นอน ในราคาเริ่มต้นที่ 3.69 ล้านบาทเท่านั้นครับ

#MercedesBenz,#GLC,#Benz

Previous Post

[ครบชุด] T1509007 ทำไมฉ นต องทนเพ อล Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T1509016 งเก ยจแม หม าย Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T1509016 งเก ยจแม หม าย Ep.2

[ครบชุด] T1509016 งเก ยจแม หม าย Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T0912195 ตพ งไปไม รอดเลยค ดถ งล กช part 2
  • T0912194 ระบบหารคร งในครอบคร วแม part 2
  • T0912193 คนท ไม กพอได เท าไหร ไม พออย part 2
  • T0912192 อะไรค อต วป ญหาก นแน part 2
  • T0912191 ความเกรงใจเป นสมบ ของผ กม part 2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.